ราคายางเพิ่มสูงขึ้นในรอบ 9 ปี เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา จากความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่ากำลังการผลิต ผลพวงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยภาพรวมการส่งออกยางไทยในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) 2565 มีมูลค่าถึง 8.54 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.91% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการส่งออกที่ขยายตัวแทบทุกตลาด ทั้งสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม และมาเลเซีย
ความคึกคักของตลาดยางในช่วงออกสตาร์ต ทำให้แม่ทัพยางทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จ.นครศรีธรรมราช และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ต้องตีเหล็กตอนร้อน ผลักดันการขับเคลื่อนการพัฒนายางพารา หัวใจหลักการส่งออกไทย
โดยเร็ว ๆ นี้ จะมีการจัด “มหกรรมยางพารา 2564 : นครฯแห่งนวัตกรรมยางพารา” ระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2565 ณ สนามการยางแห่งประเทศไทย อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งในปีนี้แนวคิดจะเน้นการโชว์ศักยภาพไทยศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมแปรรูปยางพาราโลก และมีการเปิดเวทีเจรจาธุรกิจ
จุดแข็งไทยแชมป์โลกผลผลิตยาง
เป็นที่ทราบกันดีว่า ไทยขึ้นชื่อเป็นแชมป์ผลิตยางพาราโลก จุดสำคัญปีนี้ ไทยจึงต้องเร่งผลักดัน “ยุทธศาสตร์ยาง” รวมถึงดำเนินมาตรการเชิงรุกต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
นายวิชัย ไตรสุรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ 323 ล้านไร่ 149 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม “ยางพารา” ครอบคลุมพื้นที่กว่า 24.76 ล้านไร่ เกษตรกร 1.83 ล้านราย มีผลผลิตมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ปริมาณ 4.4 ล้านตันหรือ 38.2% รองลงมา ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน มาเลเซีย อินเดีย ซึ่งถือว่าเอเชียครองพื้นที่ยางพาราโลกถึง 93% และแม้ทั่วโลกเผชิญโควิด-19 ไทยยังสามารถส่งออกมากกว่าแสนล้านบาท และราคายางมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง ซึ่งมากกว่าราคาประกัน 60 บาทต่อ กก. ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์เฉลิมชัย ปฏิรูปภาคเกษตร ที่เน้นการตลาดนำการผลิต เทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ BCG model
ขณะที่นโยบายเชิงรุกปีนี้ คือการปรับมิติเพิ่มตลาดใหม่ ๆ ประสานสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ทูตเกษตร จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (EU) ร่วมกับทูตพาณิชย์สร้างโมเดลเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ติดตามการเเข่งขันทางการค้า นำเข้า ส่งออก สร้างโอกาสการลงทุน
โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด (market share) ส่งออกผลิตภัณฑ์ยางทุกชนิด พร้อมแผนพัฒนายางพาราไทยควบคู่การวางระบบการบริหารจัดการ 7 กลยุทธ์สู่ศักยภาพใหม่ ได้แก่
- การยกระดับมาตรฐาน GAP FSC GMP
- การประกันรายได้ ใช้ระบบประมูลออนไลน์และตลาดกลางซื้อขายล่วงหน้าส่งมอบจริงมาเป็นกลไกใหม่
- การยกระดับด้วย AIC และ กยท.สร้างนวัตกรรมสู่การผลิตที่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
- กยท.และเอกชน เช่น ศรีตรังฯ ต้องยกระดับอัพเกรดองค์กรสู่ global player
- พัฒนาวิสาหกิจยางพาราสู่ SMEs เกษตร
- ส่งเสริมเชิงรุกอุตสาหกรรมน้ำยางข้น อาทิ Rubber Valley Rubber City SEC EEC
