เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ศุภมาส’ ยังไม่ได้รับแจ้ง ควบรวม “อสมท. – ไทยพีบีเอส” ยันถ้าเปลี่ยนแปลงต้องดีขึ้น
Politics ‘ศุภมาส’ ยังไม่ได้รับแจ้ง ควบรวม “อสมท. – ไทยพีบีเอส” ยันถ้าเปลี่ยนแปลงต้องดีขึ้น
ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,650 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
แกนนำ ภท. โล่ง หลังรอด กกต.ฟัน “คดีฮั้วเลือก สว.” ‘โกแพ’ มั่นใจพ่อบริสุทธิ์
Politics แกนนำ ภท. โล่ง หลังรอด กกต.ฟัน “คดีฮั้วเลือก สว.” ‘โกแพ’ มั่นใจพ่อบริสุทธิ์
DELTA แจงบริษัทแม่ออกหุ้นกู้ 1.5 พันล้านดอลล์ ใช้หุ้นเดิม 172 ล้านหุ้นแลก ยันไม่กระทบธุรกิจ โบรกฯชี้กดดันราคาหุ้นระยะสั้น
Finance DELTA แจงบริษัทแม่ออกหุ้นกู้ 1.5 พันล้านดอลล์ ใช้หุ้นเดิม 172 ล้านหุ้นแลก ยันไม่กระทบธุรกิจ โบรกฯชี้กดดันราคาหุ้นระยะสั้น
โก โฮลเซลล์ เสริมแกร่ง ‘ดิจิทัล ออเดอร์ริ่ง อีโคซิสเทม’ เปิดช่องทางสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์
Biz Movement โก โฮลเซลล์ เสริมแกร่ง ‘ดิจิทัล ออเดอร์ริ่ง อีโคซิสเทม’ เปิดช่องทางสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์
ภราดร รับ พ.ร.ก.กู้เงินฯ โยกทำ ‘ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2’ ได้ ย้ำรอคลังเคาะ
Politics ภราดร รับ พ.ร.ก.กู้เงินฯ โยกทำ ‘ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2’ ได้ ย้ำรอคลังเคาะ
สภาพัฒน์ ยัน​ 1 เดือน​ชัดเกณฑ์คุม ‘ดาต้า​เซ็น​เตอร์’ หลังได้ข้อมูล 90% ที่สร้างแล้วรอปรับเงื่อนไข
Politics สภาพัฒน์ ยัน​ 1 เดือน​ชัดเกณฑ์คุม ‘ดาต้า​เซ็น​เตอร์’ หลังได้ข้อมูล 90% ที่สร้างแล้วรอปรับเงื่อนไข
ศุภจี แจงยิบเหตุปรับทัพบิ๊กพาณิชย์ รับศึกวิกฤตซ้อนวิกฤต-วางคนเหมาะสมกับงาน
Politics ศุภจี แจงยิบเหตุปรับทัพบิ๊กพาณิชย์ รับศึกวิกฤตซ้อนวิกฤต-วางคนเหมาะสมกับงาน
ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนฯ ปรับขึ้นค่าผ่านทาง เป็น 80-185 บาท เริ่ม 15 ธ.ค. 69
Economic ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนฯ ปรับขึ้นค่าผ่านทาง เป็น 80-185 บาท เริ่ม 15 ธ.ค. 69
ดูทั้งหมด

เงินบาทใกล้อ่อนสุดรอบ 5 ปี จ่อทะลุ 34 บาท-ปลายปี ‘พลิกแข็งค่า’

23 เม.ย. 2565 | 13:56น.
ธนบัตร แบงก์

การดำเนินนโยบายการเงินของเหล่าประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก ส่งผลอย่างมากต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) และกระทบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจแบบเปิด และเป็นประเทศขนาดเล็กรวมถึงประเทศไทย

ล่าสุด “ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ออกมาระบุว่า ค่าเงินบาทใกล้ถึงจุดอ่อนสุดในรอบ 5 ปีแล้ว

“กฤติกา บุญสร้าง” ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ 22 เม.ย.) เงินบาทอ่อนค่าไปแล้ว1.58% โดยธนาคารกสิกรไทยประเมินว่า ในครึ่งแรกปีนี้เงินบาทมีโอกาสทดสอบ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ แต่ไม่น่าจะหลุดระดับนี้

เนื่องจากคาดว่าทางการไม่น่าจะปล่อยให้อ่อนค่าไปมากกว่านี้ เพราะช่วงนี้มีสถานการณ์อัตราเงินเฟ้อสูง และราคาน้ำมันแพงด้วย ซึ่งประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันค่อนข้างมาก

