เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ดูทั้งหมด

“แปซิฟิกา” เปิดศึกแบรนด์เนม COACH นำทัพ-อัดงบบุกหนักออนไลน์

17 มี.ค. 2565 | 14:07น.

ตลาดแบรนด์เนมโตสวนโควิด “แปซิฟิกา” ไม่หวั่นต้นทุนราคาพุ่ง เร่งจัดทัพบุกหนักออนไลน์-ออฟไลน์ พัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบรนด์ในเครือรับเทรนด์ตลาดขาขึ้น ส่งแบรนด์ Coach, Birkenstock, TAG Heuer และ American Eagle หัวหอกหลักปูพรมตลาด พร้อมอัดงบฯการตลาด3-10% เพิ่มยอดขายโต 30-40%

นางสาวโศภนา เลวิจันทร์ ผู้อำนวยการกลุ่ม บริษัท แปซิฟิกา จำกัด ผู้ดูแลธุรกิจแบรนด์ชั้นนำในกลุ่มแฟชั่น บิวตี้และไลฟ์สไตล์กว่า 17 แบรนด์ อาทิ American Eagle, Birkenstock, Camper, Coach, Coccinelle, Furla, GEOX, iKON, Jurlique, Keds เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

ปัจจุบันภาพรวมตลาดสินค้าลักเซอรี่ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากลูกค้าที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยเฉพาะตลาดระดับบนไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น และกลุ่มลูกค้าดังกล่าวมีความต้องการจับจ่ายและหันมาซื้อแบรนด์เนมในประเทศมากขึ้น ประกอบกับแต่ละแบรนด์จัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งออนไลน์และออฟไลน์

เช่นเดียวกับกลุ่มแปซิฟิกาที่มีการลงทุนกับแบรนด์ในเครือมากขึ้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้มีการโฟกัสกับช่องทางที่เป็นออนไลน์มากขึ้น และมีการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อสร้างการเข้าถึงของกลุ่มเป้าหมาย และตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า

“ก่อนโควิด-19 จะระบาด เราได้เริ่มทำอีคอมเมิร์ซมาระดับหนึ่งอยู่แล้วพอโควิดเข้ามาเราจึงมีการขยายอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มที่ และก็เป็นช่องทางที่ช่วยยอดขายกรุ๊ปได้ค่อนข้างมาก จากนี้ไปก็จะมีการพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง”

บุกออนไลน์รับดีมานด์พุ่ง

สำหรับแผนงานของกลุ่มแปซิฟิกาในปีนี้ จะเดินหน้าขยายแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มเติม โดยแบรนด์แต่ละแบรนด์จะมีการพัฒนาเว็บไซต์-ช่องทางขายหรืออี-คอมเมิร์ซของตัวเองขึ้นมาโดยเฉพาะ

ล่าสุดเตรียมเปิดตัวเว็บไซต์ของแบรนด์โค้ช (Coach) เพิ่มอีก 1 แบรนด์ จากก่อนหน้านี้ที่ได้ทยอยเปิดตัวอีคอมเมิร์ซไปแล้ว อาทิ แบรนด์ Keds, Birkenstock เป็นต้น ขณะเดียวกัน ก็จะเน้นเรื่อง customer experience และ e-Commerce ให้มากขึ้น

เนื่องจากปัจจุบันดีมานด์ของลูกค้าไม่ได้เกิดจากการเดินผ่านหน้าร้าน ผ่านดิสเพลย์แล้วอยากได้ แต่ลูกค้าจะมีการหาข้อมูล เลือกแบบที่ต้องการผ่านช่องทางออนไลน์มาก่อนแล้ว นั่นแปลว่าดีมานด์ของลูกค้าเกิดมาจากบ้านผ่านช่องทางออนไลน์มาก่อน

ดังนั้น สิ่งที่บริษัทต้องทำคือการสื่อสารให้เข้าถึงลูกค้าเพื่อให้เกิดความต้องการให้มากที่สุด ตั้งแต่ขั้นตอนของการหาข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านรูปแบบต่าง ๆ ทั้งโฆษณา อินฟลูเอนเซอร์ให้ลูกค้าเห็นได้มากที่สุดและกระตุ้นลูกค้าเข้ามาในช่องทางของแบรนด์จนเกิดการซื้อขายและตอบโจทย์ความต้องการ

ผ่านบริการที่ดีในที่สุด และการนำระบบ CRM ที่เรียกว่า แปซิฟิกาพอยต์ เข้ามาใช้ควบคู่กับการขายอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรม โปรโมชั่นต่าง ๆ รวมถึงสะสมพอยต์เพื่อแลกสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ โดยปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ราว 4 แสนราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ที่ผ่านมาช่วงที่โควิดมีการระบาด มาร์เก็ตเพลซและแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้กลายมาเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงลูกค้าและขยายมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเราเองก็มีทีมที่ทำการตลาดในแต่ละแบรนด์ โดยเฉพาะ 4 แบรนด์หลักอย่าง Coach, Birkenstock, TAG Heuer และ American Eagle ที่จะผลักดันให้เกิดการเติบโตขึ้น”

เดินหน้าอัดงบฯรับตลาดฟื้น

นางสาวโศภนาย้ำว่า พร้อมกันนี้บริษัทจะมีการเพิ่มงบประมาณทางการตลาดมากขึ้นในปีนี้ หลังจากตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมาบริษัทมีการตัดลดงบฯการตลาดลง ทั้งนี้ เพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดที่มีมากขึ้น

โดยจะโฟกัสการทำตลาดทุกแบรนด์ แต่วิธีการทำตลาดจะแตกต่างกันออกไปตามโพซิชั่นของแต่ละแบรนด์ ซึ่งในพอร์ตโฟลิโอมีอยู่ 17 แบรนด์ โดยงบฯการตลาดจะอยู่ราว 3-10% การใช้งบฯจะตามการเติบโตและสเกลของแต่ละแบรนด์ สำหรับกลุ่มแบรนด์ใหญ่

อาทิ Coach, Birkenstock, TAG Heuer และ American Eagle จะใช้งบฯมากกว่า 5-10% แล้วแต่สถานการณ์ ขณะที่แบรนด์รอง ๆ ลงมาจะอยู่ภายใต้งบประมาณราว 3-5% ของยอดขาย ส่วนแบรนด์เล็กหากมีฐานลูกค้าที่มีลอยัลตี้ มีการจับจ่ายต่อเนื่อง บริษัทก็พร้อมลงทุนด้านการตลาดเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน

“หลังจากปี 2563 มีการลดคอร์สมาร์เก็ตติ้งไปมาก ปี 2564 ก็เริ่มหันมาใช้งบฯการตลาดมากขึ้นอย่างระมัดระวัง แต่สำหรับปี 2565 นี้บริษัทจะกลับมาใช้งบฯเต็มที่ เพราะแบรนด์มองว่าถึงเวลาที่ต้องลงทุน เนื่องจากมองเห็นดีมานด์ในตลาดจากกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการสูงต่อเนื่องแม้ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19”

ส่วนการขยายสาขาออฟไลน์ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ รอบนอกกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จังหวัดท่องเที่ยว และหัวเมืองใหญ่โดยเฉพาะแบรนด์ Coach, Birkenstock, TAG Heuer และ American Eagle นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายสาขาและรีโนเวตช็อปใหม่ของแบรนด์ Coach เพิ่มเติมด้วย

ปรับราคารับต้นทุนพุ่ง

ผู้อำนวยการกลุ่มบริษัทแปซิฟิกากล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์ด้านต้นทุนที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ทั้งวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าขนส่ง การดำเนินงาน ทำให้สินค้าแฟชั่นในตลาดโลก รวมถึงในไทยเริ่มมีการปรับราคาขึ้น

ส่วนแบรนด์ในกลุ่มบริษัทแปซิฟิกาเองก็จะปรับขึ้นตามบริษัทผู้ผลิตของแต่ละแบรนด์กำหนด เช่น Birkenstock ที่มีการปรับราคาขึ้นไปแล้ว 2 รอบ รวมแล้วขึ้นประมาณ 20% ปรับราคาครั้งแรกเดือนตุลาคม 2564 และครั้งที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ เวลานี้ การปรับราคาครั้งนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อการแข่งขัน มีเพียงลูกค้าส่วนน้อยที่สอบถามเข้ามา และแบรนด์ TAG Heuer กำลังจะปรับวันที่ 1 เมษายนประมาณ 5%

“การปรับราคาดังกล่าวไม่น่ามีผลกระทบใด ๆ เพราะราคาขายยังคงเท่ากับทางแบรนด์ผู้ผลิตประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ลูกค้าซื้อสินค้าในประเทศมากขึ้นเพราะการที่เดินทางไม่ได้ในช่วงที่ผ่านมานั้นทำให้ลูกค้าเริ่มเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วราคาขายหลังหักส่วนลดของบริษัทไม่ได้แพงกว่าการซื้อที่ต่างประเทศ

อีกทั้งยังได้รับบริการการขายและการดูแลจากทางร้าน และสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการหลังการขายที่ดีจากทางแบรนด์ ถึงแม้ทางแบรนด์จะมีการปรับราคาสินค้าขึ้น”

ผู้อำนวยการกลุ่มบริษัทแปซิฟิกากล่าวในตอนท้ายว่า แม้ตลาดสินค้าแบรนด์เนมจะได้รับผลกระทบจากเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้นในขณะนี้ แต่เชื่อว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสามารถคลี่คลายได้และสัญญาณในตลาดจะดีขึ้นอย่างแน่นอน สะท้อนจากดีมานด์ในประเทศตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมายังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ แม้ยอดขายของกลุ่มจะไม่เติบโตเทียบเท่าช่วงก่อนโควิด เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของบริษัทเป็นกลุ่มชาวต่างชาติ และยังไม่สามารถเดินทางได้ตามปกติ แต่มั่นใจว่าปีนี้จะสามารถสร้างการเติบโตได้เพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา 30-40% อย่างแน่นอน

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกลุ่มลูกค้าในประเทศเริ่มมีความคุ้นชินกับการซื้อสินค้าแบรนด์เนมในประเทศ โดยแบ่งเป็นยอดขายที่มาจากออฟไลน์ 80% และออนไลน์ 20%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แบรนด์แฟชั่น