- สร้างเครือข่ายทุกหน่วยงาน ที่ไม่ใช่ภาครัฐและภาคเอกชนเหมือนในอดีต แต่จะพัฒนาแบบคู่ค้าและคู่ขา ไม่ใช่คู่แข่ง โมเดล win-win
ปั้น Rubber Valley อาเซียน
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า ราคายางปีนี้มีแนวโน้มดีต่อเนื่องสูงกว่าราคาประกัน และไม่จำเป็นต้องใช้งบฯรัฐบาลเข้ามาชดเชยงวดที่ 5 ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายที่จะสิ้นสุด มี.ค.นี้ ด้วยจุดแข็งผู้ผลิตโลก จึงมุ่งเน้นโอกาสเพิ่มมูลค่านำมาสู่การยกระดับมาตรฐานจัดการสวน ซึ่งจะสร้างอำนาจการต่อรองแข่งขันทางการค้า
โดยจัดการคาร์บอนเครดิตที่เป็นวาระโลกจะมีส่วนผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตอบโจทย์เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกภายในปี พ.ศ. 2573 ดังนั้น จ.นครศรีธรรมราช ได้รับมาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน 1 หมื่นไร่ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน FSCTM เป็นแปลงแรกของไทย จึงเหมาะสมที่จะเป็น rubber valley ของไทยและอาเซียน ผ่านเกษตรที่เป็น smart farmer ผลิตน้ำยางสด ผลิตยางดิบ ยางแผ่นรมควันที่ดีมีคุณภาพ มาตรฐานสอดรับกับความต้องการของตลาด รวมทั้งเปิดซื้อขายยางผ่านแอปพลิเคชั่น Rubberway เชื่อมบิ๊กดาต้า อนาคตพื้นที่แห่งนี้จะเป็นต้นแบบ rubber innovation เปิดให้ startup เกษตรกรเข้ามาเรียนรู้
“แนวโน้มราคายางปีนี้ถึงปีหน้ายังอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากความต้องการใช้ยางมากกว่ากำลังการผลิต ผลผลิตยางทั่วโลกอยู่ที่ 14,544 ล้านตัน หากเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 5 ความต้องการใช้ยางจะพุ่งสูงขึ้นถึง 14,822 ล้านตัน ต่อไปยางจะขาดตลาด ดังนั้น การผลักดันดังกล่าวจะสามารถรักษาราคาสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพ”
ปั๊มรายได้สวนยางหมื่นล้านต่อปี
นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นครศรีธรรมราชมีพื้นที่ปลูกยางจำนวนมาก 1.8 ล้านไร่ มีตลาดยางพารา มีศักยภาพครบทุกมิติ วัตถุดิบน้ำยางที่ดีที่สุดอยู่ในพื้นที่ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละหมื่นล้านบาท อ.นาบอน มีโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราประเภทโรงงานผลิตน้ำยางข้น โรงงานผลิตยางแผ่น และโรงงานผลิตยางแผ่นอบแห้งที่มีทุนจดทะเบียนเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป ถึง 5 แห่ง โดยรับซื้อน้ำยางเกษตรกรเพื่อแปรรูปส่งออกและอยู่ระหว่างพัฒนา smart city ผ่าน 3 E (economic energy environment) สอดคล้องพลังงานทดแทน
นายกมลดิษฐ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการสายงานการผลิต บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เกษตรกรผู้ปลูกคือหนึ่งในกลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศให้เติบโตอย่างมาก การจัดงานมหกรรมยางพาราจะยิ่งขับเน้นความสำคัญของอุตสาหกรรมยางพาราที่มีต่อเศรษฐกิจประเทศอย่างมาก คาราบาวจะเชิญชวนให้ไปเที่ยวงานนี้
สำหรับมหกรรมยางพารา 2564 : นครฯแห่งนวัตกรรมยางพารา ปีนี้คาดว่าจะมีผู้ร่วมชมงาน 2 แสนคน สร้างรายได้สะพัดกว่า 10 ล้านบาท ไฮไลต์ภายในงานมีการจัดแสดงนวัตกรรมยางพารา อาทิ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตยางกั้นล้อ (stopper) จากบริษัท เอส เค โพลิเมอร์ จำกัด ระดมแปรรูปยางเป็น “ยางกั้นล้อรุ่นพิเศษของพีทีทีโออาร์ ให้บริษัทในเครือ ปตท. เพิ่มการใช้ยางพาราภายในประเทศ เพิ่มรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง เปิดตลาดส่งมอบยางจากผู้ซื้อยางต่างประเทศ