อย่างไรก็ดี หากหลุดไป ก็อาจจะไปทดสอบที่ 34.20 บาทได้ เนื่องจากช่วงนี้จะมีปัจจัยเรื่องของฤดูกาลที่มีการจ่ายเงินปันผลของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ซึ่งหลายบริษัทก็มีผู้ถือหุ้นเป็นนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ต้องมีการส่งเงินกลับออกไป โดยคาดว่าจะมีเงินทุนไหลออกราว 75,454 ล้านบาท ในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.นี้ และแรงกดดันจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลในระยะนี้

นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอก สงครามรัสเซีย-ยูเครนผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น ในขณะที่การปิดเมืองของจีน ทำให้ค่าระวางเรือยังคงอยู่ในระดับสูง และวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สนับสนุนค่าเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าด้วย

“ค่าเงินบาทตอนนี้ จริง ๆ แล้ว ยังไม่ได้อ่อนค่าเท่ากับปีก่อนที่อ่อนค่าไปทดสอบ 33.90 บาทแล้วก็มีทะลุไป 34.00 บาทอยู่แวบนึงด้วย เพียงแต่พอปิดตลาดก็แข็งค่ากลับมาได้ ดังนั้นถ้าปีนี้จะหลุดไป 34 บาทก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ”

“กฤติกา” กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในปีนี้ ทางธนาคารกสิกรไทยยังคงประเมินว่า สิ้นปีค่าเงินบาทจะอยู่ที่ระดับ 32.00-32.50 บาท

ไตรมาส 2 ราคาน้ำมัน นโยบายเฟด ชี้ชะตาค่าบาท

ขณะที่ “รุ่ง สงวนเรือง” ผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ช่วงไตรมาส 2 นี้ เงินบาทมีโอกาสที่จะอ่อนค่ามากกว่า 34.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ จาก 2 ปัจจัย คือ ราคาน้ำมันที่ยังอยู่ระดับสูง ทำให้ไทยต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้น กับนโยบายของเฟด ที่ดูเหมือนว่าจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดได้เคยประเมินไว้เดิม

แต่ในช่วงครึ่งหลังของปีปัจจัยต่าง ๆ น่าจะเริ่มนิ่ง และเงินบาทน่าจะทยอยกลับมาแข็งค่าขึ้น

ทั้งนี้ หากเงินบาทอ่อนค่าหลุด 34 บาทไปก็จะเป็นการอ่อนค่ามากสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งปีที่แล้วก็ทดสอบไป 2-3 รอบ แต่ยังไม่ผ่าน แต่ปีนี้มีปัจจัยลบต่อค่าเงินบาทค่อนข้างมาก ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ของขาดตลาด สงครามรัสเซีย-ยูเครนทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น ซึ่งไทยเป็นประเทศผู้ซื้อน้ำมันสุทธิ จึงได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก

“สิ้นปีนี้ เรามองไว้ที่ 32.75 บาท คือมองว่ามีโอกาสที่เงินบาทจะกลับไปแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง คือ มีโอกาสที่จะกลับไปแข็งค่าหลุด 33.00 บาทจากปัจจัยการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว เพียงแต่ช่วงนี้ยังต้องรอ

ทั้งจีนปลดล็อกนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ส่วนคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กรุงศรีมองว่าคงดอกเบี้ย 0.50% ทั้งปี เพราะเท่าที่ดูแล้ว ท่าที กนง.ยังคงมองเงินเฟ้อเกิดจากด้านต้นทุน ไม่ได้เกิดจากเศรษฐกิจที่ดีมาก จึงน่าจะพยายามยื้อหรือตรึงไว้ก่อน”

ส่วนทิศทางฟันด์โฟลว์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มองว่า หลังจากนี้ต่างชาติน่าจะทยอยลดการซื้อหุ้นไทยลงแล้ว

เพราะไตรมาสแรกซื้อไปค่อนข้างมาก ตกเดือนละกว่า 3 หมื่นล้านบาทส่วนตลาดพันธบัตรก็น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับบอนด์ทั่วโลกที่มีการขายออก ดังนั้น ฟันด์โฟลว์ไหลออก

เศรษฐกิจโลกปีนี้เต็มไปด้วยความผันผวนจริง ๆ ซึ่งประเทศไทยเองก็หนีไม่พ้นเช่นกัน ทั้งตลาดเงินและตลาดทุนก็คงต้องรับมือกันให้ดี ๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท