สภาพัฒน์เผยภายในเดือนนี้ได้ข้อสรุปแหล่งเงินจ่ายประกันรายได้ข้าว “กระทรวงการคลัง-สำนักงบฯ” เร่งหาช่องทาง ชี้อนาคตต้องปรับระบบการผลิต เพิ่มคุณค่า-มูลค่าผลผลิตเกษตรกร
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า โครงการประกันรายได้พืชผลทางการเกษตร ในฤดูการผลิต 2564/65 คงไม่มีการสะดุด เนื่องจากยังคงมีมาตรการอยู่ รัฐบาลก็คงจะดำเนินการจ่ายต่อไป แต่ว่าต้องดูเรื่องที่มาของแหล่งเงินด้วย เนื่องจากภาระการคลัง ตามมาตรา 28 มีข้อจำกัด รวมถึงงบประมาณของภาครัฐมี กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเร่งหารือให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน หรืออย่างช้าไม่เกินกลางเดือนธันวาคมนี้ น่าจะมีวิธีแก้ไขปัญหานี้ออกมาแน่นอน
โดยในครั้งนี้ยังคงไม่มีการทบทวนหรือปรับปรุงโครงการใหม่ คงต้องดูเรื่องของแหล่งเงินว่าจะเอามาจากไหน เพื่อจ่ายคืนให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และให้นำไปจ่ายชดเชยในโครงการประกันรายได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ในอนาคตคงต้องมีการปรับระบบ จะให้อยู่กับโครงการประกันรายได้อย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาการประกันรายได้ก็ช่วยในเวลาที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการปรับปรุงระบบการผลิตด้วย ให้มีคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าได้ เรื่องนี้ต้องช่วยกันหลายฝ่าย
“ประกันรายได้ นั้นมีผลต่อเหมือนต่อเรื่องคุณภาพสินค้า ทำให้ไม่เกิดการพัฒนา ดังนั้นจึงต้องมีการทำมาตรการคู่กับการพัฒนาระบบการเกษตร ซึ่งเรื่องงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็มีการหารือกันอยู่ เพราะมันเป็นภาระให้กับรัฐบาลค่อนข้างเยอะ แค่เฉพาะข้าวอย่างเดียวก็เยอะแล้ว ยังไม่รวม มันสำปะหลัง ปาล์มอีก แต่ก็โชคดีว่าขณะนี้ ยางพารา ราคาดีไม่ต้องไปจ่ายชดเชย ถ้าอนาคตสินค้าเกษตรหลายตัว ราคาลงพร้อมนี้ ก็จะเป็นปัญหาได้”