Skip to content

ตลาดซื้อขายเบาบาง เนื่องในวันหยุดคริสต์มาส

25 ธ.ค. 2568 | 18:05น.
ตลาดซื้อขายเบาบาง เนื่องในวันหยุดคริสต์มาส

ตลาดซื้อขายเบาบาง เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/12) ระดับ 31.06/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/12) ที่ระดับ 31.01/02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงจากการเทขายทำกำไร ถึงแม้ว่ากระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกปรับตัวลดลง 10,000 ราย สู่ระดับ 214,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 232,000 ราย

ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง เพิ่มขึ้น 38,000 ราย สู่ระดับ 1.92 ล้านราย ขณะเดียวกัน แม้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ม.ค.ปีหน้าจะน้อยลง หลังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐ ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง

แต่ล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกประมาณ 0.50% ในปีหน้า นักลงทุนจับตาผู้ที่จะเข้ามาสืบทอดตำแหน่งประธานเฟดต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ อย่างใกล้ชิด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอังคาร (23/12) ที่ผ่านมาว่า ใครก็ตามที่ไม่เห็นด้วยกับเขาจะ “ไม่มีวันได้เป็นประธานเฟด”

โดยที่ผ่านมานั้น ทรัมป์พุ่งเป้าวิพากษ์วิจารณ์พาวเวลล์มาโดยตลอด และเชื่อว่าเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยช้าเกินไปในปีแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของเขา นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และเวเนซุเอลา โดยสหรัฐยังคงเดินหน้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลา นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งให้ปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันทั้งหมดที่ถูกคว่ำบาตร ไม่ให้เดินทางเข้าและออกจากเวเนซุเอลา

ขณะที่ล่าสุดมีรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันกว่าสิบลำกำลังลอยลำอยู่นอกชายฝั่งเวเนซุเอลา เพื่อรอคำสั่งใหม่จากเจ้าของ ทั้งนี้ระหว่างวันตลาดมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบางเนื่องจากปิดทำการในวันนี้ 25 ธ.ค.เนื่องในวันคริสต์มาส

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ (25/12) สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือน พ.ย. 68 ว่า การส่งออก มีมูลค่า 27,445 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 7.1% ซึ่งนับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 30,172 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17.5% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าสหรัฐ 2,726 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ช่วง 11 เดือนปีนี้ (ม.ค.-พ.ย. 68) การส่งออก มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 310,706 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 12.6% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 315,662 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 12.4% เป็นผลให้ช่วง 11 เดือนแรกปีนี้ ไทยขาดดุลการค้า 4,956 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. กล่าวว่า การส่งออกยังได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ตามวัฏจักรขาขึ้นของคอมพิวเตอร์ และการเติบโตของเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมทั้ง AI ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

โดยผู้อำนวยการ สนค. กล่าวถึงสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าว่า จะมีผลกระทบโดยตรงกับการส่งออกของไทยในกลุ่มสินค้าเกษตร และสินค้าอาหาร เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีส่วนต่างกำไรต่ำ แต่ยังคงประเมินว่าภาพรวมการส่งออกของไทยทั้งปีนี้ จะมีมูลค่าราว 335,707-337,207 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ 11.6-12.1%

ส่วนแนวโน้มการส่งออกในปีหน้านั้น คาดว่ามูลค่าการส่งออกไทย จะอยู่ในช่วง -3.3 ถึง 1.1% ซึ่งการส่งออกจะเติบโตชะลอลง จากภาวะเศรษฐกิจโลกและคู่ค้าสำคัญที่ชะลอตัว ผลของมาตรการภาษีสหรัฐเริ่มชัดเจนขึ้น ปัญหาด้านราคา และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลต่อขีดความสามารถทางการแบ่งขัน รวมถึงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ และปัญหาสภาพอากาศรุนแรงแปรปรวนจะส่งผลต่อผลผลิตสินค้าเกษตร ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.07-31.102 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.05/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/12) ที่ระดับ 1.1780/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/12) ที่ระดับ 1.1799/01 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในวันนี้ตลาดยังเคลื่อนไหวอย่างเบาบาง เนื่องจากในช่วงต้นสัปดาห์นี้ยังไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจของยูโรโซนออกมาและตลาดยังขาดปัจจัยชี้นำในการซื้อขายเนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1772-1.1785 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1782/87 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/12) ที่ระดับ 155.87/88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/12) ที่ระดับ 155.83/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ยูทากะ ฮาราดะ อดีตกรรมการ BOJ กล่าวว่า แบงก์ชาติญี่ปุ่น ควรใช้แนวทางที่ระมัดระวังในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเดินหน้ามาตรการทุกด้านเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มกำลัง รัฐบาลญี่ปุ่นควรใช้ทั้งนโยบายการคลัง นโยบายการเงิน และนโยบายภาษีอย่างครบถ้วน เพื่อกระตุ้นอุปสงค์และผลักดันให้เศรษฐกิจอยู่ในภาวะ ที่เรียกว่า “High Pressure Economy” ซึ่งเป็นการปล่อยให้เศรษฐกิจร้อนแรงขึ้นเล็กน้อย

การเร่งขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไป อาจนำไปสู่การคุมเข้มนโยบายทางการเงินมากเกินความจำเป็น พร้อมชี้ว่าเงินเฟ้อที่ยังดำเนินอยู่ ส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยด้านอุปทาน เช่น ราคาข้าวที่ปรับตัวสูงขึ้น และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมน่าจะมีผลจำกัดต่อแรงกดดันด้านต้นทุนในลักษณะดังกล่าว

โดยในวันนี้ (25/12) ตลาดยังเคลื่อนไหวอย่างเบาบาง โดยแรงซื้อถูกจำกัดและตลาดขาดทิศทางที่ชัดเจน เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุนในช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.68-156.96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 155.84/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราว่างงานเดือน พ.ย. (26/12), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ธ.ค.ของกรุงโตเกียว (26/12), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย. (26/12), ยอดค้าปลีกเดือน พ.ย. ของญี่ปุ่น (26/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap Point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.25/-6.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.1/-4.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาวะเงินตราต่างประเทศ