เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
Politics อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Finance ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Beyond ESG : Thailand Transition
50 ประชาชาติธุรกิจ Beyond ESG : Thailand Transition
ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
Finance ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ใช้จ่าย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เชียงใหม่พุ่ง 3.9 พันล้าน
Economic ใช้จ่าย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เชียงใหม่พุ่ง 3.9 พันล้าน
คุยกับ ‘ดร.ต้า-วิโรจน์’ จากอดีตพนักงานเฟซบุ๊ก-ผู้ก่อตั้ง Skooldio สู่แม่ทัพ AI ไลน์แมน-วงใน
Tech คุยกับ ‘ดร.ต้า-วิโรจน์’ จากอดีตพนักงานเฟซบุ๊ก-ผู้ก่อตั้ง Skooldio สู่แม่ทัพ AI ไลน์แมน-วงใน
ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
แก้กฎหมายธุรกิจต่างด้าว ลดขั้นตอน-ทบทวน 3 กลุ่ม บัญชีท้าย
Economic แก้กฎหมายธุรกิจต่างด้าว ลดขั้นตอน-ทบทวน 3 กลุ่ม บัญชีท้าย
ดูทั้งหมด

เงินดอลลาร์อ่อนค่า ประธานเฟดส่งสัญญาณเชื่อมั่นขึ้นดอกเบี้ยไม่กระทบเศรษฐกิจ

12 ม.ค. 2565 | 20:30น.

ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า หลังประธานเฟดส่งสัญญาณเชื่อมั่นขึ้นดอกเบี้ยไม่กระทบเศรษฐกิจ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 12 มกราคม 2565

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (12/1) ที่ระดับ 33.29/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (11/1) ที่ระดับ 33.40/42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่า หลังนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แสดงความเชื่อมั่นในระหว่างการแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อคืนนี้ตามเวลาไทยว่า แผนการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินของเฟดในปีนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐก็แข็งแกร่งพอที่จะทำให้เฟดไม่ต้องใช้มาตรการกระตุ้นขนานใหญ่อีกต่อไป

นายพาวเวลล์กล่าวต่อคณะกรรมาธิการว่า เขาคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะสามารถฝ่าฟันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนไปได้ และเชื่อว่าผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจนั้นจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งผลกระทบนี้จะไม่ทำให้แผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการปรับลดการถือครองสินทรัพย์ของเฟดในปีนี้ต้องสะดุดลง นอกจากนี้ นายพาวเวลล์ยังกล่าวว่า การรักษาเสถียรภาพด้านราคาถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อการผลักดันเศรษฐกิจและการจ้างงานให้ขยายตัวได้ต่อไป พร้อมกับกล่าวว่าเฟดจะใช้ความพยายามในการสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ แม้จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยระยะสั้นเท่านั้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปี’65 และเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไป ดังนั้น กกร.จึงยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี’65 ไว้ตามเดิมที่โต 3-4.5% การส่งออกโต 3-5% เงินเฟ้อ 1.2-2% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.28-33.44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (12/1) ที่ระดับ 1.1371/73 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (11/1) ที่ระดับ 1.1334/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินยูโรยังคงมีปัจจัยกดดัน หลังบีจีเอ (BGA) ซึ่งเป็นสมาคมการค้าของเยอรมนีออกมาเตือนในวันนี้ว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะห่วงโซ่อุปทานชะงักงันครั้งใหญ่ เนื่องจากการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

อย่างไรก็ตาม BGA ระบุว่าความเสี่ยงดังกล่าวจะไม่กินเวลายาวนาน อุตสาหกรรมในเยอรมนีได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนไมโครชิปและชิ้นส่วนอื่น ๆ ในขณะยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ทะยานสูงขึ้นนั้นได้ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตของภาคค้าปลีกนับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1355-1.1378 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1368/71 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (12/1) ที่ระดับ 115.27/29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (11/1) ที่ระดับ 115.35/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ดัชนีฟ้องเศรษฐกิจ (Coincident Index) ในเดือน พ.ย. 2564 ซึ่งสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันของญี่ปุ่นนั้น ปรับตัวขึ้นรวดเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในเดือน ม.ค. 2528 เนื่องจากการผลิตยานยนต์มีการฟื้นตัว สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีดังกล่าวปรับตัวขึ้น 3.8 จุดจากเดือน ต.ค. สู่ระดับ 93.6 ในเดือน พ.ย. โดยเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน เทียบกับฐานปี 2558 ที่ระดับ 100 โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 115.24-115.45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 115.30/31 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือนธันวาคม (12/1), จำนวนผู้รับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (13/1), ยอดค้าปลีก เดือนธันวาคม (14/1), ผลผลิตทางอุตสาหกรรม เดือนธันวาคม (14/1), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมกราคม โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (14/1)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.35/0.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.3/-0.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาวะเงินตราต่างประเทศ