เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท รูปพรรณขายออก 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท รูปพรรณขายออก 64,950 บาท
ตำรวจจ่อเอาผิดโพสต์บิดเบือน-ด้อยค่าคนพะเยา ปมลูกเรือขนยา
Biz Movement ตำรวจจ่อเอาผิดโพสต์บิดเบือน-ด้อยค่าคนพะเยา ปมลูกเรือขนยา
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเป็นไปได้ด้วยดี
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเป็นไปได้ด้วยดี
ทองดีดกลับเหนือ 4,050 เหรียญ ประธานเฟดชี้เงินเฟ้อเริ่มลด ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ เจรจาเชิงบวก
Finance ทองดีดกลับเหนือ 4,050 เหรียญ ประธานเฟดชี้เงินเฟ้อเริ่มลด ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ เจรจาเชิงบวก
SET วันนี้ (2 ก.ค.) คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,570 – 1,600 จุด จับตาแรงกดดันหุ้นเทคฯ
Finance SET วันนี้ (2 ก.ค.) คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,570 – 1,600 จุด จับตาแรงกดดันหุ้นเทคฯ
ไชยชนก แจงงบ ดีอี พุ่ง 33% จากคลาวด์กลางภาครัฐ 
Uncategorized ไชยชนก แจงงบ ดีอี พุ่ง 33% จากคลาวด์กลางภาครัฐ 
ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ค.) เปิดตลาด 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ค.) เปิดตลาด 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิด 72 อรหันต์ “กมธ.พิจารณางบ 70”
Politics เปิด 72 อรหันต์ “กมธ.พิจารณางบ 70”
‘ยาง-มะพร้าว’ สะดุดสงครามราคา โจทย์ใหญ่เกษตรไทยรับมือการค้าโลก
Economic ‘ยาง-มะพร้าว’ สะดุดสงครามราคา โจทย์ใหญ่เกษตรไทยรับมือการค้าโลก
ดูทั้งหมด

แผนฉีดวัคซีนเด็ก 5-11 ปี ศธ.เร่งสำรวจความยินยอมผู้ปกครอง

10 ม.ค. 2565 | 17:12น.
นักเรียนรอฉีดวัคซีน

นักเรียนรอฉีดวัคซีน

กระทรวงศึกษาธิการ – กระทรวงสาธารณสุข จัดเสวนาออนไลน์ “โอมิครอน ร้ายจริงหรือ? ถึงต้องปิดโรงเรียน” ตรีนุช ชี้ปิดโรงเรียนไม่ใช่มาตรการหลัก เบื้องต้นเปิดออนไซต์แล้ว 18,672 แห่ง พร้อมเตรียมแผนฉีดวัคซีนเด็ก 5-11 ปี กว่า 5.2 ล้านคน เร่งสำรวจความยินยอมผู้ปกครองภายในเดือนมกราคมนี้

วันที่ 10 มกราคม 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในงานเสวนาออนไลน์ “โอมิครอน ร้ายจริงหรือ? ถึงต้องปิดโรงเรียน” ที่จัดขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธิการ ว่า จากสถานการณ์โควิด -19 ที่เกิดขึ้น 2 ปี นับเป็นความท้าทายของคนทั้งโลก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผันผวนโดยเฉพาะภาคการศึกษาที่ต้องปิดเรียนไปแบบ 100% เนื่องจากเป็นโรคใหม่

แต่ ณ ตอนนี้ทำอย่างไรถึงจะปลอดภัยจากโรค และการศึกษาเดินหน้าต่อไปได้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเข้าถึงการศึกษาของเด็กและเยาวชน จึงเร่งรัดการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ครูเป็นลำดับต้นๆ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 และฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กอายุ 12-18 ปี

ซึ่งข้อมูลการฉีดวัคซีนของ ศธ. ณ วันที่ 8 มกราคม 2565 มีครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ประสงค์รับวัคซีน 982,427 คน ได้รับวัคซีนเข็ม 1 แล้ว 99.99% เข็ม 2 แล้ว 78.11% ส่วนนักเรียนผู้ประสงค์รับวัคซีน 4,320,130 คน ได้รับวัคซีนเข็ม 1 แล้ว 94.76% เข็ม 2 แล้ว 69.52% และขณะนี้รัฐบาลก็ได้รณรงค์ให้มีการฉีดเข็ม 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันมากขึ้น

“ที่ผ่านมาการปิดประเทศ lock down นำมาสู่การปิดโรงเรียน ทำให้เด็กสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้ ศธ.จึงต้องจัดรูปแบบการศึกษาที่หลากหลาย แต่ที่สุดแล้วก็พบว่า รูปแบบการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก คือ การมาโรงเรียน ดังนั้น การปิดโรงเรียนจึงไม่ใช่มาตรการหลักของเรา ขณะนี้มีสถานศึกษาในสังกัด ศธ.เปิดออนไซต์แล้ว 18,672 แห่ง จากทั้งหมด 35,172 แห่ง คิดเป็น 53.09% และจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาหลายแห่ง”

“สิ่งที่พบคือสถานศึกษามีการปรับตัวและกวดขันในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดกันอย่างแข็งขัน แต่แน่นอนว่ายังมีอีกหลายแห่งที่ยังขาดความพร้อม ซึ่งก็ได้ติดตาม และสั่งการให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ดูแลสถานศึกษาเหล่านี้อย่างใกล้ชิด และเมื่อมีการแพร่ระบาดของโอมิครอน จึงเป็นอีกวาระสำคัญที่ ศธ. และ สธ.ได้ร่วมมือกันสร้างการรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องถึงแนวโน้มความรุนแรงของโอมิครอน และกำชับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโอมิครอนในสถานศึกษาอย่างเข้มข้น รวมถึงความพร้อมที่จะเปิดออนไซต์ของทุกโรงเรียนเมื่อมีความปลอดภัย ให้พิจารณาเป็นรายพื้นที่ ตามสถานการณ์”

แผนฉีดวัคซีนเด็ก 5-11 ปี

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดสรรวัคซีนสำหรับเด็กอายุ 5-11 ปี ขณะนี้ ศธ. กำลังสำรวจตัวเลข ตลอดจนสำรวจความยินยอมผู้ปกครองที่อยากให้นักเรียนได้รับวัคซีน ซึ่งกำลังทำข้อมูลอยู่เพื่อให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงวัคซีน ได้โดยเร็วที่สุด ให้ทุกคนกลับเข้ามาสู่การเรียนรู้อย่างเต็มที่

ด้าน ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเสริมว่า เด็ก 5-11 ปี ในระบบของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงอื่น ๆ มีนักเรียนที่อยู่ในระบบตอนนี้ราว 5.2 ล้านคน เราได้รับรายงานข้อมูลมา 33 จังหวัดมีผู้ปกครองอยากให้เด็กฉีดวัคซีนประมาณ 71% ถ้าสำรวจครบทุกจังหวัดได้ค่าเฉลี่ยแบบนี้คาดน่าจะมีราว 3 ล้านกว่าคนอยากให้ฉีด และคาดว่าจะมีตัวเลขเพิ่มขึ้น ซึ่งภายในอีก 1-2 สัปดาห์ จะมีการสร้างความเข้าใจผู้ปกครอง และเปิดลงทะเบียนประสงค์รับวัคซีนช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม เพื่อสรุปข้อมูลตัวเลขไปทางสธ. และกรรมการโรคติดต่อจังหวัดของแต่ละจังหวัด ส่วนรูปแบบในการฉีดจะใช้แนวทางเดิมที่ฉีดให้กับเด็กอายุ 12-18 ปี

ส่วน นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 5-11 ปี สธ. หารือร่วมกับศธ.เพื่อเตรียมความพร้อมในการฉีดไฟเซอร์ซึ่งจะมีโดสสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ขณะนี้วางแผนการฉีดแล้ว เพราะคาดว่าวัคซีนจะมาปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์

เปิดออนไซต์ให้เร็วที่สุด

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ถ้าศธ.อยากเปิดเรียนทั้งหมด ผมแนะว่าให้เปิดไปเลย โดยเฉพาะกลุ่มที่คิดว่ามีความเสี่ยงต่ำคืออายุมากกว่า 12 ปี เพราะได้รับวัคซีนแล้ว ให้พิจารณาเปิดโรงเรียนม.1-ม.6

ได้เลย ส่วนกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 12 ปี อาจต้องรอก่อน ดูว่าเขามีเกาะป้องกันที่ดีหรือยัง เนื่องจากยังไม่ได้รับวัคซีน ก็ต้องดูว่าพ่อแม่ ผู้ปกครอง เขาฉีดวัคซีนหรือยัง ส่วนกลุ่มอายุต่ำกว่า 5 ปี ค่อนข้างลำบาก เพราะขณะนี้การศึกษาวิจัยยังไปไม่ถึง ยกเว้นวัคซีนซิโนแวค ซิโนฟาร์ม ซึ่งในประเทศจีน มีการใช้ตั้งแต่อายุ 3 – 17 ปี เขาใช้ประมาณ 170 กว่าล้านโดสแล้ว ซึ่งอาจจะนำมาพิจารณา เพราะประเทศไทยเรารับข้อมูลมาหมด แต่ผมคิดว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีควรรออีกสักพัก”

“จากข้อมูลในต่างประเทศ จะเห็นว่าเมื่อเด็กติดเชื้อโควิด-19 แล้ว เด็กที่ไม่ฉีดวัคซีนจะนอนโรงพยาบาลมากกว่าเด็กที่ฉีดวัคซีนไม่ต่ำกว่า 8-10 เท่า ผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนจะป่วยโควิดระยะยาว คือ ป่วยเรื้อรัง ป่วยนานเป็นเดือน มากกว่าผู้ได้รับวัคซีน ดังนั้นการฉีดวัคซีนมีประโยชน์แน่นอน แต่ถามว่ามีประโยชน์ 100% หรือไม่ในโลกนี้ไม่มีอะไร 100% แต่ขอให้เทียบความเสี่ยงและความรุนแรงที่จะเกิดโรคระหว่างฉีดกับไม่ฉีดวัคซีนดีกว่า”

ขณะที่ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สำหรับโรงเรียนที่เปิดสอนตั้งแต่ ม.1 ขึ้นไป แล้วยังไม่ได้เปิดออนไซต์ หากนักเรียนส่วนมากได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วสามารถพิจารณาเปิดเรียนได้เลย หากคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดอนุญาต

ส่วนกลุ่มโรงเรียนที่เปิดสอนอนุบาล – ป.6 หากยังไม่ได้รับวัคซีนอาจให้พิจารณาอีกทีตามรายพื้นที่ อยากให้ ผอ.เขต ศึกษาธิการจังหวัด ได้ประชุมหารือกัน แล้วคุยกับสธ.จังหวัด พิจารณาเป็นรายอำเภอ ตำบล เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนมีโอกาสเรียนมากขึ้น ผมคิดว่าอยากให้เปิดพร้อมกันให้เร็วมากที่สุด เพราะเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิด และการเรียนรู้ที่ดีที่สุดอยู่ที่สถานศึกษา และนักเรียนทุกคนต้องมีความปลอดภัย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นักเรียน วัคซีน​โควิด-19​