เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ก.ย. 69) ปรับลง 0.06% อยู่ที่ 84,427 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ก.ย. 69) ปรับลง 0.06% อยู่ที่ 84,427 เหรียญสหรัฐ
ผังเมือง กทม.ใหม่ เปิดพื้นที่พัฒนาเมือง บูมทำเลทอง “กรมที่ดิน” เบรกลดขนาดบ้าน-เพิ่มโควตาต่างชาติ
Real Estate ผังเมือง กทม.ใหม่ เปิดพื้นที่พัฒนาเมือง บูมทำเลทอง “กรมที่ดิน” เบรกลดขนาดบ้าน-เพิ่มโควตาต่างชาติ
ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
อนุทิน ดีใจ ‘เนเน่’ คว้าแชมป์ AGT ขอบคุณสร้างชื่อให้ประเทศ ทำให้คนไทยมีความสุข
Politics อนุทิน ดีใจ ‘เนเน่’ คว้าแชมป์ AGT ขอบคุณสร้างชื่อให้ประเทศ ทำให้คนไทยมีความสุข
อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมตลาดหุ้นไทย-สหรัฐฯ 
Politics อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมตลาดหุ้นไทย-สหรัฐฯ 
สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 24 ก.ย.69 
Sport สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 24 ก.ย.69 
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข เช็กบัตรดี-บัตรเสีย
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข เช็กบัตรดี-บัตรเสีย
อยุธยาท่วมแล้ว 6 อำเภอ ผู้ว่าฯ เร่งรับมือน้ำเจ้าพระยาระบายเพิ่ม เสริมบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน
เศรษฐกิจภูมิภาค อยุธยาท่วมแล้ว 6 อำเภอ ผู้ว่าฯ เร่งรับมือน้ำเจ้าพระยาระบายเพิ่ม เสริมบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน
ภูเก็ตเปิดเวที Greenest Cities Phuket ดันภาคใต้สู่เมืองเขียว
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตเปิดเวที Greenest Cities Phuket ดันภาคใต้สู่เมืองเขียว
กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
Finance กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
ดูทั้งหมด

มาริษา เจียรวนนท์ ใช้ “ศาสตร์-ศิลป์” ของอาหาร สร้างพลังบวกคืนสู่สังคม

30 ต.ค. 2564 | 08:34น.
พลพัต สาเลยยกานนท์ : เรื่อง

กว่า 1 ปี ของ “มูลนิธิเชฟแคร์ส” ที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีมิติและบริบททางสังคมในวงกว้างอย่างมากในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่การทำอาหารเพื่อบุคลากรด่านหน้าอย่างแพทย์และพยาบาล อาสาสมัคร ให้อิ่มท้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ที่มาที่ไปของ “มูลนิธิเชฟแคร์ส” หลายคนอาจจะเคยได้ยินและรู้จักอยู่บ้าง แต่จุดเริ่มต้นแรกเกิดขึ้นจากแนวคิดของ “มาริษา เจียรวนนท์” ในช่วงเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่การแพร่ระบาดรุนแรงอย่างมาก ผู้คนหวาดกลัว และแน่นอนว่าร้านอาหารได้รับผลกระทบอย่างหนัก

“มาริษา เจียรวนนท์” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเชฟแคร์ส และประธานบริษัท เชฟแคร์ส โปรเจกต์ จำกัด เล่าให้ฟังว่า ตนมีเพื่อนเชฟท่านหนึ่งนามว่า “เชฟวุฒิศักดิ์” ซึ่งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต เวลานั้นมีไอเดียว่าอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อบุคลากรด่านหน้า แพทย์ พยาบาล และอาสาสมัคร ในการต่อสู้กับโควิด-19 ให้มีกำลังในพลัง
ในบทสนทนาของจุดเริ่มต้นแนวคิดไอเดียดังกล่าวนั้น

ตนจึงได้คิดที่จะขยายผลให้ไอเดียดังกล่าวเป็นจริงขึ้นได้และยกระดับสู่ความยั่งยืนเพื่อช่วยสังคมและผู้คน นาทีนั้นจึงรวบรวมทุกสรรพกำลังที่มีทั้ง คอนเน็กชั่น และ แพสชั่น จึงได้รับการสนับสนุนหลักจาก ซีพีเอฟ พร้อมกับเหล่าบรรดาเชฟผู้ใจบุญ ในช่วงแรก 25 ท่าน ต่อมาให้หลังเพียงแค่ 1 เดือน จำนวนเชฟผู้ใจบุญก็เพิ่มขึ้นเป็น 73 ท่าน

