เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1.114 พันล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1.114 พันล้าน
YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
Business YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
Finance กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
Economic เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
เดโมแครตคุมสภา! ศุภจีชี้สหรัฐอาจระวังเกมภาษีมากขึ้น แต่ ART ไทยยังเดินหน้าต่อ
Economic เดโมแครตคุมสภา! ศุภจีชี้สหรัฐอาจระวังเกมภาษีมากขึ้น แต่ ART ไทยยังเดินหน้าต่อ
ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
Economic ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
Finance XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ทองปรับขึ้นต่อเนื่อง ‘ทรัมป์’ พ่ายเลือกตั้ง 2 สภา-ยังไม่โจมตีอิหร่านตามคำขู่
Finance ทองปรับขึ้นต่อเนื่อง ‘ทรัมป์’ พ่ายเลือกตั้ง 2 สภา-ยังไม่โจมตีอิหร่านตามคำขู่
ดูทั้งหมด

มิติใหม่พาณิชย์จับมือเกษตรฯ บูรณาการทำงานร่วมกันตามแนวทางประชารัฐ เชื่อมโยงข้อมูล Big Data ด้านการผลิต-การตลาด

22 ธ.ค. 2560 | 14:07น.

มิติใหม่พาณิชย์จับมือเกษตรฯ บูรณาการทำงานร่วมกันตามแนวทางประชารัฐ เชื่อมโยงข้อมูล Big Data ด้านการผลิต-การตลาด ตั้งเป้าสร้างเสถียรภาพสินค้าเกษตรระยะยาว หนุนสร้างนวัตกรรม ช่วยเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ าในวันที่ 22 ธันวาคม 2560 ตนร่วมกับนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมมอบนโยบาย “มิติใหม่การบูรณาการร่วมพาณิชย์-เกษตร” โดยมีพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เกษตรจังหวัด และเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ร่วม 500 คน เป้าหมายเพื่อประกาศเจตนารมการทำงานทั้งด้านนโยบาย การบริหารงานเพื่อผลักดันแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรกร โดยไร้รอยต่อและเพื่อให้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกันของ 2 กระทรวงทั้งด้านข้อมูล การผลิต การตลาด เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากเกิดความเข้มแข็ง ตามแนวทางที่นายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ต้องการให้มีการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานเพื่อพัฒนาภาคเกษตรกรรมของไทยสู่การเป็นภาคเกษตรชั้นนำของโลกโดยใช้การตลาดนำการผลิต ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้เป็นไปอย่างมีเสถียรภาพด้านราคาและตลาด นำไปสู่การพลิกโฉมสู่ภาคเกษตร 4.0 ที่เป็นรูปธรรมได้อย่างแน่นอน

“จากนี้ไป ประเทศไทยจะเปลี่ยนจากการผลักดันสินค้าเกษตรซึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม หมายความว่า เราจะไม่ผลิตเพื่อขายกันแบบสดๆ เหมือนที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว เช่น ปลูกข้าวก็จะไม่ขายแบบข้าวเปลือกอย่างเดียว แต่จะดำเนินแปรรูปเพิ่มมูลค่าเริ่มตั้งแต่พันธุ์พืชที่ปลูกจะต้องมีการวิจัยพัฒนา เช่น ข้าวที่รับประทานแล้วมีสารที่ช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บบางประเภท หรือบำรุงร่างกาย โดยสินค้าดังกล่าวต้องมีเรื่องราวและระบุถึงคุณค่าทางโภชนาการ ผูกโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี เชื่อมโยงสู่การตลาดทั้งระบบดั้งเดิมและการค้าออนไลน์ ตลอดจนสามารถเปลี่ยนจากการเน้น เพียงแค่ภาคการผลิตสินค้าสู่ภาคบริการมากขึ้น อาทิ การเชื่อมโยงภาคเกษตรสู่การท่องเที่ยวชุมชน รวมทั้งจะมีการแต่งตั้งบุคคลทำหน้าที่รับผิดชอบสินค้าเกษตรสำคัญเป็นรายสินค้าทั้งในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสร้างทีมทำงานที่มีความเป็นเอกภาพและไร้รอยต่อ” นายสนธิรัตน์ กล่าว

แนวทางบูรณาการระหว่างทั้งสองกระทรวง เบื้องต้นจะจัดทำข้อมูล Big Data ร่วมกันเพื่อให้ข้อมูลที่ตรงกัน ทั้งด้านการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงผลผลิตที่เกษตรกรต้องปลูก เพื่อจะได้แนะนำและส่งเสริมเกษตรกรได้ถูกต้อง และชัดเจนมากขึ้นทั้งในระดับเจ้าหน้าที่ในภูมิภาค และส่วนกลางต้องร่วมมือกันให้เกิดการบูรณาการณ์ให้ได้

“การแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ดังนั้น ต้องบูรณาการกันให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของข้อมูล ส่วนการวัดผลความสำเร็จนั้นก็ดูเป็นรายสินค้า เช่น ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน แต่เป้าหมายก็ต้องแก้ไขให้ราคาสินค้าเกษตรในระยะยาวต้องมีเสถียรภาพ เหมาะสมเป็นไปตามกลไกของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะตั้งเป้าหมายให้ราคาสินค้าขึ้นเพียงอย่างเดียวไมใช่การแก้ไขปัญหาในระยะยาว และไม่ได้ตอบโจทย์ให้ความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้น แต่ต้องให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่ม เกษตรกรทีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดี ปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตไปสู่ระบบอาหารปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ และการตรวจรับรองตามหลักมาตรฐานสากล มุ่งสู่การผลิตสีเขียวตามวิสัยทัศน์ Bio Economy”

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯจะร่วมกันวางแผนการผลิตโดยใช้การตลาดเป็นตัวนำ (Demand Driven) เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา และตลาด โดยจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการผลิตและการตลาด เพื่อวางแผนการบริหารจัดการสินค้าเกษตรสำคัญเป็นรายสินค้า การสื่อสารข้อมูลไปสู่เกษตรกรรายย่อยถึง ความต้องการของตลาด การพยากรณ์ วิเคราะห์ และเตือนภัยที่จำเป็นต่อการเพาะปลูก การส่งเสริมศักยภาพทางการค้าของเกษตรกร อาทิ ความร่วมมือพัฒนาสถาบันเกษตรกรให้เป็นกลไกทางการค้าของท้องถิ่น การสร้างแรงจูงใจเหนี่ยวนำการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความพร้อมรองรับการขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศที่กว้างยิ่งขึ้น อาทิ การนำสินค้าของกลุ่มสหกรณ์และผลผลิตของเกษตรกรรายย่อยมาวางจำหน่าย ณ ร้านธงฟ้าประชารัฐ ร้านโชห่วย และการสร้างเครือข่ายกับห้างค้าปลีกค้าส่ง รายใหญ่ รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้และเพิ่มความสามารถในการปรับตัวรองรับมาตรการทางการค้าและมาตรฐาน

ด้าน นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้ เนื่องจากเราต้องการที่จะรับรู้เรื่องของการตลาด เพื่อที่จะได้มอบหมายและให้แนวทางไม่ใช่เพียงเจ้าหน้าที่แต่รวมไปถึงเกษตกรสามารถไปเพาะปลูกสินค้าเกษตรได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมไปถึงปศุสัตว์ด้วย เป้าหมายเพื่อไม่ให้ราคาสินค้าตกต่ำ ขายให้ได้ราคา โดยมองการแก้ไขในระยาวไม่ใช่เฉพาะการช่วยเหลือเฉพาะหน้า หรือเข้าไปอุดหนุนเมื่อเกิดปัญหา ส่วนกระทรวงพาณิชย์รู้จักผู้ประกอบการ หากสินค้าเกษตรไม่สามารถจำหน่ายได้ก็จะได้ประสานหาผู้ซื้อให้ หรือให้การแนะนำเรื่องของผลิตภันธ์ที่เหมาะสมกับตลาด ความต้องการของผู้บริโภค เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ ก็จะได้ไปแนะนำให้ตรงตามความต้องการของตลาดหรือผู้บริโภค ซึ่งไม่ใช้เพียงตลาดในประเทศแต่รวมไปถึงตลาดต่างประเทศด้วย นอกจากนี้ ก็จะได้วางแผนล่วงหน้าได้ เพราะปีหน้า น้ำดี อากาศดี ก็มีผลต่อผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็จะได้แนะนำเกษตรให้ปลูกพืชในสินค้าที่เหมาะสม และขายสินค้าไม่ให้ได้ราคาต่ำกว่าทุน

