Skip to content

จีนตั้งเป้าเศรษฐกิจโตร้อยละ 5.5 ในปี 2022 โดยเน้นเสถียรภาพ

06 มี.ค. 2565 | 13:47น.
จีนตั้งเป้าเศรษฐกิจโตร้อยละ 5.5 ในปี 2022 โดยเน้นเสถียรภาพ

ผู้เชี่ยวชาญไทย ชี้จีนตั้งเป้าหมายการเติบโตร้อยละ 5.5 ในปี 2022 ไม่เน้นเติบโตแต่เน้นเสถียรภาพ

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2565 การประชุมสองสภาจีน (การประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนและการประชุมสภาปรึกษาการเมืองแห่งประชาชนจีน) ประจำปี 2022 ได้เปิดฉากขึ้นแล้วในกรุงปักกิ่ง ในฐานะหน้าต่างสำคัญในการสังเกตจีน การประชุมสองสภาแต่ละปีมักเป็นที่จับตามองทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

ขณะกล่าวรายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลต่อที่ประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนได้แถลงว่าจีนตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2022 ไว้ที่ร้อยละ 5.5

เกี่ยวกับประเด็นนี้ รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจจีนมองว่า “ดูสมเหตุสมผล” ขณะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)

รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น กล่าวว่า แม้ว่าในปีที่ผ่านมา จีนจะเติบโตได้ถึงร้อยละ 8.1 หากแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนนับจากนี้ไป คาดว่าจะประสบกับความยากลำบากกว่าเดิม นายกรัฐมนตรีของจีน นายหลี่ เค่อเฉียง ได้ออกมายอมรับเองว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญแรงกดดัน 3 ด้าน คือ

อุปสงค์ลดลง อุปทานอาจรับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ (Supply Shock) และความคาดหวังของตลาดและประชาชนลดลง ดังนั้น การตั้งเป้าหมายเติบโตที่ร้อยละ 5.5 ในปี 2022 จึงมีความเหมาะสมแล้ว  โดยไม่เน้นการเติบโตแต่เน้นรักษาเสถียรภาพ เพราะเป็นช่วงเวลาที่จีนจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากทางเศรษฐกิจ  โดยเฉพาะปัญหาด้านอุปสงค์กำลังซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศที่หดตัว ในขณะที่ห่วงโซ่อุปทานก็กำลังถูกคุกคาม

ดังนั้น หากเศรษฐกิจจีนเติบโตลดลงหรือชะลอตัว ย่อมจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคและระดับโลกที่มีจีนเป็นคู่ค้าหลัก และพึ่งพาจีนทางด้านเศรษฐกิจมากเกินไป รัฐบาลประเทศเหล่านั้น จึงควรหันมาเน้นแนวทาง Resilience คือ ล้มแล้วลุกให้เร็ว ยืนบนขาตัวเองให้ได้ และเน้นสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น กล่าวเพิ่มเติมว่า โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตต่าง ๆ ที่น่ากังวลมาก ทั้งจากปัญหาวิกฤตการระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อยังไม่จบ ไปจนถึงปัญหาสงครามจากวิกฤตยูเครน ความพยายามของจีนที่จะให้ประเทศต่าง ๆ หันมาร่วมมือกัน ไม่ใช่มาทะเลาะหรือทำสงครามฆ่าฟันกันย่อมจะเป็นสิ่งที่ดี ที่ผ่านมา จีนได้ผลักดันยุทธศาสตร์ BRI อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2013 จนถึงวันนี้

ก็หวังว่า จีนจะมีบทบาทในการช่วยสร้างประชาคมแห่งอนาคตเพื่อทุกประเทศที่ร่วมมือกัน โดยเฉพาะประเทศที่เป็นผู้รับการลงทุนจากจีนหรือเป็นคู่ค้าของจีนจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงวาทกรรมที่สวยหรู กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจของทุกฝ่าย

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน เศรษฐกิจจีน