เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
ดูทั้งหมด

ศธ. ตั้งเป้าฉีดไฟเซอร์นักเรียนครบ 2 เข็ม ช้าสุดไม่เกิน พ.ย.- ธ.ค. นี้

21 ก.ย. 2564 | 18:03น.

กระทรวงศึกษาธิการตั้งเป้าฉีดวัคซีนไฟเซอร์นักเรียนครบ 2 เข็ม ช้าสุดไม่เกินพฤศจิกายน-ธันวาคม 2564 ด้านกรมอนามัยย้ำผลข้างเคียง พบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบน้อยมาก ส่วนการฉีดซิโนฟาร์มในเด็กเป็นเพียงการศึกษาวิจัยเท่านั้น  

วันที่ 21 กันยายน 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวในรายการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงศึกษาธิการ (ศบค.ศธ.) พบสภาผู้ปกครองและครูแห่งประเทศไทย เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้นักเรียน อายุ 12  ปีขึ้นไปว่า จะเริ่มฉีดวัคซีนให้นักเรียนได้วันที่ 4 ตุลาคม ขณะที่ครูฉีดไปแล้วกว่า 70% และจะครบ 100% ในช่วงเวลาเดียวกัน 

ทั้งนี้ สพฐ.ได้เตรียมการเป็นระยะ ตอนนี้ได้สื่อสารให้โรงเรียนประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการฉีดวัคซีน เพื่อประกอบการตัดสินใจในการยื่นความประสงค์ยินยอม หรือไม่ยินยอมให้บุตรหลานฉีดวัคซีนแล้ว 

ซึ่งโรงเรียนก็จะรวบรวมรายชื่อที่สมัครใจแจ้งความจำนงไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ก่อนแจ้งไปที่ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.)และส่งไปสาธารณสุขจังหวัด เพื่อนำจำนวนนักเรียน ขอโควตาวัคซีน เพื่อจัดสรรต่อไป โดยจะใช้โรงเรียนเป็นฐานในการฉีด ทั้งนี้ เมื่อฉีดเข็ม1 แล้วจะเว้น 3 สัปดาห์  จึงจะฉีดเข็ม 2 หากนักเรียนและครูได้รับการฉีดวัคซีนกว่า 80% ก็จะสามารถเปิดเรียนได้ ส่วนการเฝ้าระวังหลังการฉีดวัคซีน สพท. จะร่วมกับสธ. เผ้าระวังดูแลนักเรียนกรณีมีอาการไม่พึงประสงค์ หากมีอาการแพ้ ก็จะมีการส่งรักษา หรือดูเรื่องเยียวยาว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง

“เรามีความคาดหวังว่าอยากเห็นนักเรียนของเราทั้งหมดทั่วประเทศได้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ภายในเดือนตุลาคม หรืออย่างช้าภายในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม จากนั้นเราจึงจะเปิดเรียนแบบออนไซต์ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตนคิดว่าผู้บริหารทุกคนก็น่าจะมีความคาดหวังเช่นเดียวกัน คือ อยากเห็นโรงเรียนได้เปิดเรียนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ 

ทั้งนี้แม้จะเปิดเรียนไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนต้องมาโรงเรียนถ้าผู้ปกครองยังไม่มั่นใจก็อนุโลมให้เรียนออนไลน์ที่บ้านได้ อีกทั้งการมาเรียนก็ไม่ได้มีรูปแบบเดียว ขึ้นอยู่กับทางโรงเรียนกำหนด เช่น สลับวันมาเรียน ตรงนี้เป็นการดำเนินการเพื่อให้โรงเรียนกลับมาเรียนออนไซต์โดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามนโยบายรัฐมนตรีก็หวังจะมีการเปิดออนไซต์ให้ได้ 100% เพื่อให้นักเรียนได้เรียนอย่างมีความสุข ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี จะมีการออกแบบเปิดตามความเหมาะสม สลับการเปิด ดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก”

ทำไมต้องสำรวจรายชื่อนักเรียน?

นายอัมพร กล่าวต่อว่า สืบเนื่องจากวัคซีนที่จะให้กับนักเรียน มีอายุการเก็บได้ไม่นาน ดังนั้นจำเป็นต้องรู้ว่านักเรียนที่มีความประสงค์จะฉีดแต่ละโรงเรียน แต่ละวันจะฉีดได้เท่าไหร่ จึงจะสามารถจัดส่งวัคซีนได้อย่างเป็นระบบไม่มีผลกระทบการจัดเก็บ ที่สำคัญ ที่ให้สำรวจเป็นรายโรงเรียนก็เพื่อดูปริมาณการฉีดวัคซีนของแต่ละโรงเรียน เพื่อเตรียมแผนเปิดโรงเรียน จึงขอความร่วมมือครู ผู้ปกครอง ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน

พบอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบน้อยมาก 

ด้าน นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การนำวัคซีนเข้ามาใช้ในเด็กของประเทศไทย ขณะนี้ทั่วโลกอนุมัติให้ใช้วัคซีนชนิด mRNA และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยอนุมัติให้ฉีดได้ในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป จะเป็นวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งจะเข้ามาในประเทศไทยช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ และเริ่มฉีดต้นเดือนตุลาคม 

ที่ผ่านมาได้เริ่มฉีดไฟเซอร์แก่เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยงหรือโรคประจำตัวไปแล้วเพราะเด็กกลุ่มนี้หากติดเชื้อโควิดจะมีความรุนแรงมากกว่าเด็กปกติ โดยพบว่ากลุ่มเด็ก อายุ 12-19 ปี มีอัตราการติดเชื้อร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ใหญ่ และเสียชีวิต ร้อยละ 0.03 แม้จะเป็นจำนวนน้อย แต่ส่วนใหญ่เด็กที่เสียชีวิต จะมีโรคประจำตัวด้วย จึงจำเป็นต้องเร่งฉีดวัคซีนให้กับเด็กที่มีโรคประจำตัวให้ได้มากที่สุด

ส่วนเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนคณะผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งอย. และราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ เห็นพ้องต้องกันว่าวัคซีนค่อนข้างปลอดภัยและมีความจำเป็นต้องฉีดให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ามีผู้ปกครองบางส่วนที่มีความกังวลใจอยู่บ้าง เพราะมีการรายงานว่า พบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบภายหลังฉีด ซึ่งขอเรียนว่าส่วนใหญ่พบในเด็กผู้ชาย และพบในโดส ที่ 2 มากกว่าโดสที่ 1 ถือว่าพบน้อยมาก จากข้อมูลที่ออกมาพบว่า อายุ 12-15 ปี พบเพียง 20.9 รายต่อการฉีด 1 ล้านโดส อายุ 16-17 ปี พบ 34 รายต่อ 1 ล้านโดส ซึ่งข้อมูลนี้ เป็นอาการไม่รุนแรง สามารถรักษาหายได้ ทั่วโลกยังเจอน้อยอยู่ สำหรับประเทศไทยพบเพียง 1 คน เท่านั้นและมีอาการไม่รุนแรงมาก สามารถรักษาหายได้ ดังนั้นเมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ที่เด็กจะได้รับจากการฉีดวัคซีน มีมากกว่าไม่รับวัคซีน ในอนาคตก็จะมีผลวิจัยเข้ามาเพิ่มเติม ก็จะนำมาพิจารณาในโอกาสต่อไป 

ฉีดซิโนฟาร์มในเด็กเป็นเพียงการศึกษาวิจัย 

นพ.สราวุฒิ กล่าวต่อว่า หลายคนถามว่ามีวัคซีนตัวอื่นหรือไม่ที่จะนำมาใช้ในประเทศไทย ณ ขณะนี้ในต่างประเทศ เช่น จีน อาหรับอามิเรต มีการใช้วัคซีนเชื้อตาย ทั้งซิโนแวค ซิโนฟาร์ม ซึ่งอนุมัติให้ใช้บางประเทศ ส่วนของประเทศไทยขณะนี้มีการฉีดซิโนฟาร์มให้กับเด็กนักเรียนบางส่วนโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นขั้นตอนการศึกษาวิจัย ขณะนี้ อย. ไทย ยังไม่อนุมัติใช้ซิโนฟาร์มในเด็ก เพราะยังไม่มีผลการทดลองระยะ3 ที่แสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยในเด็ก จึงต้องรอข้อมูลส่วนนี้ก่อน ถึงจะนำมาใช้กับเด็กทั่วไปได้

ทั้งนี้มีผู้ปกครองบางส่วนถามว่าเด็กอายุ 18 ปี ที่รับวัคซีนเข็มที่ 1 จากหน่วยฉีดนอื่นๆ แล้วจะมารับวัคซีนเข็ม 2 ที่จะมีการฉีดในโรงเรียนได้หรือไม่นั้น ต้องบอกว่าฉีดเข็มที่ 1 ที่จุดใดก็จะได้รับหมายจากจุดฉีดนั้น ซึ่งการฉีดวัคซีนในโรงเรียน จะเป็นข้อมูลที่โรงเรียนรวบรวมและนัดหมายการฉีดเองเป็นคนละส่วนกัน ส่วนผู้ปกครองในพื้นที่สีแดงเข้มและสีแดง ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ขอให้ไปติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อขอรับวัคซีน