เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
Economic ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
Business ‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ดูทั้งหมด

ธปท. ออก 3 มาตรการ หวังสกัดการแข็งค่าของเงินบาท

26 ธ.ค. 2568 | 19:09น.
ค่าเงิน การลงทุน

ธปท. ออก 3 มาตรการ หวังสกัดการแข็งค่าของเงินบาท

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 22-26 ธันวาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (22/12) ที่ระดับ 31.38/39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/12) ที่ระดับ 31.46/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากการอ่อนค่าลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังคงยังอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องหลังมีการปรับคาดการณ์ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตเพิ่ม

รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคยังช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปีในเดือน พ.ย. ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 3.1% ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่หนุนราคาทองคำให้ปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 4,400 ดอลลาร์/ออนซ์ ก่อนจะปรับตัวสู่ระดับสูงสุดในประวัติการณ์ที่ระดับ 4525 ดอลลาร์/ออนซ์

นอกจากนี้ ระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับ GDP ประจำไตรมาส 3/2568 พร้อมระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 4.3% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.3% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 3.5% ในไตรมาส 3 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.5% ในไตรมาส 2 นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของการส่งออกและการใช้จ่ายในภาครัฐก็ได้เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2

ขณะที่การลงทุนของภาคเอกชนในสินทรัพย์ถาวรที่ลดลงน้อยกว่าคาดก็เป็นปัจจัยบวกเช่นกัน แม้ตัวเลข GDP ที่แข็งแกรงเกินคาดทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ม.ค. ปี 2569 แต่ก็ยังมองว่าเฟดมีโอกาสที่จะปรับลดดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. รวมทั้งคาดว่าเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีหน้า ซึ่งมากกว่าที่กรรมการเฟดส่งสัญญาณในรายงาน Dot Plot ล่าสุดว่าอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง

ขณะที่นายเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว และเป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยล่าช้าเกินไป แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวในไตรมาส 3/2568 ที่สูงเกินคาดก็ตาม นอกจากนี้ ยังระบุว่า กระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (Al) กำลังช่วยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่สร้างแรงกดดันให้เงินเฟ้อลดลง

สำหรับปัจจัยในประเทศ วันจันทร์ (22/12) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าเป้าหมายนโยบายการเงิน หรือ กรอบเงินเฟ้อในปี 2569 จะใช้กรอบ 1-3% เหมือนกับในปี 2568 โดย ธปท.ได้หารือกับกระทรวงการคลังแล้ว โดยขั้นตอนต่อจากนี้กระทรวงการคลังจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปี 2568 นี้ นายวิทัยกล่าวว่า ปี 2569 แนวโน้มของอัตราเงินเฟ้อจะค่อย ๆ ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่เกิดภาวะเงินฝืดในปีหน้า

โดย ธปท.จะพยายามทำให้เงินเฟ้อกลับเข้ามาอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ ตามในปี 2569 ยังคงมีความผันผวนจากราคาน้ำมัน แต่คาดว่าเงินเฟ้อจะสามารถกลับเข้าสู่กรอบได้ในปี 2570 สำหรับ การแก้ปัญหาเรื่องการปล่อยสินเชื่อใหม่ให้กับ SMEs นายวิทัย กล่าวว่า ขณะนี้การปล่อยสินเชื่อให้กับ SMEs ติดลบมานานกว่า 13 ไตรมาสแล้วสะท้อนปัญหาดังกล่าว ซึ่งในวันที่ 26 ธ.ค. นี้ ธปท.จะลงนามความร่วมมือกับกระทรวงการคลังสมาคมธนาคารไทย และ สมาคมธนาคารนานาชาติ เกี่ยวกับมาตรการชดเชย credit cost สำหรับสินเชื่อปล่อยใหม่ให้กับ SMEs เพื่อแก้ปัญหานี้

โดยในวันอังคาร (23/12) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายวิทัย และ นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีการแถลงข่าวสถานการณ์ค่าเงินบาท

หลังก่อนหน้านี้ ธปท. ชี้แจงให้สมาคมผู้ค้าทองได้ทราบเกี่ยวกับแนวทางการรายงานข้อมูลที่กำหนดให้ผู้ซื้อขายทองคำที่เข้าเกณฑ์ต้องรายงานธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายทองคำต่อ ธปท. เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางลดผลกระทบของการซื้อขายทองคำต่อค่าเงินโดยออก 3 มาตรการ ได้แก่ การจ่อกำกับผู้ขายทองบนแพลตฟอร์มออนไลน์ การเก็บภาษีเฉพาะการเทรดทองบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และการแก้ประกาศกระทรวงการคลังให้อำนาจ ธปท. เรียกขอข้อมูล-เข้ากำกับดูแลธุรกรรมบางประเภทที่เกี่ยวกับการซื้อขายทองคำ พร้อมกำหนดเพดานทองในวันพฤหัสบดี (25/12)

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า เดือน พ.ย. 2568 การส่งออกมีมูลค่า 27,445.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 ที่ 7.1% เทียบรายเดือน หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยออก ขยายตัวได้สูงถึง 11.8% ส่วนนำเข้า 30,172.5 ล้านเหรียญฯ ขยายตัว 17.6% และขาดดุลการค้า 2,726.9 ล้านเหรียญฯ ซึ่งการขยายตัวมาจากการขยายตัวของสินค้าอุตสาหกรรม 12.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 20 เดือน

โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อิเล็กทรอนิคส์, อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) อีกทั้ง สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 9.5% ขณะที่ปี 2569 สนค.คาดการณ์การส่งออกไว้ที่ ติดลบ 3.3% ถึงขยายตัว 1.1% ภายใต้ปัจจัยผลของมาตรการภาษีสหรัฐ เริ่มชัดเจนบึ้น ปัญหาด้านราคาและค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลต่อขิดความสามารถทางการแข่งขัน ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ และปัญหาสภาพอากาศรุนแรงจะส่งผลต่อสินค้าเกษตร

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะมุ่งเน้นการเร่งเจรจาความตกลงภาษีตอบโด้กับสหรัฐให้เสร็จสิ้น พร้อมกับเพิ่มความเข้มงวดเรื่องถิ่นกำเนิดสินค้า กวาดล้างธุรกิจนอมินี และเดินหน้าเจรจาและผลักดันการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) สร้างแต้มต่อทางการค้า และร่วมมือกับภาคเอกชนผลักดันเป้าหมายการส่งออกให้เติบโตท่ามกลางอุปสงค์ที่อ่อนแอและความไม่แน่นอนที่ยังมีต่อเนื่องในปีหน้า

และวันศุกร์ ธปท. ออกประกาศคุมเงินเข้าเกิน 200,000 เหรียญสหรัฐ ต้องแจงแหล่งที่มาและวัตถุประสงค์พร้อมเล็งคุม flow ขายทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ หลังกดดันค่าเงินบาทหนักโดย ธปท.เตรียมออกประกาศหนังสือเวียนเรื่อง การซักซ้อมวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศกับลูกค้าเพื่อขอตรวจเอกสารนำเงินเข้าประเทศทั้งหมดที่เกิน 200,000 เหรียญสหรัฐ โดยให้มีผลหลังจากออกประกาศ ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.02 – 31.40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (26/12) ที่ระดับ 31.46/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (22/12) ที่ระดับ 1.1713/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนคำจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/12) ที่ระดับ 1.1730/32 โดยค่าเงินยูโรเคลื่อนตัวเพียงเล็กน้อย เนื่องจากในสัปดาห์นี้ประเทศในกลุ่มยูโรโซนไม่ได้มีการประกาศตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม เนื่องจากอยู่ในช่วงวันหยุดคริสมาสต์ ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1707 – 1.1807 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (26/12) ที่ระดับ 1.1779/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดในวันจันทร์ (22/12) ที่ระดับ 157.42/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/12) ที่ระดับ 157.22/26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น อีก 0.25% สู่ระดับ 0.75% ตามคาด โดยประเด็นสำคัญของการประชุม BOJ คือ แม้ว่าจะมีการประกาศขึ้นดอกเบี้ย แต่ยังเน้นย้ำว่าดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Rate) ในปัจจุบันยังคงติดลบมาก

ดังนั้นช่วงถัดไปยังมีโอกาสขึ้น แต่น้ำหนักยังเป็นในทิศทางค่อยเป็นค่อยไป โดยจะขึ้นกับสัญญาณของตัวเลขเศรษฐกิจเป็นหลักอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 2.1% ในช่วงเช้าวันจันทร์ (22/12) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2542 โดยได้แรงหนุนหลังอัตสึชิ มิมูระ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ญี่ปุ่นจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับสกุลเงินเยนที่เคลื่อนไหวมากเกินไป

โดยคำกล่าวของมิมูระมีขึ้น หลังจากเงินเยนร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่า BOJได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี ในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ตาม แต่ยังคงไม่ได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต

โดยวันพฤหัสบดี (25/12) อุเอดะจึงได้ขี้แจงทิศทางนโยบายอีกครั้งในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Keidanren) ซึ่งเป็นองค์กรธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยระบุว่าแนวโน้มที่ค่าจ้างและราคาสินค้าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้นจะยังคงมีต่อเนื่องในปีหน้าและปีต่อ ๆ ไป ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.54 – 157.42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (26/12) ที่ระดับ 156.40/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