เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สว.ไฟเขียว ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’ รัฐบาล แจงจะใช้ให้โปร่งใส ไม่ทำเพื่อเอื้อการเมือง
Politics สว.ไฟเขียว ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’ รัฐบาล แจงจะใช้ให้โปร่งใส ไม่ทำเพื่อเอื้อการเมือง
ตลท. ยกระดับ “TSD e-Service” ปลดล็อกการทำธุรกรรมผู้ถือหุ้นให้เป็นเรื่อง “วิเศษ”
Finance ตลท. ยกระดับ “TSD e-Service” ปลดล็อกการทำธุรกรรมผู้ถือหุ้นให้เป็นเรื่อง “วิเศษ”
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
เงินเฟ้อ มิ.ย. พุ่ง 2.42% อาหารจานเดียว-ค่าน้ำมันดันค่าครองชีพสูง
Economic เงินเฟ้อ มิ.ย. พุ่ง 2.42% อาหารจานเดียว-ค่าน้ำมันดันค่าครองชีพสูง
ก.พ. คลอดมาตรการคุม ‘ทุจริตสอบราชการ’ งัดไม้แข็งตรวจพบเจอโทษสูงสุด
Politics ก.พ. คลอดมาตรการคุม ‘ทุจริตสอบราชการ’ งัดไม้แข็งตรวจพบเจอโทษสูงสุด
ก.พ. ลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ มุ่งให้มีผลในปีงบฯ 70 เล็งเพิ่มเงินเดือน ขรก.ในต่างประเทศ
Politics ก.พ. ลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ มุ่งให้มีผลในปีงบฯ 70 เล็งเพิ่มเงินเดือน ขรก.ในต่างประเทศ
เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน เปิดตัว ‘CenTRal cENtrAL’ มิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางสยามสแควร์
Real Estate เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน เปิดตัว ‘CenTRal cENtrAL’ มิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางสยามสแควร์
ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 66,350 บาท
เอกนิติ ยัน ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ จำเป็น จับตา “ศาล รธน.” 9 ก.ค. ย้ำต้องเร่งลงทุน-เปลี่ยนผ่านพลังงาน
Politics เอกนิติ ยัน ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ จำเป็น จับตา “ศาล รธน.” 9 ก.ค. ย้ำต้องเร่งลงทุน-เปลี่ยนผ่านพลังงาน
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ท่ามกลางการซื้อ-ขายที่เบาบางก่อนวันหยุดยาวสหรัฐ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ท่ามกลางการซื้อ-ขายที่เบาบางก่อนวันหยุดยาวสหรัฐ
ดูทั้งหมด

Digital Transformation กับการดำเนินโครงการทางเศรษฐกิจ

14 ต.ค. 2564 | 09:39น.

คอลัมน์ เช้านี้ที่ซอยอารีย์
พงศ์นคร โภชากรณ์ 
[email protected]

มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือกล่าวไว้ว่า 1 ใน 3 ขององค์กรระดับโลกจะถูก disrupt ทุก ๆ 5 ปี จึงเป็นเหตุให้องค์กรต่าง ๆ ต้องทำสิ่งที่เรียกว่า “digital transformation” ซึ่งก็คือการนำ digital technology ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้กับงานที่ทำเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ความสะดวกสบาย ลดต้นทุน รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งอาจจะเป็น digital technology ที่ใช้กับกระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำก็ได้ หรือถึงขั้นฉีกความคิดเดิม ๆ ก้าวข้ามไปยังดินแดนใหม่ ๆ ทางความคิดได้

ในความคิดเห็นของผม การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจในยุค digital transformation นั้น กระทรวงการคลังน่าจะเป็นหน่วยงานแรกที่มีการนำ digital technology มาใช้ ซึ่งตอบโจทย์ความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย ช่วยเหลือตรงตัว เงินถึงมือปุ๊บใช้จ่ายได้ปั๊บ ไม่รั่วไหล ตรวจสอบการทำธุรกรรมได้ การเป็นสังคมที่ไม่ใช้เงินสด (cashless society) และทำให้ประชาชนมีความรู้ด้านดิจิทัล (digital literacy) ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 6 โครงการ ครอบคลุมประชาชนกว่า 30 ล้านคน ดังนี้

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (ปี 2560 และ 2561) หรือโครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย 13.6 ล้านคน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพเป็นการโอนวงเงินมาไว้ใน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เพื่อใช้ซื้อสินค้าจำเป็นในร้านธงฟ้าประชารัฐ ก๊าซหุงต้ม รถไฟ รถทัวร์ รถเมล์ และรถไฟฟ้า รวมถึงการเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ คนพิการ เด็กแรกเกิด และการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา โดยใช้บัตรเสียบกับ “เครื่อง EDC” ผ่านร้านค้าต่าง ๆ กว่า 90,000 ร้านค้าทั่วประเทศ

โครงการชิม ช้อป ใช้ (ปี 2562) จำนวน 11.2 ล้านคน เพื่อกระตุ้นการบริโภคและการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดที่ไม่ใช่ภูมิลำเนา เป็นโครงการแรกที่ทำให้เราต้อง “ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือ” โดยรัฐบาลใส่เงินผ่าน “G-wallet” คนละ 1,000 บาท นโยบายนี้เป็นนโยบายแรกที่ทำให้เรารู้จักกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์

โครงการเราไม่ทิ้งกัน (ปี 2563) หรือโครงการเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน จำนวนคน 15.3 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยเฉพาะกลุ่มลูกจ้าง อาชีพอิสระ และร้านค้ารายย่อย โดยตรวจสอบคุณสมบัติจาก14 ฐานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า “data verification” โดยรัฐจ่ายเงินตรงเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และ “พร้อมเพย์” ซึ่งได้อานิสงส์จากโครงการ “National e-Payment”

โครงการคนละครึ่ง (ปี 2563 และ 2564) จำนวนประมาณ 28 ล้านคน (เฟส 1, 2 และ 3) และมีร้านค้าเข้าร่วม 1.1 ล้านกิจการ เพื่อกระตุ้นการบริโภคให้แก่ประชาชนและเพิ่มรายได้ให้แก่ร้านค้ารายย่อย โดยภาครัฐจะช่วย copay ร้อยละ 50 อีกร้อยละ 50 ผู้บริโภคออกเอง และมีการสร้าง “แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง” สำหรับฝั่งผู้ซื้อ และ “แอปพลิเคชั่นถุงเงิน” สำหรับฝั่งผู้ขาย โดยการสแกน “QR code” เพื่อทำธุรกรรม โดยในเฟส 3 มี “การเชื่อมโยงกับ food delivery platform” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคมากขึ้น

โครงการเราชนะ (ปี 2563 และ 2564) จำนวน 33.2 ล้านคน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” กลุ่มผู้มี “แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง” กลุ่มผู้ที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง และกลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ และมีร้านค้ากิจการต่าง ๆ เข้าร่วมผ่าน “แอปพลิเคชั่นถุงเงิน” จำนวน 1.3 ล้านกิจการเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มการจับจ่ายใช้สอย และเพื่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและฐานรากมากขึ้น โดยการสแกน “QR code” เพื่อทำธุรกรรม

โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ (ปี 2564) ตั้งเป้าผู้ได้รับสิทธิไว้ที่ 1 ล้านคน ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินโครงการสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2564 โดยผู้บริโภคสามารถเติมเงินจากบัญชีเข้ามาอยู่ใน “G-wallet” ผ่าน “internet banking” และสามารถนำไปใช้จ่ายในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยการสแกน “QR code” เพื่อทำธุรกรรม และเมื่อใช้จ่ายถึงเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับ “e-Voucher” เข้ามาใน “G-wallet” สามารถนำไปใช้จ่ายได้อีกต่อหนึ่ง ถือเป็นการเพิ่มอำนาจซื้อของผู้บริโภค

ดังนั้น ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาของกระทรวงการคลัง การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เครื่อง EDC การลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือ การมี G-wallet การทำ data verification การมีพร้อมเพย์ภายใต้โครงการ National e-Payment การมี internet banking แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง แอปพลิเคชั่นถุงเงิน การสแกน QR code เพื่อทำธุรกรรม การเชื่อมโยงกับ food delivery platform และ e-Voucher ตลอดจนการนำข้อมูลภายใต้โครงการต่าง ๆ มาทำ big data และการทำ data-driven policy ในอนาคต สะท้อนถึงการก้าวสู่ digital transformation อย่างเต็มตัวแล้วและจะพัฒนาต่อไป

บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิได้ผูกพันเป็นความเห็นขององค์กรที่สังกัด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Digital Transformation