เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภจี แจงยิบเหตุปรับทัพบิ๊กพาณิชย์ รับศึกวิกฤตซ้อนวิกฤต-วางคนเหมาะสมกับงาน
Politics ศุภจี แจงยิบเหตุปรับทัพบิ๊กพาณิชย์ รับศึกวิกฤตซ้อนวิกฤต-วางคนเหมาะสมกับงาน
ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,700 บาท
ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนฯ ปรับขึ้นค่าผ่านทาง เป็น 80-185 บาท เริ่ม 15 ธ.ค. 69
Economic ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนฯ ปรับขึ้นค่าผ่านทาง เป็น 80-185 บาท เริ่ม 15 ธ.ค. 69
SET วันนี้แกว่งไซด์เวย์ ชู HANA-BCH-BDMS หุ้นเด่น จับตา DELTA ผันผวนระยะสั้น
Finance SET วันนี้แกว่งไซด์เวย์ ชู HANA-BCH-BDMS หุ้นเด่น จับตา DELTA ผันผวนระยะสั้น
บัญชีกลางแจงเกณฑ์เบิกจ่ายค่ายาสิทธิข้าราชการอยู่ระหว่างเฮียริ่ง ผู้ป่วยยังคงได้รับยาตามความจำเป็น
Finance บัญชีกลางแจงเกณฑ์เบิกจ่ายค่ายาสิทธิข้าราชการอยู่ระหว่างเฮียริ่ง ผู้ป่วยยังคงได้รับยาตามความจำเป็น
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานมีแนวโน้มลดลง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานมีแนวโน้มลดลง
เกษียณจากงาน…แต่ไม่เคยเกษียณจากการเป็น ‘ผู้ให้’
Columns เกษียณจากงาน…แต่ไม่เคยเกษียณจากการเป็น ‘ผู้ให้’
GRAND ผิดนัดดอกเบี้ย 3 หุ้นกู้ 22.5 ล้านบาท หลังขายทรัพย์สินไม่ทัน ขอเลื่อนจ่าย 15 วัน
Finance GRAND ผิดนัดดอกเบี้ย 3 หุ้นกู้ 22.5 ล้านบาท หลังขายทรัพย์สินไม่ทัน ขอเลื่อนจ่าย 15 วัน
เนสท์เล่ ลั่นสู้ทุกปมพิพาท QCP พร้อมลงทุนโรงงานใหม่จบปัญหากำลังผลิต
Business เนสท์เล่ ลั่นสู้ทุกปมพิพาท QCP พร้อมลงทุนโรงงานใหม่จบปัญหากำลังผลิต
ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.23 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.23 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

วาระขัดแย้ง สนิมในรัฐบาล ศึกในฝ่ายค้าน ในกระแสอภิปรายไม่ไว้วางใจ-แก้ รธน.

25 ส.ค. 2564 | 11:34น.

ในพายุการเมือง-ศึกใหญ่ที่กำลังมาถึง คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ่วงรัฐมนตรีในองคาพยพอีก 5 คน

กับเกมแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปรับระบบสูตรเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวใน “กติกา” การเลือกตั้ง 2560 มาใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ตามสูตรรัฐธรรมนูญ 2540+2550

เป็น 2 วาระใหญ่ทางการเมืองที่นักการเมืองเตรียมตัวประดาบกันในสภาผู้แทนราษฎร ไม่เพียงแค่พรรคขั้วรัฐบาลปะทะซีกฝ่ายค้าน ชิงแต้มผลประโยชน์-จำนวนมือในสภากันแค่ 2 ขั้วข้าง

หากแต่ในกลุ่มก้อน พรรครัฐบาลกับพรรครัฐบาลก็ยังเปิดชามเกาเหลา สร้างรอยแค้นระดับเล็ก ๆ ไปถึงระดับแตกเป็นเสี่ยง ๆ เช่นเดียวกับศึกในฝ่ายค้านที่ “เปิดหน้าชก” กันให้สังคมเห็นเป็นประจักษ์ น่าจับตาพอ ๆ กับเนื้อหาสาระการอภิปราย

เกาเหลาประยุทธ์-ภูมิใจไทย

ส่องเกาเหลาชามโต ชามแรกที่สะท้อนภาพความขัดแย้งภายในซีกรัฐบาลหนีไม่พ้น พล.อ.ประยุทธ์กับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นหัวหน้าพรรค ที่สถาปนาเป็น “พรรคใหญ่” เบอร์ 2 ในซีกรัฐบาล

