หุ้นไทยย่อตัวในกรอบ 1,685-1,700 จุด ตลาดยังเปราะบาง
บล.ฟิลลิป ประเมินตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีแนวโน้มย่อตัวในกรอบ 1,685-1,700 จุด ปัจจัยแวดล้อมในตลาดยังเปราะบาง-ภาวะเงินเฟ้อกับโอกาสเกิด Stagflation-ราคาน้ำมันโลกแม้ย่อตัวแต่ความไม่แน่นอนยังมีอยู่สูง แนะนำซื้อหุ้นเด่นวันนี้ “AOT-NUSA”
วันที่ 1 เมษายน 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ดัชนี SET Index เช้านี้คาดมีโอกาสย่อตัวลงได้ต่อหลังขึ้นทดสอบระดับ 1,700 จุด และไม่สามารถผ่านไปได้วานนี้ ขณะที่ปัจจัยแวดล้อมในตลาดยังเปราะบาง
โดยเฉพาะภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับโอกาสการเกิด Stagflation ที่แม้ราคาน้ำมันโลกย่อตัวลงได้บ้าง แต่ความไม่แน่นอนยังมีอยู่สูง อีกทั้งยังไม่พบปัจจัยเชิงบวกใหม่ที่โดดเด่นเข้ามาผลักดันตลาดมากนัก จึงคาด SET Index ไม่น่าขยับไปไหนได้ไกลในกรอบระหว่าง 1,685-1,700 จุด
สำหรับราคาน้ำมันโลกย่อตัว โดยที่ประชุม OPEC+ เมื่อคืนนี้มีมติเพิ่มกำลังการผลิต 432,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ค.65 ตาม
ตลาดคาด ด้านสหรัฐเตรียมระบายน้ำมันออกมากว่า 180 ล้านบาร์เรล จากคลังเพื่อสกัดราคาน้ำมันพุ่ง ส่วนทางปูตินกลับลำยังส่งออกพลังงานให้ยุโรป แม้ชาติที่คว่ำบาตรรัสเซียจะไม่จ่ายด้วยสกุลเงินรูเบิลก็ตาม
และจีนอาจขยายการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศที่เร่งตัวขึ้น กระทบอุปสงค์น้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันโลกพลิกกลับมาปรับตัวลงอีกครั้งใกล้หลุด 100 เหรียญต่อบาร์เรล
ด้านแนวโน้มเงินเฟ้อยังพุ่งสูง โดยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเดือน พ.ค.65 จาก PCE Price Index ขยายตัว 6.4% และ Core PCE Price Index ขยายตัว 5.4% ใกล้เคียงกับคาดการณ์แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันและเร่งให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ออกนโยบายทางการเงินเข้มงวดเร็วขึ้นในช่วงไตรมาส 2/65 นี้
ขณะที่สัปดาห์หน้าต้องรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของไทยเดือน มี.ค. 65 ที่คาดว่าจะสูงกว่า 5.0% เนื่องจากผลกระทบราคาน้ำมันพุ่งสูงจากวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน
ส่วนเส้นผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาล(Inverted Yield Curve) มีส่วนต่าง (Spread) ระหว่างบอนด์ยีลด์อายุ 2 ปี และ 10 ปีของสหรัฐที่เป็น Leading Indicator ของภาวะเศรษฐกิจถดถอย(Recession) มีค่าใกล้ติดลบ โดยวานนี้อยู่ที่ 0.03% ทำให้ความน่าจะเป็นในการเกิด Recession สูงขึ้นได้ และเมื่อตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจคาดว่าจะชะลอลงสะท้อนภาวะ Stagflation มากขึ้น จะยิ่งทำให้การดำเนินนโยบายของ Fed ทำได้ยากลำบากมากขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน: แนะนำธีมเด่น 1.หุ้นท่องเที่ยวเปิดเมืองขานรับการยกเลิกตรวจ RT-PCR ก่อนเข้าไทย 72 ชม. (AOT, ERW, MINT, CENTEL, CPALL) และ 2.หุ้นขนาดใหญ่รับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าไทยกว่า 1.1 แสนล้านบาทตั้งแต่ต้นปี(ADVANC, GULF, MAKRO, HMPRO, BEM) และ 3.หุ้นรับคาดการณ์เงินเฟ้อไทยสูงขึ้น (KBANK, BBL, TOP)
โดยตัวเลขน่าติดตามคืนนี้ 1.ตัวเลขอัตราการว่างงานสหรัฐ คาดจะลดลงมาอยู่ที่ 3.7% และ 2.การจ้างงานนอกภาคเกษตรขยายตัว 490,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาดจะช่วยลดความกังวลเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐลงได้
หุ้นเด่นวันนี้แนะนำซื้อ AOT ตามที่ ศบค.ประกาศลดพื้นที่สีส้ม เพิ่มพื้นที่สีเหลืองและสีฟ้า ยกเลิกตรวจ RT-PCR ก่อนเข้าไทย 72 ชม. เป็นตรวจ RT-PCR เมื่อถึงไทย และตรวจ ATK ในวันที่ 5 รถกลับตัวโครงการ sandbox เหลือ 5 วัน สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยมากขึ้น
และ NUSA คาดปีนี้พลิกมาทำกำไรชัดเจน โดยมองกำไรปกติ 255 ล้านบาท จากขาดทุน 740 ล้านบาท จากธุรกิจการแพทย์(ขาย ATK/การแพทย์ทางเลือก) จะเข้ามาเต็มปีในปีนี้ และรับส่วนแบ่งจาก WEH และกัญชง ตั้งแต่ไตรมาส 2/65 และครึ่งหลังปี 65 ขณะที่ไตรมาส 2/65 เตรียมบันทึกกำไร 1,000 ล้านบาท จากการขายบริษัทย่อย(Legend สยาม) ให้บริษัทร่วมทุน NUSA CRC หนุนกำไรสุทธิ 1,200 ล้านบาท