หุ้นไทยลุ้นรีบาวนด์ รับแรงขายชะลอ-เฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย
บล.ฟิลลิป ประเมินตลาดหุ้นไทยเช้านี้ลุ้นรีบาวนด์ รับแรงขายชะลอ-เฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย แต่กรอบการฟื้นตัวยังไม่น่าไปไกลกว่าแถว 1,600 จุด เหตุมีการปรับน้ำหนักการคำนวณดัชนี MSCI มีผลราคาปิดวันนี้ คาดตลาดหุ้นไทยถูกปรับลดน้ำหนักราว 0.02% มีผลต่อความผันผวนของหุ้นขนาดใหญ่
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำกัด รายงานภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า เช้านี้ดัชนี SET Index มีลุ้นรีบาวนด์ แต่ยังไปได้ไม่ไกล เพราะตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงถูกครอบงำด้วยบรรยากาศเชิงลบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งวานนี้ SET Index ปรับตัวลงหลุดแนวรับสำคัญ 1,600 จุดครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ด้วยแรงขายหลักจากนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบัน ในวันนี้คาด SET Index จะแกว่งตัวออกข้างในกรอบอิงทางขึ้นระหว่าง 1,580-1,600 จุด
ด้วยสาเหตุ 1.ตลาดปรับตัวลงอย่างรวดเร็วภายใน 2 วันทำการที่ผ่านมาเกือบ 60 จุด จึงคาดแรงขายจะค่อย ๆ ชะลอลงระหว่างรอข้อมูลเพิ่มเติมของเชื้อไวรัส COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอน และ 2.ตลาดต่างประเทศวานนี้เริ่มรีบาวนด์เล็กน้อย หลังมีมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหากโอไมครอนระบาดหนัก
อย่างไรก็ดี กรอบการฟื้นตัวยังไม่น่าไปไกลกว่าแถว 1,600 จุด เนื่องจากจะมีการปรับน้ำหนักการคำนวณดัชนี MSCI มีผล ณ ราคาปิดวันนี้ โดยในส่วนของไทยถูกปรับลดน้ำหนักราว 0.02% อาจมีผลต่อความผันผวนของหุ้นขนาดใหญ่อยู่บ้าง ขณะที่มีหุ้นขนาดเล็กที่ถูกนำเข้าสู่การคำนวณ MSCI Global Small Cap Indexes ได้แก่ BEC, TIPH, TIDLOR และที่ถูกนำออกจากการคำนวณได้แก่ TKN
ด้านกลยุทธ์การลงทุน เน้นเลือกหุ้นเก็งกำไรในกลุ่ม Domestic play และกลุ่มที่รับผลประโยชน์จากสถานการณ์ COVID-19 หรือได้รับผลกระทบจำกัด
“ตอนนี้หลายประเทศเริ่มตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัส COVD-19 สายพันธุ์โอไมครอนจากผู้ที่เดินทางกลับจากทวีปแอฟริกาใต้ ทำให้เกิดการยกระดับมาตรการคุมเข้มสำหรับการเดินทางเข้าออกอีกครั้ง โดยล่าสุดญี่ปุ่นประกาศปิดประเทศไม่รับชาวต่างชาติ ส่วนประเทศอื่นๆ ประกาศไม่ให้ผู้ที่เดินทางจากประเทศในแถบแอฟริกาใต้เดินทางเข้าประเทศ ซึ่งจะกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวช้ากว่าเดิมไปอีกอย่างน้อย 1-2 ไตรมาส”
ขณะที่ประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน แต่ต้องรอผลตรวจจากกลุ่มที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้อีกครั้งเมื่อครบระยะกักตัวเบื้องต้นมีประมาณ 200 ราย ที่เข้าข่ายดังกล่าว ระยะสั้นนี้คาดว่าตลาดหุ้นจะซึมและผันผวนหนัก เนื่องจากยังรอข้อมูลเพิ่มเติมด้านสาธารณสุข ได้แก่ ประสิทธิภาพของวัคซีน ความรุนแรงของการระบาด และอัตราการเสียชีวิต ทั้งนี้ยังพอมีความหวังเล็กน้อยหลังรายงานผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครนมีอาการค่อนข้างน้อยและไม่รุนแรง
ประกอบกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนอย่าง Pfizer และ Moderna ต่างเตรียมปรับสูตรเพื่อรองรับสายพันธุ์ดังกล่าวแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงต้นปีหน้า
ประเด็นน่าจับตาวันนี้คือ 1.ติดตามการประกาศตัวเลข Manufacturing PMI ของจีนเดือน พ.ย. 2564 คาดขยายตัว 49.6 และ 2.ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของยุโรปเดือน พ.ย. 2564 คาดเพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 3.ถ้อยแถลงของ Powell ต่อสภาคองเกรส