เพราะในฐานะที่ “พล.อ.ประยุทธ์” สวมหัวโขนผู้อำนวยการ ศบค. ซึ่งมีทีมที่ปรึกษาเป็นปรมาจารย์ทางการแพทย์ กับ “อนุทิน” สวมบท รมว.สาธารณสุข กระทรวงหมอเป็นขุมกำลัง ปฏิเสธไม่ได้ว่า การทำงานของทั้ง 2 หัวโขน 2 บทบาท อยู่บนภาพแห่งความไม่บูรณาการ ทั้งเรื่องการบริหารจัดการโควิด-19 การจัดการวัคซีน

โควิด-19 ผ่านมา 1 ปีกว่า ๆ ความไม่ลงตัวยังมีให้เห็น เช่น ปมจัดซื้อ Antigen Test Kit (ATK) 8.5 ล้านชุด ขององค์การเภสัชกรรม ที่จัดการประมูลจนได้บริษัทที่ชนะการประมูลชุดตรวจ ATK ซึ่งเป็นยี่ห้อที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO)

แต่กลับปรากฏ “ข้อสั่งการ” ของนายกรัฐมนตรีออกมาภายหลังการประมูล กลายเป็น “กับดัก” ให้การจัดหา ATK ที่ WHO รับรอง อยู่ในจุดที่ลงตัวลำบาก

กระนั้นแม้ “อนุทิน” ยืนยันไม่ถอดใจลาออกจากรัฐบาล แต่อากัปกิริยาลูกพรรคภูมิใจไทย ที่อภิปรายในสภา เชิง “น้อยใจ” พล.อ.ประยุทธ์ในหลาย ๆ ครั้ง แม้ไม่ใช่ “อนุทิน” พูด ก็เหมือนพูดเอง

แหล่งข่าวจากภูมิใจไทยบอกว่า ที่คนในพรรคภูมิใจไทยออกมาแสดงความรู้สึกต่าง ๆ เพราะหัวหน้าพรรคโดนเยอะแล้ว ข้อเท็จจริงนายอนุทินไม่ได้มีหน้าที่อะไรเลย เพราะความรับผิดชอบแก้ปัญหาโควิด-19 ใน กทม.ก็เป็นหน้าที่ของผู้ว่าฯ กทม. ส่วนจังหวัดก็ขึ้นอยู่กับแต่ละจังหวัด และ ศบค.

“นายกฯก็รู้ เพราะขุนพลตัวหลัก ๆ ในสภาของภูมิใจไทยพูด ก็เหมือนนายอนุทินพูดเอง ท่าทีของนายกฯในบางเรื่องก็ดูอ่อนลง”

ศึกพรรคร่วมในเกม แก้ รธน.

ไม่ใช่เพียงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่น่าจับตา “เกาเหลาชามโต”

แต่ศึกการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก็เกิดคลื่นใต้น้ำหลายระลอก ระหว่างพรรครัฐบาล และแยกย่อยในพรรคพลังประชารัฐด้วยกันเอง จากกรณีเปลี่ยนกติกาจากบัตรเลือกตั้งใบเดียวตามกติการัฐธรรมนูญ 2560 มาสู่กติกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนรัฐธรรมนูญ 2540+2550 เลือกคนที่ใช่-พรรคที่ชอบ

พรรคภูมิใจไทยซึ่งได้เปรียบจากกติกาเลือกตั้งบัตรใบเดียว เพราะสามารถอัพเกรดพรรคกลาง 30 เสียงเศษในกติกาเลือกตั้งปี 2550 ขยับมาเป็น 52 เสียง หลังการเลือกตั้ง 2562 ไม่แฮปปี้หากเปลี่ยนกติกามาเป็นเลือกตั้งบัตรใบเดียว

และยังเชื่อว่ากระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในชั้นกรรมาธิการที่มี “ไพบูลย์ นิติตะวัน” รองหัวหน้าพรรคพรรคพลังประชารัฐ แท็กทีมแก้เนื้อหาร่วมกับกรรมาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และกรรมาธิการพรรคเพื่อไทย ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ

เพราะมีการหยิบหลักการของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ ที่สภาตีตกไปแล้ว มา “สอดไส้” ใส่ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่พิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ก่อนนำเข้าสู่วาระ 2 และ 3

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐเอง ใช่ว่าเป็น “คีย์เดียวกัน” ในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพราะเริ่มมี ส.ส.ขาใหญ่ในพลังประชารัฐหลายราย ส่งสัญญาณถึงระดับแกนนำฝ่ายนิติบัญญัติขั้วต่าง ๆ ปล่อยข่าวทั้งใน-นอกสภา ต้องการให้ “ล้ม” กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบแบบรัฐธรรมนูญ 2540+2550

