วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ซีเอ็นเอ็น รายงานสถานการณ์การสู้รบจากการบุกของรัสเซียเข้าสู่ยูเครน ว่าสำนักงานประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แจ้งยืนยันหมายนัดเจรจาระหว่างตัวแทนรัฐบาลยูเครน กับตัวแทนรัฐบาลรัสเซีย ที่พรมแดนยูเครนติดประเทศเบลารุส หลังได้รับการรับประกันจากประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกแห่งเบลารุส

นายเยฟเกนี เยนิน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกิจการภายในประเทศ (เทียบเท่ามหาดไทย) เผยว่านัดพบครั้งนี้มีช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 28 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น
นายเซเลนสกีกล่าวว่า “หากให้ผมพูดตามตรง ไม่คิดว่าจะการพบปะครั้งนี้จะมีผลอะไร แต่ก็ปล่อยให้ลองดูก็ได้ ประชาชนชาวยูเครนไม่มีข้อสงสัยใดๆ ในเรื่องนี้ ว่าผมในฐานะประธานาธิบดีไม่ได้พยายามยุติสงคราม แม้จะมีโอกาสอันน้อยนิด”

นอกจากนี้ผู้นำยูเครนยังกล่าวว่า “ระหว่างที่คนของเราอยู่ที่นั่น ประธานาธิบดียังอยู่ที่นี่ เสนาธิการ ผู้บัญชาการกองทัพอยู่ที่นี่ กองทัพเราอยู่ที่นี่ เราทั้งหมดจะป้องกันประเทศและพรมแดนของเรา”
ก่อนหน้านี้ นายเซเลนสกีกล่าวว่ายินดีจะเจรจากับรัสเซีย แต่ต้องไม่ไปคุยในเบลารุส เพราะรัสเซียคงกองกำลังทหารและซ้อมรบอยู่ที่นั่น ขณะที่กองทัพยูเครนแจ้งว่า ยิงสอยขีปนาวุธนำวิถีที่ยิงมาจากเบลารุสได้ ก่อนเข้าสู่เป้าหมายในกรุงเคียฟ

ต่อมาเจ้าหน้าที่สำนักงานของนายเซเลนสกีเผยว่า ประธานาธิบดีลูคาเชนโกติดต่อมาว่าให้ตัวแทนสองชาติไปพบกันบริเวณชายแดนแทน ตรงจุดที่ใกล้แม่น้ำปริปยัต
“อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก รับประกันว่า เครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์ และขีปนาวุธทั้งหมดในพรมแดนเบลารุสจะตรึงอยู่บนพื้นดิน ระหว่างที่ผู้แทนยูเครนเดินทางไปกระทั่งกลับมา” สำนักงานประธานาธิบดียูเครนระบุ

ด้าน ออกซานา มาร์คาโรวา เอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหรัฐอเมริกา กล่าวเสริมว่า ยูเครนพยายามหาช่องทางออกทางการทูตอยู่เสมอ แต่ไม่ได้หมายความว่ายูเครนยอมจำนนให้กับผู้รุกราน
วันเดียวกัน ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย มีคำสั่งให้กองกำลังป้องปรามแห่งรัสเซีย ที่ปฏิบัติการด้านอาวุธนิวเคลียร์ ยกระดับการเตรียมพร้อมขั้นสูงสำหรับการสู้รบ เพื่อรับมือกับกองกำลังนาโต้

“เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายผู้นำของชาตินาโต้แสดงความเห็นที่ก้าวร้าวต่อประเทศของเรา ดังนั้นผมขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเหล่าผู้นำกองทัพเตรียมพร้อมกองทัพป้องปรามให้พร้อมรบอย่างเร่งด่วน” ปูตินกล่าว
คำสั่งดังกล่าวทำให้ผู้นำชาติตะวันตกรุมประณามอีกครั้ง หลังจากประณามและใช้มาตรการลงโทษรัสเซียและตัวปูตินอย่างแข็งกร้าว กรณีใช้กองทัพรุกรานยูเครน