เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

ฉีดครบ 32% ก็เปิดประเทศได้ ความเสี่ยงที่ต้องยอมรับ

13 ต.ค. 2564 | 14:48น.

 

การประกาศแถลงการณ์ “เปิดประเทศ” ที่จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อช่วงเย็นย่่ำค่ำวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ด้านหนึ่งได้สร้างความหวังและทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจหลาย ๆ ราย “โล่งอก” มากขึ้นบ้าง หลังจากที่ตั้งตารอคอยฟังความชัดเจนเพื่อจะได้กลับมาเตรียมตัวเปิดให้บริการอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร

แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ “ไม่เห็นด้วย” เนื่องจากยังไม่วางใจในสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เป็นอยู่ในวันนี้กับตัวเลขจำนวนผู้ป่วยที่ยังยืนอยู่ที่หลักหมื่น (คน) ต่อวัน และในจำนวนนี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยังไม่นับรวมตัวเลขจำนวนผู้ป่วยที่เข้าข่ายการติดเชื้อจากการตรวจด้วยชุดเอทีเคที่มีวันละหลายพันคน บางวันพุ่งไปแตะหลักหมื่น นับรวมเข้าไปด้วย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตก็ยังสูงเฉียดหลักร้อยต่อวัน ที่สำคัญในแต่ละวันก็จะมีคลัสเตอร์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ

ครบ 2 เข็ม 32% เปิดประเทศ

ถึงวันนี้ แม้ว่าในภาพรวมการฉีดวัคซีนของประเทศ ตัวเลขจะทะลุ 60.23 ล้านโดส (ยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์-10 ตุลาคม) ในจำนวนนี้แบ่งเป็น จำนวนผู้ที่ได้รับเข็ม 1 จำนวน 35.09 ล้านคน หรือ 48.7% จากจำนวนประชากร 72.03 ล้านคน ขณะที่ผู้ที่ได้รับการฉีดเข็ม 2 มีจำนวน 23.40 ล้านคน หรือ 32.5%

อย่างน้อยที่สุด ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า การฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ยังมีเปอร์เซ็นไม่มากนัก คือ 32.5% ซึ่งยังไม่มากพอและห่างไกลกับการจะสร้างเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ได้

หรือหากเทียบกับหลาย ๆ ประเทศที่ได้ทยอยประกาศเปิดประเทศไปก่อนหน้านี้ ตัวเลขการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ก็ยังห่างไกลประเทศอื่น ๆ มาก โดยเฉพาะสิงคโปร์ ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วมากถึง 81% ขณะที่แคนาดา 72% อังกฤษ 68% ฝรั่งเศส 66%

เช่นเดียวกับออสเตรเลีย ที่เตรียมจะเปิดประกาศในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็ตั้งเป้าจะฉีดวัคซีนเข็ม 2 ให้ได้ 55% ภายในกลางเดือนตุลาคมนี้ จากตอนนี้ที่ทำได้มากกว่า 50%

Advertisement

ส่องยอดวัคซีนเมืองท่องเที่ยว

รายงานจากกระทรวงสาธารณสุข ที่รวบรวมตัวเลขการได้รับฉีควัคซีนโควิด-19 สะสม (20 กุมภาพันธ์-10 ตุลาคม) จากระบบฐานข้อมูล (MOPH Immunization Center) ของจังหวัดหรือพื้นที่นำร่องเมืองท่องเที่ยวตามแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ จะพบว่า ตัวเลขสัดส่วนการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ที่มีสัดส่วนสูงมีอยู่เพียง 2-3 จังหวัดเท่านั้น (ดูตารางประกอบหน้า 1)

ยกตัวอย่าง จังหวัดภูเก็ต มีประชากร 547,584 คน มีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม 1 จำนวน 437,157 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 79.8% ส่วนเข็ม 2 จำนวน 414,250 คน หรือ 75.7% ขณะที่กรุงเทพฯ ประชากร 7.69 ล้านคน ฉีดเข็ม 1 ไปแล้ว 7.88 ล้านคน หรือ 102.4% ส่วนเข็ม 2 ฉีดไปแล้ว 4.69 ล้านคน หรือ 61.0% และชลบุรี ประชากร 2.05 คน ฉีดเข็ม 1 ไปแล้ว 1.46 ล้านคน หรือ 71.2% ส่วนเข็ม 2 ฉีดไปแล้ว 1.01 ล้านคน หรือ 49.6%

ส่วนจังหวัดอื่น ๆ หากพิจารณาลงไปในรายละเอีดจะพบว่า สัดส่วนการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ยังมีสัดส่วนที่ไม่สูงนัก ไม่ว่าจะเป็น กระบี่ ประชากร 503,537 คน ฉีดเข็ม 1 ไปแล้ว 203,599 คน หรือ 40.4% เข็ม 2 ฉีดไปแล้ว 155,186 คน หรือ 30.8%, พังงา ประชากร 286,338 คน ฉีดเข็ม 1 ไปแล้ว 161,662 คน หรือ 56.5% ขณะที่เข็ม 2 ฉีดไปแล้ว 137,516 คน หรือ 48.0%

ประจวบคีรีขันธ์ ประชากร 578,093 คน ฉีดเข็ม 1 ไปแล้ว 281,350 คน หรือ 48.7% ส่วนเข็ม 2 ฉีดไปแล้ว 216,602 คน หรือ 37.5%, เพชรบุรี ประชากร 502,826 คน มีผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็ม 1 จำนวน 268,270 คน หรือ 53.4% ส่วนเข็ม 2 มีจำนวน 198,616 คน หรือ 39.5% ส่วนเชียงใหม่ ประชากร 1.73 คน มีผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็ม 1 จำนวน 772,293 คน หรือ 44.7% ส่วนเข็ม 2 จำนวน 531,445 คน หรือ 30.7% เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับการเปิดประเทศ 1 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ จากนี้ไป สธ.จึงต้องเร่งมาตรการต่าง ๆ ในการกำหนดประเทศที่เดินทางเข้ามาต้องมีความเสี่ยงต่ำ การกำหนดเรื่องหลักฐานการฉีดวัคซีน รวมถึงการเร่งปูพรมฉีดวัคซีนในพื้นที่เป้าหมายของการท่องเที่ยวในเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้น

สธ.ยืนยันวัคซีนมีมากพอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนแผนการจัดหาวัคซีนของรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ 3 เดือนสุดท้ายที่เหลืออยู่ จะมีเข้ามาเพิ่มอีกประมาณ 71 ล้านโดส จากก่อนหน้านี้ที่มีวัคซีนยี่ห้อต่าง ๆ ทยอยส่งมอบและฉีดไปแล้ว (กุมภาพันธ์-กันยายน) ประมาณ 55.5 ล้านโดส

โดยในเดือนตุลาคมนี้ตามแผนจะมีวัคซีนเข้ามา 24 ล้านโดส เป็นซิโนแวค 6 ล้านโดส แอสตร้าเซนเนก้า 10 ล้านโดส ไฟเซอร์ 8 ล้านโดส ส่วนเดือนพฤศจิกายน จะมีวัคซีนเข้ามารวม 23 ล้านโดส เป็นแอสตร้าเซนเนก้า 13 ล้านโดส และไฟเซอร์ 10 ล้านโดส ขณะที่เดือนธันวาคม จะมีวัคซีนเข้ามา 24 ล้านโดส เป็นแอสตร้าเซนเนก้า14 ล้านโดส และไฟเซอร์ 10 ล้านโดส

เท่ากับว่าอย่างน้อยที่สุดภายในปีนี้ประเทศไทยจะมีวัคซีนทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 126 ล้านโดส และนี่ยังไม่นับรวม ซิโนฟาร์ม (ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์) ที่จะทยอยเข้ามา เข้ามาอีก 6 ล้านโดส 12.5 ล้านโดส และ 12.5 ล้านโดส ตามลำดับ และโมเดอร์นา (องค์การเภสัชกรรมและสมาคโรงพยาบาลเอกชน) อีก 2 ล้านโดส ที่จะเข้ามาในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังมีการเจรจาขอซื้อวัคซีนจากต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่งที่พร้อมจะขายให้ อาทิ สเปน ประกอบด้วย แอสตร้าเซนเนก้า 165,000 โดส และไฟเซอร์ 2.78 ล้านโดส, ฮังการี เป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 4 แสนโดส นอกจากนี้ ประเทศไอซ์แลนด์ยังได้ประกาศจะบริจาควัคซีนไฟเซอร์ให้ไทย จำนวน 1 แสนโดส

ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ยังได้กำหนดเป้าหมายและแผนการฉีดวัคซีน ช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี (ตุลาคม-ธันวาคม) โดยประชากรจะได้รับวัคซีนทั้งหมด 62 ล้านคน คิดเป็น90% ของประชากรประเทศไทย โดยเป้าหมายการฉีดภายในปี 2564 ได้แก่ 1.ครอบคลุมผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 อย่างน้อย 70% ภายในเดือนพฤศจิกายน 2564 และอย่างน้อย 80% ภายในเดือนธันวาคม 2564 2.ครอบคลุมผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 อย่างน้อย 70% ภายในเดือนธันวาคม 2564

และ 3.ให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตายครบ 2 เข็ม และผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดได้รับเข็มกระตุ้น 1 เข็ม โดยมีแผนการจัดสรรให้มีผู้ได้รับการกระตุ้นเดือนละ 1-2 ล้านโดส ตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2564

พร้อมกันนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังจะจัดฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ และแรงงานต่างด้าว ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป

ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวย้ำภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคโควิด-19 หรืออีโอซี (EOC) เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ล่าสุดได้รับรายงานการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดสะสมแล้วกว่า 60.2 ล้านโดส ซึ่งเป็นไปตามการวางแผน และคาดว่าในสิ้นปี 2564 จะสามารถฉีดวัคซีนได้ 100 ล้านโดสอย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีน เปิดประเทศ