โดยต้องการให้กลับมาใช้ระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียว ที่เป็นกติกาเลือกตั้งในปัจจุบัน หรือเปลี่ยนระบบเป็นเลือกตั้งบัตรสองใบแบบ MMP ของเยอรมนี ตามสูตรที่พรรคก้าวไกล พร้อมกับดึง ส.ว.แห่งสภาลากตั้ง มาเป็น “กองหนุน” จึงไม่แปลกที่มีการโยนหินจาก ส.ว.บางรายที่เสนอไปใช้ระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบแบบ MMP

แหล่งข่าววงในเกมแก้รัฐธรรมนูญของ “พลังประชารัฐ” ยืนยันคำสั่ง “เบื้องบน” ว่า กติกาเลือกตั้งในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมต้องเป็นระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ แบบ 2540+2550 เท่านั้น ส่วน “คลื่นใต้น้ำ” ที่ต้องการระบบเลือกตั้งนอกเหนือจากนี้ เป็นเสียงส่วนน้อย ไม่เกิน 5 ราย ที่พยายามเคลื่อนไหวอยู่

เพื่อไทยเปิดศึกก้าวไกล

แต่ที่ไม่ “อึมครึม” แต่ “ชัดเจน” คือพรรคฝ่ายค้าน เปิดชามเกาเหลากันแบบไม่ไว้หน้า หลายครั้ง-หลายยก

ตั้งแต่ยกแรก ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งที่ 1 เมื่อกุมภาพันธ์ 2563 ครั้งนั้น พรรคอนาคตใหม่ที่กลายเป็น “อดีต” ไปหยก ๆ เพราะถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ออกมา “ตำหนิ” พรรคเพื่อไทย ที่ขุนพลพรรคเพื่อไทยลุกขึ้นอภิปรายจนหมดเวลา ไม่เหลือให้ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ได้อภิปราย

ทั้งที่รัฐมนตรีที่อยู่ในบัญชีผู้ถูกอภิปราย เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็รอดตัวไปอย่างหวุดหวิด

พรรคเพื่อไทย-ก้าวไกลก็เป็นมวยคู่เอกในยกที่สอง เรื่องการที่คณะกรรมาธิการงบประมาณ 2565 ของพรรคเพื่อไทย ร่วมลงมติเป็น “เสียงข้างมาก” แปรญัตติงบประมาณที่ถูก “รีดไขมัน” จากกระทรวงต่าง ๆ วงเงิน 16,362,010,100 บาท โอนกลับไปให้ในงบฯกลาง ในหมวด “ค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019”

ก้าวไกลลากพรรคเพื่อไทยขึ้นไปวิจารณ์ในฟลอร์แถลงข่าว รวมถึงคลับเฮาส์ ว่ากำลัง “ตีเช็คเปล่า” ให้รัฐบาลเอางบฯไปใช้โดยไม่มีการตรวจสอบ ร้อนถึงพรรคเพื่อไทยต้องออกมาปฏิเสธกันฝุ่นตลบ

เรื่องผ่านไปไม่ถึง 2 สัปดาห์ พรรคเพื่อไทย-ก้าวไกลก็เปิดศึกกันอีกรอบ คราวนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตีตกชื่อ “พล.อ.ประวิตร”

“ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยืนยันว่าพรรคเสนอชื่อ “บิ๊กป้อม” จนนาทีสุดท้าย แต่ถูก “ตีตก” โดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่ด้าน “ภูมิธรรม เวชยชัย” ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ได้ทวีตข้อความตอบโต้ “อย่าใช้วิธีเล่าคลาดเคลื่อนข้อเท็จจริงฝ่ายเดียว คงทำงานกันยาก” ที่สุดถึงขั้นนัดเคลียร์ความหมางใจกันผ่านรายการโทรทัศน์

ทักษิณ กรรมการห้ามศึก

ต้องปล่อยให้ “โทนี่ วู้ดซัม” หรือทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องออกมาห้ามทัพปรามเด็ก ๆ ทั้ง 2 พรรคผ่าน CARE Talk x CARE Clubhouse

“พรรคก้าวไกลต้องใจเย็น ๆ ถ้าทำงานเพื่อหวังสร้างประชาธิปไตย อย่าใจร้อน จะทะเลาะทำไม เรามีภารกิจคือต้องทำงานร่วมกันเพื่อต่อสู้ให้ได้ประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่ด่าประวิตร ธรรมนัสแล้วจะได้ประชาธิปไตย อย่างว่าพรรคเพื่อไทยกับก้าวไกลมีวัฒนธรรมต่างกัน แต่ทั้งคู่ต้องทำงานร่วมกัน อย่าทะเลาะกัน เราโตกันแล้ว”

ชามเกาเหลามีกันทั้ง 2 ฟาก ทั้งที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ-การแก้ไขรัฐธรรมนูญคอยอยู่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อภิปรายไม่ไว้วางใจ