Skip to content

โอไมครอน รายที่ 4 สธ.สรุปผลรีเช็กเจ้าหน้าที่ยูเอ็นพรุ่งนี้

12 ธ.ค. 2564 | 16:36น.
โอไมครอน รายที่ 4 สธ.สรุปผลรีเช็กเจ้าหน้าที่ยูเอ็นพรุ่งนี้

โอไมครอน รายที่ 4 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สรุปผลรีเช็กเจ้าหน้าที่ยูเอ็นพรุ่งนี้ (13 ธ.ค.)

วันที่ 12 ธันวาคม 2564 มติชนรายงาน จากกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานผลยืนยันตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน จากผู้เดินทางเข้าประเทศ รวม 3 ราย และอยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยันอีก 1 ราย โดยระบุข้อมูลเบื้องต้น เป็นชายไทย อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ยูเอ็น เดินทางมาจากประเทศดีอาร์ คองโก เข้าไทยผ่านระบบไม่กักตัว (Test and go) มีประวัติรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม แต่พบว่าติดเชื้อมีโอกาสเป็นสายพันธุ์โอไมครอน จึงต้องรอการตรวจจีโนมทั้งตัวเพื่อความชัดเจนอีกครั้งนั้น

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจเชื้อโควิด-19 ชายไทยอายุ 41 ปี ว่า ขณะนี้ผลยังไม่ออก ขอให้รอสรุปผลอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (13 ธันวาคม 2564) โดยจะมีการนำเสนอในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข สธ. ก่อน ส่วนจะแถลงอย่างไรนั้น ขอให้รอติดตามจาก สธ. อย่างไรก็ตาม ขออย่าวิตกจนเกินเหตุ เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ และข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหลายแหล่งก็ค่อนข้างตรงกันว่า เชื้อโอไมครอน อาการไม่ค่อยรุนแรงมากนัก

“เราจะแถลงรายงานสถานการณ์ให้ทราบทุกสัปดาห์ว่า ภาพรวมการติดเชื้อของไทยเป็นอย่างไร รวมทั้งสถานการณ์โอไมครอนที่มีการตรวจพบในประเทศ ซึ่งจริง ๆ เป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่เราต้องเจอ แต่หากเราเตรียมพร้อม เข้มการปฏิบัติตามมาตรการส่วนบุคคล ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ก็จะไม่ต้องกังวล ที่สำคัญข้อมูลขณะนี้มีแนวโน้มว่า อาการของคนติดโอไมครอนไม่ได้รุนแรง ซึ่งก็ถือเป็นความหวังที่ดี แต่ก็ต้องติดตามกันต่อไป” นพ.ศุภกิจกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการเฝ้าระวังการติดเชื้อลูกผสมระหว่างเดลต้าและโอไมครอนหรือไม่ เนื่องจากทางศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มีการติดตามเรื่องนี้ นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบการติดเชื้อเดลต้าและโอไมครอนใน 1 คน แต่ก็มีการติดตามเฝ้าระวังมาตลอด ทั้งกรมวิทยาศาสตร์ฯ และเครือข่าย รวมทั้งศูนย์ต่าง ๆ

“อย่างไรก็ตาม อย่างที่กล่าวแล้วว่า การพบคนติดเชื้อโอไมครอน เป็นปรากฏการณ์ที่ต้องเกิด เนื่องจากหลายประเทศก็เจอ แต่สิ่งสำคัญเราต้องป้องกันให้ดี และเรามีมาตรการเข้มงวด รวมทั้งทุกคนต้องเข้มมาตรการส่วนบุคคล สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อย ๆ สิ่งเหล่านี้ละเลยไม่ได้ และให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพราะลดความรุนแรง ลดเสียชีวิตได้” นพ.ศุภกิจกล่าวย้ำ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โอมิครอน