“ในเวลานั้นทุกคนอยู่ภายใต้สถานการณ์ได้รับผลกระทบกันทั้งหมด ทั้งในด้าน เศรษฐกิจ และ อารมณ์ เพราะไม่มีใครรู้ว่าการแพร่ระบาดจะสิ้นสุดลงเมื่อไร แต่ด้วยความเชื่อของทุกคนที่มีต่อโปรเจ็กต์ เชฟแคร์ส ทำให้วันนั้นแม้จะทำอะไรไม่ได้ แต่ทำอะไรเพื่อคนอื่นได้”

มาริษา เล่าให้ฟังต่อว่า จุดเริ่มต้นของโปรเจ็กต์นี้ใช้เวลาในการทำงานและประสานงานด้วยระยะเวลาอันสั้นเพราะทุกคนต่างมาด้วยใจ ซึ่งเป็นการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ผลงานในการใช้ “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ในการทำอาหารมาสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม เลยนำไปสู่การก่อตั้งมูลนิธิในเดือนธันวาคม 2563

ดังนั้นหากมองในเชิง Soft Power ที่เปรียบเทียบกับ ประเทศเกาหลี ที่มีกระแส K-Pop, K-Drama เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ, สังคม และวัฒนธรรม ขณะที่ Soft Power ของประเทศไทย คือ Hospitality และ Gastronomy ใช้อาหารเป็นสิ่งสร้างความประทับใจและสื่อสารให้คนทั่วโลกได้รู้จักกับ เชฟไทย ที่เป็นผู้มีจิตใจดี และมีความแตกต่างด้วยอาหาร สตรีตฟู้ด

อีกส่วนหนึ่งคือ อาหารปรุงสำเร็จของ เชฟแคร์ส จะช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงอาหารที่มี คุณภาพ และ ครบหมวดหมู่ ซึ่งจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี ดังนั้นการนำเชฟที่มีชื่อเสียงในการทำอาหารจึงเป็นคำตอบของโจทย์ในการทำอย่างไรให้คนไทยมีสุขภาพดี

ซึ่งประกอบไปด้วย 3 อย่างคือ 1.อร่อย 2.วัตถุดิบคุณภาพ และ 3.ความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นเมนูใหม่ของเชฟ โดยส่วนตัวจะไม่มีการต่อรองกับราคาวัตถุดิบ ซึ่งทุกเมนูของ เชฟแคร์ส ใช้ หมูชีวา-ไก่เบญจา ทั้งหมด เพราะหวังว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในการสร้างสุขภาพที่ดี

นอกจากนั้น ความยั่งยืนของความเป็น “มูลนิธิ” หลักใหญ่ใจความสำคัญอยู่ที่ เงินทุนสนับสนุน หรือ เงินบริจาค ดังนั้นเราจึงมีแนวคิดไอเดียต่อยอดในการช่วยเหลือสังคมด้วยการผลักดันให้เกิดความยั่งยืนด้วยการขายเมนูอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานโดยกำไร 100% จะนำมาช่วยเหลือผู้คนในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา รองประธานกรรมการมูลนิธิเชฟแคร์ส กล่าวเสริมว่า ด้วยพันธกิจมากมายของ มูลนิธิเชฟแคร์ส เราจึงสร้างระบบนิเวศบุญด้วยการทำ Social Enterprise ซึ่งเรามองว่าโควิด-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่ส่งผลกระทบในวงกว้าง

ดังนั้นจึงต่อยอดจากการทำอาหารเพื่อดูแลเป็นกำลังใจให้ แพทย์ พยาบาล อาสาสมัครแล้ว ยังจะมอบความช่วยเหลือให้ ชุมชนแออัด และผู้ยากไร้ อาทิ บ้านเด็กกำพร้า, ผู้พิการ ซึ่งจะเป็นส่วนในการนำไปสู่ความยั่งยืนในสังคม

อีกทั้งยังได้มีการทำโครงการ สานฝันปั้นเชฟ จากต้นไอเดียแนวคิดในการพูดคุยกับเชฟระดับเอเชียหนึ่งในผู้ร่วมโครงการ เชฟแคร์ส ของเรา ที่อาจจะไม่ได้มีความราบรื่นในการได้เรียนรู้ในการทำอาหาร และหลายคนมีความสนใจในการทำอาหารแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งโครงการในระยะแรกได้สิ้นสุดลงไปในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการปรับรายละเอียดบางส่วนเพื่อจะเปิดรับผู้สนใจในระยะต่อไป

“โภชนาการที่ดีเชื่อมโยงกับความก้าวหน้าของสังคมและประเทศ พลเมืองที่อยู่ดีกินดีมักจะมีโอกาสพัฒนาตัวเอง พัฒนาสังคมและพัฒนาประเทศ ดังนั้นโจทย์ที่จะมอบอาหารที่ดีให้เข้าถึงพลเมืองจึงเป็นสิ่งในการผลักดันให้ประเทศพัฒนา”

อย่างไรก็ตาม โมเดลของโปรเจ็กต์ เชฟแคร์ส นี้จะไม่หยุดนิ่งอยู่เพียงเฉพาะในประเทศไทย เพราะสามารถต่อยอดแนวคิดไอเดียให้กับเชฟผู้มีจิตใจดีสามารถนำไปปรับใช้ในแต่ละพื้นที่ของแต่ละประเทศซึ่งอาจจะเป็นมูลนิธิระดับนานาชาติได้ จากจุดเริ่มต้นของโครงการในประเทศไทย ให้ได้รู้จักว่าประเทศไทยไม่ใช่แค่มีอาหารที่อร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเชฟไทยที่เป็นระดับตำนานความดี

ล่าสุด เชฟแคร์ส ได้เปิดตัวเมนู ฟูซิลี่ผัดขี้เมาไก่ ที่ร่วมกับเจ๊ไฝ เชฟมิชลินสตรีตฟู้ดชื่อดังของประเทศไทย เพื่อสร้างประสบการณ์ส่งตรงถึงผู้บริโภคให้เหมือนไปรับประทานที่ร้านอาหารของเจ๊ไฝจริง ๆ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงเมนูคุณภาพที่หลากหลาย

สอดคล้องกับแนวคิดของแบรนด์เชฟแคร์ส ที่เน้นเจาะกลุ่มผู้ที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพและคุณภาพของอาหาร ทั้งยังสามารถรับประทานได้ทุกที่ทุกเวลา ในราคาที่เข้าถึงได้เพียงกล่องละ 69 บาท วางจำหน่ายในช่องทางร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น รวมถึงช่องทาง ALL Online App และแม็คโคร (บางสาขา)

สำหรับที่ผ่านมาได้ผลิตเมนูอาหารพร้อมรับประทานภายใต้แบรนด์ Chef Cares Ready Meal สู่ตลาดไปแล้วทั้งสิ้น 6 เมนู รวมทั้งสิ้น 1.7 ล้านกล่อง และนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายทั้ง 100% คืนสู่สังคม ผ่านโครงการต่าง ๆ ภายใต้มูลนิธิเชฟแคร์ส

เช่น โครงการ Chef Cares Dream Academy – สานฝันปั้นเชฟ ที่ให้โอกาสเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสได้เรียนรู้ ฝึกงานจริงกับเชฟเพื่อสั่งสมประสบการณ์ ตลอดจนนำไปช่วยสนับสนุนโครงการสาธารณกุศลอื่น ๆ

พูนเพิ่ม ไพทยวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชฟแคร์ส โปรเจกต์ จำกัด ระบุว่า แบรนด์เชฟแคร์สตั้งเป้าจะออกผลิตภัณฑ์เฉลี่ยปีละ 8 เมนู นำเสนอเมนูหลากหลาย มากด้วยคุณค่าทางโภชนาการ อร่อยถูกปาก ทั้งอาหารไทย อาหารไทยฟิวชั่น อาหารเอเชีย และอาหารนานาชาติอื่น รังสรรค์โดยเชฟชั้นนำระดับประเทศและระดับโลก

และในช่วงปลายปีนี้มีแผนจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารแช่แข็ง (Frozen Meal) จาก 3 เมนูสุดฮิตของเชฟแคร์ส คือ (1) ไก่ทิกก้ามาซาล่า ข้าวหุงขมิ้น (2) สปาเกตตีซอสเขียวหวาน อกไก่ และ (3) หมี่ซั่วหมู ซอสปักกิ่ง

เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายไปถึงผู้บริโภคได้ทั่วถึงมากขึ้น โดยช่วงแรกจะเริ่มจากการวางจำหน่ายที่โลตัสก่อน จากนั้นจะเริ่มขยายไปตามโมเดิร์นเทรดและซูเปอร์มาร์เก็ตต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

CPF ซีพีเอฟ โควิด-19