เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำทุกเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำทุกเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
ดูทั้งหมด

เปิดแผนปั๊มเศรษฐกิจปี’61 อุ้ม 11 ล้านคนจน-SME ดัน GDP 5%-

20 พ.ย. 2560 | 07:00น.

“สมคิด” เปิดแผนจัมป์ ศก.ปี’61 ดัน GDP ทะลุ 5% ระดม “คลัง-ธ.ก.ส.-พาณิชย์-ททท.” ออกมาตรการพิเศษอุ้ม SME-คนจน 11.4 ล้านคน อัดฉีดเงินตรงเข้ากระเป๋า จ้างผลิตสินค้าเกษตรป้อนร้านธงฟ้า ดันแบงก์ออมสินหนุนสินเชื่อผู้มีรายได้น้อยทำธุรกิจแฟรนไชส์ จีบ Lazada-JD.com เปิดตลาดการค้าชุมชนปลดล็อกงบฯท้องถิ่น 2 แสนล้าน จ้างงาน-บูมแหล่งท่องเที่ยว เร่งสุดตัวประมูล 4 โครงการยักษ์ EEC

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนาแห่งปี THAILAND 2018 จุดเปลี่ยนและความท้าทาย จัดโดยหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2018 จะเป็นปีที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ยุครุ่งเรือง โดยต้องฉวยโอกาสจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน รับประโยชน์จากการเคลื่อนความมั่งคั่งสู่เอเชีย จะต้องสร้างพื้นฐานดัชนีเศรษฐกิจมหภาคทุกตัวให้แข็งแกร่ง และขับเคลื่อนการลงทุน-มาตรการทุกด้านอย่างรวดเร็ว

GDP ปีนี้แตะ 4 ปีหน้าทะลุ 5

นายสมคิดกล่าวว่า 3 ปีที่ผ่านมาอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) โตต่ำเพียง 0.8% แต่ปัจจุบันคาดว่า GDP ทั้งปีจะขยายตัว 3.8% โดยภาพที่จะเกิดขึ้นปีหน้า ผลจาก GDP ไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ ขยายตัวเติบโตถึงจุดหนึ่งจะเป็นสปริงบอร์ดที่ดีที่สุดให้ไปถึงไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ในปี 2561 อย่างน้อยที่สุดหาก GDP ในปีนี้แตะ 4% และรักษาเสถียรภาพให้มั่นคง จะทำให้ในปีหน้า GDP ต้องไปถึง 4-5% เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันประคับประคอง เชื่อว่าปีหน้าฟ้าจะสดใสกว่าปีนี้

จากผลการจัดอันดับทางเศรษฐกิจของหลายองค์กรระหว่างประเทศไทยดีขึ้นเป็นลำดับ อาทิ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ผลการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขัน (IMD) และ Doing Business 2018 ของธนาคารโลก แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจมหภาคไม่แพ้ประเทศใด ขณะที่ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นทุกปัจจัย ทำให้เกิดความกล้าที่จะบริโภคและลงทุน

ดัชนีเศรษฐกิจมหภาคขาขึ้น

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ดัชนีเศรษฐกิจมหภาคทุกตัวกำลังดีขึ้น เช่น การส่งออกเริ่มทะยานสู่ขาขึ้น การลงทุนจากต่างประเทศ เชื่อมั่นว่าความพยายามของรัฐบาลที่ดำเนินนโยบายระหว่างประเทศตลอด 1 ปี จากการโรดโชว์เศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่น จีน จะส่งผลให้อีก 2 ประเทศมีการลงทุนเพิ่มขึ้น ได้แก่ ไต้หวันและฮ่องกง ซึ่งตัดสินใจตั้งสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง หรือ ETO ในไทยแทนเวียดนาม ดัชนีการท่องเที่ยว หากสามารถผลักดันขยายไปสู่ชุมชนและเมืองรองได้ พร้อมกับการขยายสนามบินเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว จะทำให้เม็ดเงินหมุนลงไปสู่ชนบท

ทั้งนี้ ได้หารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่า ในปี 2561 จะต้องทำให้เศรษฐกิจฐานราก ประชาชนในชนบทมีเงินหมุน มีงานทำ โดยเฉพาะเศรษฐกิจนอกภาคการเกษตร โดยจะปลดล็อกงบประมาณท้องถิ่นราว 2 แสนล้านบาท ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำเงินไปทำโครงการพัฒนาท้องถิ่น ให้เกิดการจ้างงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน วิสาหกิจชุมชนและดูแลผู้สูงอายุ

“ปีหน้าจะลงไปขันนอต นำเงินไปสู่รากหญ้าให้มาก เพื่อให้เศรษฐกิจข้างล่างขับเคลื่อนต่อไป ได้สั่งการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดทำโครงการเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เสริม ผ่านฐานข้อมูลจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยการจ้างปลูกพืชผลให้เป็นไปตามความต้องการตลาด ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยง จ่ายค่าจ้างในการปลูกพืชในที่ดินของตัวเอง เช่น กล้วยหอม มะพร้าว และนำสินค้าไปจำหน่ายในร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านค้าโมเดิร์นเทรด เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจฐานราก” นายสมคิดกล่าว

ดึง Lazada-JD.com เข้าชุมชน

นอกจากนี้ต้องการเห็นการค้าขายออนไลน์ผ่านระบบอีคอมเมิร์ซในชุมชน โดยมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบ หากภาครัฐไม่ทำจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนดำเนินการแทน เช่น Lazada และ JD.com และสั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ดึงนักท่องเที่ยว งบประมาณไปในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

นายสมคิดกล่าวด้วยว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังคิดมาตรการแก้ไขความยากจน โดยให้เริ่มต้นดำเนินการทันทีในต้นปี 2561 เสริมด้วยการลงทุนอย่างรวดเร็ว (move fast) แบบก้าวกระโดด ต้องเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 4 โครงการ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง โครงการรถไฟทางคู่สายตะวันออก สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ให้ได้ภายในไตรมาส 2 ของปีหน้า

“ปีหน้าทั้งปีจะเห็นความพยายามของรัฐบาลลงไปขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ให้ออกมาให้ได้ เพื่อให้เป็นฐานแห่งอนาคต ซึ่งไม่ว่าใครจะมาหรือใครจะไปทางการเมือง สิ่งเหล่านี้จะเป็นรากฐานให้อยู่ต่อไป”

e-Payment ส่งเงินถึงชุมชน

นายสมคิดกล่าวว่า ในปีหน้าอินเทอร์เน็ตจะครบทุกหมู่บ้าน เป้าหมายทุกโรงเรียน โรงพยาบาล เพื่อให้พื้นที่ห่างไกลได้รับข้อมูลข่าวสาร เข้าถึงการศึกษาและสาธารณสุข ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะนโยบาย National e-Payment เป็นระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นตัวปฏิวัติการใช้จ่ายของภาครัฐและเอกชน อนาคตการสื่อสารผ่านออนไลน์ทั้งหมด ธุรกิจใหม่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เช่น อีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ ฟินเทค ร้านค้าโชห่วยจะเป็น outlet ของการค้าขายสินค้าท้องถิ่น งบประมาณไม่ต้องผ่านกระทรวง แต่ให้ยิงตรงเข้ากระเป๋าประชาชนได้ทันที

เร่งเชื่อมบิ๊กดาต้าเครดิตบูโร-สธ.

ด้านนายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) เปิดเผยว่า งานที่ได้รับมอบหมายให้เร่งดำเนินงานในปี 2561 คือการเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูลกับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กับฐานข้อมูลของผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11 ล้านคน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของคุณสมบัติให้ถูกต้องชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากเครดิตบูโรจะมีฐานข้อมูลทั้งบัญชีเงินฝาก บัตรเครดิตและสินเชื่อของสถาบันการเงินต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็จะเชื่อมต่อกับข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้เทคโนโลยีบิ๊กดาต้าช่วยวางแผนการให้บริการด้านสุขภาพที่เหมาะสมต่อไป

