Skip to content

เปิดโผ 15 หุ้นขวัญใจกองทุน บลจ.แนะซื้อรอปีหน้าดัชนีพุ่ง 1,900 จุด

22 ธ.ค. 2560 | 09:26น.
เปิดโผ 15 หุ้นขวัญใจกองทุน บลจ.แนะซื้อรอปีหน้าดัชนีพุ่ง 1,900 จุด

โบรกฯเอเซีย พลัส เปิดรายชื่อ 15 หุ้นใหญ่ยอดนิยมอยู่ในเรดาร์นักลงทุนสถาบัน ทะยานรับอานิสงส์ window dressing ช่วงท้ายปี-แรงซื้อ LTF ฟาก บลจ.ธนชาต เผยปี 2561 ดัชนีมีลุ้นพุ่งแตะ 1,900 จุด แนะดักซื้อหุ้นใหญ่เก็งกำไรล่วงหน้า

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยช่วงเดือน ธ.ค. ถึงปัจจุบัน (15 ธ.ค. 60) ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET index) ขยับขึ้นเล็กน้อยราว 1.20% โดยพบว่า หุ้นขนาดเล็กกลับปรับฐานลงอย่างรุนแรง โดยสังเกตได้จากหุ้นที่อยู่นอกกลุ่ม SET50 ซึ่งปรับตัวลงไปกว่า 1.42% จากช่วงต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา สวนทางกับหุ้นในกลุ่ม SET50 (หุ้นที่มีขนาดใหญ่ 50 บริษัทแรก) ที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 2.53% โดยจะมีหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกจำนวน 34 บริษัท หุ้นที่ให้ผลตอบแทนคงที่ 3 บริษัท และหุ้นที่ให้ผลตอบแทนลดลง 13 บริษัท

สำหรับสาเหตุที่ทำให้หุ้นขนาดใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลจากหลายปัจจัยได้แก่ แรงหนุนจากการเข้าซื้อของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่กระจุกตัวในช่วงเดือนสุดท้ายของปีจะมีสัดส่วน 46% ของเม็ดเงินตลอดทั้งปี

อีกทั้งสถาบันในประเทศมักซื้อสุทธิหุ้นไทยในเดือน ธ.ค. สูงสุดในรอบปี โดยสถิติย้อนหลัง 5 ปีพบว่า สถาบันซื้อสุทธิหุ้นไทยในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปีสูงถึง 1.24 หมื่นล้านบาท และเป็นการซื้อสุทธิทุกปี รวมถึงปัจจัยจากการทำ window dressing (ทำราคาเพื่อปิดงวดบัญชี) ในช่วงท้ายปี ซึ่งจะเกิดขึ้นกับหุ้นขนาดใหญ่เป็นหลัก จึงทำให้ราคาของหุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวสูง

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยได้ค้นหารายชื่อหุ้นที่กองทุนประเภทตราสารทุนในประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 60 อันดับแรก ที่มีมูลค่าของทรัพย์สินสุทธิราว 87% ของกองทุนหุ้นทั้งหมดในประเทศ โดยพบว่ามีรายชื่อหุ้น 15 ลำดับแรกที่กองทุนนิยมถือมากที่สุด

“ในช่วงหุ้นผันผวน กลยุทธ์แนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่กองทุนนิยมซื้อสะสมในช่วงท้ายปีที่มีปันผลสูง และมักให้ผลตอบแทนชนะตลาดในช่วง 2 สัปดาห์ท้ายปี คือ บมจ.ปตท. (PTT), บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC), บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) และ บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (TISCO) ซึ่งจะเป็นหลุมหลบภัยที่ดีและมีโอกาสทำวินโดว์เดรสซิ่ง” นายเทิดศักดิ์กล่าว

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานค้าหลักทรัพย์บุคคล บล.บัวหลวง กล่าวว่า ปัจจุบันเห็นสัญญาณเม็ดเงินกลุ่มกองทุนในประเทศไหลเข้าหุ้นในกลุ่ม SET50 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะเป็นการทำวินโดว์เดรสซิ่งของสถาบัน และบางส่วนไหลเข้ามาเพื่อพักเงินในหุ้นใหญ่แทนการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก เพราะไม่ต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวมาก

ทั้งนี้แนะนำนักลงทุนเน้นซื้อหุ้นกลุ่ม SET50 หรือหุ้นขนาดใหญ่ที่ยังแล็กการ์ด (หุ้นที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าตลาด) เช่น SCC, บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS), บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH), บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) และ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)

นายโชติช่วง ธีรขจรโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต จำกัด ประเมินว่า ในปีหน้าหุ้นขนาดใหญ่จะมีความโดดเด่นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีแรกจะปรับตัวขึ้นได้ดี ซึ่งคาดว่าหุ้นกลุ่มค้าปลีก ท่องเที่ยว และรับเหมาก่อสร้าง จะปรับตัวขึ้นตามทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจที่มีสัญญาณบวกจากการลงทุนภาครัฐ ขณะที่ครึ่งปีหลังคาดว่าหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กจะเริ่มกลับมามีบทบาทมากขึ้น หลังจากที่มีการเก็งกำไรหุ้นขนาดใหญ่กันไปแล้ว

“แต่กลุ่มที่ต้องระมัดระวังและยังไม่น่าสนใจคือ กลุ่มไอซีที โดยเฉพาะค่ายมือถือที่จะประมูลโครงข่าย ยังมีความเสี่ยงเรื่องเงินลงทุนที่สูงอยู่”

นายโชติช่วง คาดว่าดัชนีหุ้นไทยปีหน้า น่าจะปรับตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 1,900 จุด ในช่วงครึ่งปีแรก ภายใต้สมมุติฐานที่กำไร บจ.เติบโตที่ 8% และมีแรงกระตุ้นจากการบริโภคของภาครัฐ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน