Skip to content

เงินเฟ้อ ! ปัญหาท้าทายอังกฤษ หลัง GDP โตสูงสุดในรอบ 80 ปี

17 ก.พ. 2565 | 08:59น.
เงินเฟ้อ ! ปัญหาท้าทายอังกฤษ หลัง GDP โตสูงสุดในรอบ 80 ปี
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (โอเอ็นเอส) เพิ่งแถลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจ ของสหราชอาณาจักร (ยูเค) ในปี 2021 ขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 80 ปี หรือนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูเค ขยายตัวสูงถึง 7.5% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นระดับการขยายตัวที่สูงที่สุดในบรรดาชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ ที่เรียกกันว่า จี 7 ทั้งหลาย

ทั้ง ๆ ที่เมื่อปี 2020 จีดีพีของยูเค รูดลงหนักหนาสาหัสกว่าใคร ติดลบมากถึง 9.4% แต่ปีที่ผ่านมากลับฟื้นตัวได้เร็วกว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้งบประมาณหลายพันล้านปอนด์ สนับสนุนการจ้างงานและบริษัทธุรกิจทั้งหลายอย่างต่อเนื่องในช่วงวิกฤตโควิด

ในขณะที่การแพร่ระบาดของเชื้อโอมิครอน เมื่อปลายปีที่แล้ว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของ “ยูเค” น้อยกว่าที่คาดไว้ ทำให้จีดีพีเดือนธันวาคมลดลงเพียงแค่ 0.2% น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์กันไว้ว่าน่าจะหดตัวลงมากถึง 0.5% นอกจากนั้นอุตสาหกรรมบริการยังหดตัวลงน้อยกว่าที่คาด เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ภาคการก่อสร้างก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของยูเคก็ยังไม่สามารถขยายตัวกลับสู่ระดับก่อนหน้าเกิดการแพร่ระบาด เหมือนอย่างที่สหรัฐอเมริกาหรือฝรั่งเศสทำได้ไปก่อนหน้านี้

ผลจากการขยายตัวของจีดีพีเพียงแค่ 1% ในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ทำให้จีดีพีของยูเคยังคงต่ำกว่าระดับเมื่อสิ้นปี 2019 อยู่อีกราว 0.4% ในขณะที่มาตรการเข้มงวดจากการระบาดของโอมิครอน ทำให้คาดกันว่าจีดีพีของเดือนมกราคมปีนี้ ก็ไม่น่าจะแข็งแกร่งเท่าใดนัก

แต่ถึงแม้ว่าสถานะทางเศรษฐกิจของยูเคจะอยู่ในสภาพดีเกินคาด บรรดานักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายก็ยังออกมาเตือนว่า เมื่อมองไปข้างหน้า ภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศยังไม่สดใส แม้ว่าการคุกคามจากโอมิครอนจะจางหายไปเรื่อย ๆ ก็ตามที

ปัญหาใหญ่ที่สุดและท้าทายที่สุดหนีไม่พ้นภาวะเงินเฟ้อ ที่กำลังคุกคามเศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในเวลานี้ กดดันจนธนาคารกลางหลายประเทศประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดกั้น

ธนาคารกลางแห่งอังกฤษ (บีโออี) ก็ขยับอัตราดอกเบี้ยขึ้นมาแล้ว 2 ระลอก ทำให้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของยูเคอยู่ที่ 0.5% แต่ตลาดเองคาดการณ์ว่าจะยังคงมีการปรับขึ้นในอีกไม่ช้าไม่นาน ต่อเนื่องต่อไปอีกตลอดทั้งปีนี้

เพราะเงินเฟ้อในเวลานี้ถือเป็นระดับอัตราเฟ้อสูงที่สุดในรอบเกือบ 30 ปีของยูเคเลยทีเดียว

อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ 5.4% โดยที่ “บีโออี” ประมาณการไว้ในคาดการณ์ของเดือนกุมภาพันธ์นี้ว่า เงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นสูงสุดที่ 7.25% ในราวเดือนเมษายนที่จะถึงนี้

เงินเฟ้อทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น เพราะทำให้ค่าเงินในกระเป๋าผู้บริโภคหดเล็กลง ซ้ำร้ายรัฐบาลยังมีแผนที่จะขยับ “ภาษี” ทั้งสำหรับแรงงานและองค์กรธุรกิจให้สูงขึ้นในราวเดือนเมษายนนี้ ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูงในรอบหลายสิบปี ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นเหตุให้ค่าครองชีพสูงขึ้น การบริโภคจับจ่ายใช้สอยลดลง

“มาร์ติน เบ็ค” นักเศรษฐศาสตร์ประจำอีวาย ไอเท็ม คลับ คาดการณ์ว่า แรงกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในยูเค จะพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบกว่าสิบปีในอีกไม่นาน

การขึ้นอัตราดอกเบี้ย ช่วยสกัดภาวะเงินเฟ้อ แต่ในเวลาเดียวกันก็ส่งผลให้ภาวะการขยายตัวของเศรษฐกิจชะลอตัวลง

ยาเอล ซาฟิน หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ประจำ เคพีเอ็มจี ยูเค เชื่อว่าสถานการณ์ทั้งหมดเหล่านี้จะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหลายที่เคยคึกคัก ตกอยู่ในสภาพ “ผิดหวังไปตาม ๆ กัน” ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

ขณะที่บีโออีคาดการณ์ว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจของยูเคจะชะงักไปในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ก็จริง แต่หลังจากนั้นจะรีบาวนด์กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในไตรมาส 2 และจะทำให้ขนาดเศรษฐกิจของประเทศกลับคืนสู่ระดับก่อนหน้าเกิดการแพร่ระบาด

แต่ซาฟินกลับมองสวนไปอีกทาง เธอเชื่อว่าจีดีพีของยูเคในปี 2023 นี้ คาดว่าจะขยายตัวเพียงแค่ 3.7% เท่านั้น

ที่น่าสนใจก็คือ นักเศรษฐศาสตร์เตือนเอาไว้ว่า “ปรากฏการณ์ทำนองนี้ไม่ได้จำเพาะเกิดกับสหราชอาณาจักรเท่านั้น”

แต่จะเกิดสถานการณ์คล้ายคลึงกันขึ้นได้ในอีกหลายประเทศทั่วโลก เตรียมพร้อมเผชิญหน้าเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน