เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
HR ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
Politics ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
ดูทั้งหมด

สธ. ยกระดับมาตรการดูแลคนท้อง หลังติดเชื้อเสียชีวิตสูงกว่าคนปกติ 2 เท่า

13 ส.ค. 2564 | 16:39น.
ตั้งครรภ์

โควิดระลอก 3 ดุ ทำคนท้องติดเชื้อพุ่ง 1,993 ราย คร่าชีวิตคนท้อง 37 ราย-ทารก 20 ราย อัตราตายสูง 1.85% มากกว่าคนปกติ 2 เท่าครึ่ง สธ.เตรียมยกระดับมาตรการป้องกัน ปูพรมวัคซีนคนท้อง ดันนโยบาย WFH พร้อมจัดทีมรายเขตดูแลคนท้องติดเชื้อโควิด เร่งประสานเข้า รพ. หวังลดอาการหนัก

วันที่ 13 สิงหาคม 2564 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน พบคนท้องติดโควิดมากถึง 1,993 ราย ส่วนใหญ่เชื้อกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพ ปริมณฑล และ 3 จังหวัดชายแดนใต้

โดยเฉพาะตั้งแต่ระลอก 3 เดือนเมษายน 2564 เป็นต้นไป จะมียอดติดเชื้อสูงสุดช่วงเดือนกรกฎาคมจำนวน 819 ราย และล่าสุดในเดือนสิงหาคม 421 ราย ส่งผลให้มีหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตทั้งหมด 37 ราย ไม่นับรวมวันนี้ (13 ส.ค.) ที่มีเสียชีวิตอีก 2 รายเพิ่มเติม

ดังนั้น จากนี้ไปควรยกระดับมาตรการการดูแลหญิงตั้งครรภ์มากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงเสียชีวิตสูง ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดในกลุ่มดังกล่าว ซึ่งขอเน้นย้ำว่าจากการฉีดวัคซีนปลอดภัยสูง สามารถฉีดได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป หรือใน 3 เดือนแรก

ควบคู่กับยกระดับการป้องกัน ตั้งแต่มาตรการ DMHTT เช่น เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ รวมไปถึงการผลักดันนโยบาย WFH ให้คนท้องทำงานที่บ้าน หากยังไม่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ตั้งครรภ์ในไตรมาส 3 มีภาวะครรภ์เสี่ยงสูง หรืออยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 

นอกจากนี้ ยังได้ยกระดับการดูแลคนท้องติดเชื้อโควิดในส่วนของรัฐ อาทิ จัดให้มี multidisciplinary consultation ระดับเขต พร้อมยกระดับเครือข่ายระดับเขตในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ และผลักดันให้ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงอาการรุนแรง

ขณะที่ พลอากาศโท นายแพทย์การุณ เก่งสกุล ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หญิงตั้งครรภ์หากติดเชื้อโควิดจะมีอาการเสี่ยงรุนแรงกว่าคนปกติทั่วไปสูงถึง 3 เท่า และมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าผู้ป่วยปกติที่ติดโควิดมากกว่าถึง 2 เท่าครึ่ง โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 1.85% จากคนปกติ 0.83%

โดยจาก 37 รายที่เสียชีวิต ซึ่งมีการเสียชีวิตก่อนคลอดสูงถึง 16 ราย ส่วนทารกเสียชีวิตรวม 20 คน หรือคิดเป็น 1.8% แบ่งเป็น คลอดออกมาแล้วเสียชีวิตทันที 11 ราย คิดเป็น 1% และเสียชีวิตหลังจากคลอดภายใน 7 วัน อีก 9 ราย คิดเป็น 0.8%

นายแพทย์การุณ ระบุว่า ส่วนใหญ่คนท้องที่ติดโควิดจะเสียชีวิตในช่วงไตรมาสที่ 4 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งมักจะเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ มีโรคอ้วน อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ความดันโลหิตสูง 

ส่วนอัตราที่ทำให้คนท้องป่วยแล้วมีความรุนแรงกว่าคนทั่วไป มาจากในช่วงการตั้งครรภ์ในช่วงเกือบ ๆ คลอด หรือมีอายุครรภ์ราว 8 เดือน จะมีน้ำคร่ำมากถึง 1-2 กิโลกรัม ซึ่งจะทำให้ดันมดลูกสูงขึ้น และมดลูกจะดันอวัยวะอื่น ๆ ให้สูงขึ้นรวมไปถึงปอด ทำให้มีภาวะปอดแฟบ ขยายตัวไม่สะดวก เมื่อเกิดอาการเกี่ยวกับระบบหายใจจึงมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปมาก

ซึ่งหญิงตั้งครรภ์ที่ติดโควิดเสียชีวิตจากอาการปอดอักเสบสูงถึง 35 คน จากทั้งหมด 37 คน ส่วนที่เหลือเป็นอาการน้ำคร่ำอุดกั้นปอด และรกลอกตัวก่อนกำหนด

ดังนั้น จึงอยากแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไปเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายก่อนไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใดก็ตาม

ส่วนกรณีที่มีหญิงตั้งครรภ์ 20 สัปดาห์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดและเมื่อคลอดออกมาปรากฎว่าทารกเสียชีวิต ในทางการแพทย์ลักษณะเช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้ 1% ตามธรรมชาติ ซึ่งอาจไม่ใช่การเกิดขึ้นเพราะวัคซีน 

โดยจากการศึกษาการฉีดวัคซีนในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศยังไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง ถือว่ามีความปลอดภัยสูง เมื่อเทียบกับความเสี่ยงในการติดโควิด ที่จะทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดสูงถึงร้อยละ 18 ตลอดจนทารกมีน้ำหนักน้อยกว่าปกร้อยละ 16 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 1-2 เท่าตัว