สำหรับแนวทางที่กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นฝ่ายผลิตจะได้ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นผู้หาตลาด คือ การจัดทำฐานข้อมูลสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน การจัดการอุปทานสินค้าเกษตร การแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร การจัดการตลาด การบริหารคลังสินค้า เตรียมการมาตการลดผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในภาคเกษตร และการเชื่อมโยงธุรกิจ เพื่อบริหารจัดการสินค้าเกษตรเศรษฐกิจสำคัญอย่างครบวงจร ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ยาง และปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะแบ่งการบูรณาการทำงานใน 2 ระดับ คือ ระดับพื้นที่ และระดับส่วนกลาง

โดยในส่วนของระดับพื้นที่จะดำเนินการให้มี 1.การจัดทำฐานข้อมูลสินค้าเกษตรการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าเกษตร (Big data) ระดับจังหวัดและภูมิภาค ประกอบด้วย ข้อมูลด้าน Demand และ Supply ตั้งแต่ การผลิต แปรรูป และความต้องการของตลาดท้องถิ่น 2. เกษตรจังหวัด และพาณิชย์จังหวัด ประสานความร่วมมือกับอุตสาหกรรมจังหวัด สภาหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สภาเกษตรกรสนับสนุนการทำเกษตรในลักษณะ Contract Farming สู่ Business Matching เน้นส่งเสริมการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรในระดับชุมชน ท้องถิ่น 3. การสร้างองค์ความรู้ การรับรู้ร่วมกันตลอดโซ่อุปทาน 4. สร้างเรื่องราว (Story) ของสินค้าเกษตรที่เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิต การแปรรูป และการตลาดในแต่ละจังหวัด โดยเกษตรจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด และพาณิชย์จังหวัด ร่วมกันหา สินค้าเกษตรที่เป็นจุดร่วม หรือสินค้าเด่นประจำท้องถิ่นที่สามารถเชื่อมโยงทั้งระบบ และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และ ความร่วมมือตลอดโซ่อุปทานได้

ขณะที่แนวทางความร่วมมือบูรณาการในระดับส่วนกลางก็เช่นกัน ต้องมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลสินค้าเกษตร (Big data) ตั้งแต่ระดับจังหวัด ภูมิภาค และประเทศ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการทั้งระบบ ประกอบด้วย ข้อมูลด้าน Demand และ Supply ตั้งแต่การผลิต โดยเฉพาะการพยากรณ์ผลผลิต การแปรรูป ในแง่ของความต้องการตลาด กำลังการผลิต และการตลาดเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยพยากรณ์ปริมาณความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริหารจัดการด้านการตลาด ที่สามารถบอกถึงความต้องการของตลาดเพื่อวางแผนการผลิต ส่งเสริมตลาดเฉพาะสำหรับสินค้า คุณภาพ เชื่อมโยงตลาด Modern Trade และระบบ E- commerce การริหารคลังสินค้า การจัดเก็บ ขนย้าย และกระจายสินค้า เตรียมมาตรการลดผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า การเจรจาเปิดตลาดใหม่ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในภาคเกษตร การสร้าง Brand และการสร้างความเป็นธรรมทางการค้า ไปจนถึงการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างประเทศ อาศัยจุดร่วมที่กระทรวงเกษตรฯ มีทูตเกษตร และกระทรวงพาณิชย์ มีทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ เป็นพลังในการเชื่อมโยงข้อมูลความต้องการของตลาดต่างประเทศ การแสวงหาตลาด ใหม่ๆ เพื่อวางแผนการผลิตสินค้าทางการเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด