เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
Politics อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Finance ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Beyond ESG : Thailand Transition
50 ประชาชาติธุรกิจ Beyond ESG : Thailand Transition
ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
Finance ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ใช้จ่าย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เชียงใหม่พุ่ง 3.9 พันล้าน
Economic ใช้จ่าย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เชียงใหม่พุ่ง 3.9 พันล้าน
คุยกับ ‘ดร.ต้า-วิโรจน์’ จากอดีตพนักงานเฟซบุ๊ก-ผู้ก่อตั้ง Skooldio สู่แม่ทัพ AI ไลน์แมน-วงใน
Tech คุยกับ ‘ดร.ต้า-วิโรจน์’ จากอดีตพนักงานเฟซบุ๊ก-ผู้ก่อตั้ง Skooldio สู่แม่ทัพ AI ไลน์แมน-วงใน
ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
แก้กฎหมายธุรกิจต่างด้าว ลดขั้นตอน-ทบทวน 3 กลุ่ม บัญชีท้าย
Economic แก้กฎหมายธุรกิจต่างด้าว ลดขั้นตอน-ทบทวน 3 กลุ่ม บัญชีท้าย
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ร่วง แม้เงินเฟ้อสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี

13 ม.ค. 2565 | 19:50น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม 2565

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/1) ที่ระดับ 33.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (12/1) ที่ระดับ 33.37/38 บาท/ดอลาร์สหรัฐ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน แม้กระทรวงแรงงานสหรัฐได้เปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่พุ่งขึ้นถึง 7.0% ในเดือน ธ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 6.8% ในเดือน พ.ย. นับเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 40 ปี

แต่ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้แล้วก่อนหน้านี้ ทำให้คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงไม่ดำเนินนโยบายทางการเงินใด ๆ นอกเหนือจากที่เคยแถลงไว้ จึงเป็นแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดรับรู้ข่าวดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน พุ่งขึ้น 5.5% ในเดือน ธ.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.4% จากระดับ 4.9% ในเดือนก่อนหน้า

ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่องเทียบสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ และการเปิดเผยตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 46.2 ในเดือน ธ.ค. จากระดับ 44.9 ในเดือนก่อนหน้า ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ระดับ 40.1 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำอยู่ที่ระดับ 42.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 55.7

โดยได้รับปัจจัยบวกจากการที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 7 มาตรการ และการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ ขณะที่ปัจจัยลบยังคงเป็นความกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอนในประเทศ และค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.18-33.34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.26/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/1) ที่ระดับ 1.1441/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (12/1) ที่ระดับ 1.1364/66 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับสกุลเงินกับสกุลเงินหลักอื่น จากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) ของยูโรโซนที่ขยายตัว 2.3% ในเดือน พ.ย. จากที่หดตัว 1.3% ในเดือนก่อนหน้า และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 0.5% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1436-1.1473 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1461/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (12/1) ที่ระดับ 114.64/66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (12/1) ที่ระดับ (15.36) เยน/ดอลลาร์สหรัฐ จากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ แม้ว่าจะมีการประกาศจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศที่เพิ่มขึ้นเกินระดับ 10,000 รายในรอบกว่าสี่เดือนวานนี้ (12/1) โดยทางกรุงโตเกียวพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2,198 ราย เป็นตัวเลขที่เกินระดับสองพันในรอบสี่เดือนเช่นกัน และสูงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาประมาณ 5 เท่า

ขณะที่จังหวัดโอซากาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 1,711 รายในวันเดียว นับเป็นการเพิ่มขึ้นเหนือระดับหนึ่งพันรายเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. ปีที่แล้ว และเป็นการปรับเพิ่มจากสัปดาห์ก่อนเกือบ 7 เท่า อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เริ่มลดความสนใจต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ลง และเปลี่ยนไปพิจารณาในส่วนของข้อมูลเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินของธนาครกลางต่าง ๆ แทน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 114.36-114.66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 114.54/56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ ในวันนี้ (13/1) และยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของสหรัฐ ในวันศุกร์ (14/1)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.35/0.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -1.3/-0.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาวะเงินตราต่างประเทศ