ดึง ธ.ก.ส.ต่อยอดประชารัฐ

ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า การส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไม่ใช่เฉพาะสินค้าชุมชนเท่านั้น แต่ขยายถึงพืชผลทางการเกษตรและเกษตรแปรรูปด้วย แนวทางดำเนินการจากเดิม ธ.ก.ส.มีโครงการส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกร และให้ค่าจ้างปลูก เช่น เดือนละ 2,000 บาท (แทนค่าด้วย X) เมื่อได้เมล็ดพันธุ์มา ธ.ก.ส.จะนำไปขาย เมื่อได้เงินมา (แทนค่าด้วย Y) จำนำค่า Y-X เหลือเท่าไร คือ กำไร (แทนค่าด้วย Z) จะแบ่งกันระหว่างเกษตรกรกับ ธ.ก.ส.

อย่างไรก็ตาม เดิม ธ.ก.ส.จะไปขายกันเอง แต่ต่อไปกระทรวงพาณิชย์จะดึงพืชเกษตรนี้มาเชื่อมโยงกับตลาดกลาง และจะรื้อตลาดกลางสินค้าเกษตรชุมชนปรับปรุงขึ้นมาใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากตามเป้าหมายของรัฐบาล

โจทย์ใหญ่ช่วยให้หายจน

ส่วนประชาชนที่ใช้บัตรสวัสดิการซึ่งมีจำนวน 11.4 ล้านคนจะถูกฟรีซไว้ 1 ปี จนกว่าจะมีการขึ้นทะเบียนใหม่ปี 2562 ซึ่งรัฐบาลมีโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้พ้นความยากจน ไม่ได้เอาเงินมาแจก แต่กำลังจัดทำโปรเจ็กต์เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน เช่น โครงการต่อยอดสร้างรายได้จากธุรกิจแฟรนไชส์ โดยให้คัดเลือกว่ามีแฟรนไชส์ที่ดี ๆ อะไรบ้าง ใครสนใจเรียนรู้อะไร อยากขายอะไรมาอบรม เชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์)

จะให้สินเชื่อรายย่อย 20,000-30,000 บาท โดยไม่ต้องมีหลักประกัน หรือหากต้องใช้หลักประกันก็จะมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) รองรับ แต่จะบังคับให้อยู่ในระบบแฟรนไชส์ เพราะแฟรนไชซอร์ (franchisor) หรือเจ้าของแฟรนไชส์ คือมืออาชีพในการบริหารจัดการธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว โดยโครงการนี้ไม่เพียงแค่พี่จูงน้อง แต่ยังช่วยยกระดับธุรกิจแฟรนไชซอร์ของไทยให้มีจำนวนมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับแฟรนไชส์ต่างประเทศ ถือเป็นการสร้าง ecosystem ให้ตั้งหลักธุรกิจให้ได้

จับคู่แฟรนไชส์-บัตรคนจน

นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างผลักดันการสร้างอาชีพให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยได้หารือกับกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กลุ่มการศึกษาด้านอาชีพ เช่น อาชีวศึกษา และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ จัดทำข้อมูลอาชีพที่มีความเหมาะสม เป้าหมายธุรกิจใดที่ต้องการ เพื่อใช้เป็นฐานในการสร้างอาชีพ พร้อมกันนี้ช่วงปลายเดือน พ.ย. 2560 นี้ กรมจะจัดงานธุรกิจแฟรนไชส์ขึ้น เปิดโอกาสให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีอาชีพ

งานนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีความเข้มแข็ง พบกับผู้ที่ต้องการสร้างธุรกิจ โดยได้รับความร่วมมือจากธนาคารออมสินเข้าร่วมปล่อยสินเชื่อสำหรับผู้ที่สนใจทำแฟรนไชส์และผู้ที่สนใจหรือมีรายได้น้อย

ปั้นร้านธงฟ้าเป็นโชห่วยไฮบริด

ขณะที่ผู้ที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้วก็อาจใช้โอกาสนี้ต่อยอดได้ เพราะจะเปิดโอกาสในการเจรจาธุรกิจระหว่างกัน โดยเฉพาะในกลุ่มร้านธงฟ้าประชารัฐ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า ส่วนการส่งเสริมร้านค้าประชารัฐ เข้าสู่โชห่วยไฮบริด จะผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบการค้าออนไลน์มากขึ้น โดยคัดเลือกผู้ที่มีความพร้อม เป้าหมายอยู่ที่ 200 รายในปี 2560 จะคัดเลือกจากร้านค้าประชารัฐ 18,000 แห่งทั่วประเทศ

ขณะที่โครงการธงฟ้าประชารัฐเพื่อให้บริการบัตรสวัสดิการของรัฐระยะต่อไปมีเป้าหมายเพิ่มร้านค้าอีก 30,000 แห่ง

กระทรวงอุตฯเร่ง EEC

ด้านนายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในส่วนของการผลักดันให้โครงการ EEC มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการ ในจำนวนนี้ 4 โครงการหลัก ในพื้นที่ EEC คือ สนามบินอู่ตะเภา ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และท่าเรือน้ำลึก ตามแผนงานของคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กรศ.) กำหนดว่า แต่ละโครงการจะต้องเปิดประมูลภายในปี 2561 และต้องได้ตัวผู้รับเหมาเข้าดำเนินการโดยเร็ว เพื่อให้สามารถลงนามในสัญญา และเดินหน้าโครงการได้

อุ้มธุรกิจ SME

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐอยู่ระหว่างจัดทำแพ็กเกจมาตรการดูแลเอสเอ็มอี แต่ขณะนี้แต่ละหน่วยงานยังไม่ได้เสนอรายละเอียดแพ็กเกจ ซึ่งจะเป็นมาตรการปล่อยสินเชื่อ ส่วนมาตรการทางภาษีคงไม่นำมาใช้แล้ว

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า โจทย์ที่นายสมคิดให้เอสเอ็มอีแบงก์ ไปคิดคือ ต้องช่วยเอสเอ็มอีกลุ่มที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนทางการ หรือธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อยสินเชื่อให้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายเล็กในต่างจังหวัด โดยนำโมเดลของประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มาใช้

“สิ่งสำคัญคือต้องเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของชุมชนกับผู้ซื้อ โดยเฉพาะจังหวัดรอง ไม่ใช่หัวเมืองหลัก และใช้ระบบโลจิสติกส์ อาทิ ขยายสนามบินตามต่างจังหวัด 28 แห่ง ปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวก็มีการกระจายตัวกันตามจังหวัดรองมากขึ้น อาทิ พัทลุง นครศรีธรรมราช ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง เป็นต้น”

ด้านนายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า กำลังเตรียมมาตรการช่วยผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐไว้ ในระยะที่ 2 กับมาตรการสนับสนุนเอสเอ็มอีเกษตรให้มากขึ้นกว่าที่ทำอยู่แล้วเบื้องต้นอาจขยายขอบเขตการสร้างเอสเอ็มอีเกษตร จากเดิมตำบลละ 1 ราย เป็นหมู่บ้านละ 1 เอสเอ็มอี และมีมาตรการเชื่อมโยงด้านการตลาดด้วย ขณะเดียวกันหากพบว่า เป็นลูกหนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อยู่ แต่ไม่มีรายได้ ไม่มีเงินชำระหนี้ ก็จะมีการเจรจากับ กยศ. ให้ปรับโครงสร้างหนี้ ฯลฯ

ลดภาษีบูมท่องเที่ยวเมืองรอง

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาคลังได้ให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับแก้เกี่ยวกับการเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองเป็นหลัก เพื่อจะได้พิจารณามาตรการลดหย่อนภาษี แต่ขณะนี้ ททท.ยังไม่ได้ส่งข้อมูลใดกลับมา จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวได้

นอกจากนี้ ขณะนี้คลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เฟส 2 โดยได้เสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ช่วยสนับสนุนและผลักดันให้ผู้มีรายได้น้อย 14 ล้านคน เข้าถึงโอกาสการออมตลาดทุน การออกผลิตภัณฑ์การออมให้ง่ายขึ้น