เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้ผลิตไข่ไก่ ตรึงราคาหลังขึ้น 20 สตางค์ ย้ำของไม่ขาด-ห้างจัดโปรช่วยประชาชน
Economic ผู้ผลิตไข่ไก่ ตรึงราคาหลังขึ้น 20 สตางค์ ย้ำของไม่ขาด-ห้างจัดโปรช่วยประชาชน
“วัชระพล” สั่ง อ.ส.ค. เคลียร์หนี้ค่าน้ำนมดิบ เร่งทำไทม์ไลน์จ่ายเงิน-ตั้งทีมฟื้นองค์กร
Economic “วัชระพล” สั่ง อ.ส.ค. เคลียร์หนี้ค่าน้ำนมดิบ เร่งทำไทม์ไลน์จ่ายเงิน-ตั้งทีมฟื้นองค์กร
ชงแนวคิดสอบ ก.พ. ภาค​ ก. ผ่าน e-Exam​ คาดอีก 2-3 ปี ทำได้จริง
Politics ชงแนวคิดสอบ ก.พ. ภาค​ ก. ผ่าน e-Exam​ คาดอีก 2-3 ปี ทำได้จริง
กรมขนส่ง จับปรับรถบรรทุกจีนวิ่งนอกเส้นทาง โผล่ล้งทุเรียนชุมพร สารภาพขับตาม GPS
Economic กรมขนส่ง จับปรับรถบรรทุกจีนวิ่งนอกเส้นทาง โผล่ล้งทุเรียนชุมพร สารภาพขับตาม GPS
เอ็กซ์เผิง ชูแคมเปญ “THE PINK CODE’ นวัตกรรมผู้ช่วยสำหรับผู้หญิง
EV เอ็กซ์เผิง ชูแคมเปญ “THE PINK CODE’ นวัตกรรมผู้ช่วยสำหรับผู้หญิง
ข่าวดีชาวกุ้ง ! พาณิชย์ชี้ราคาฟื้น ลุยปั้น “กุ้งไทยพรีเมี่ยม” บุกตลาด
Economic ข่าวดีชาวกุ้ง ! พาณิชย์ชี้ราคาฟื้น ลุยปั้น “กุ้งไทยพรีเมี่ยม” บุกตลาด
กรอ.ลุยตั้งงบด่วนเร่งฟื้นฟูหาดใหญ่ภายใน 100 วัน สั่งรับมือนํ้าช่วงปลายปี
Economic กรอ.ลุยตั้งงบด่วนเร่งฟื้นฟูหาดใหญ่ภายใน 100 วัน สั่งรับมือนํ้าช่วงปลายปี
เอกนิติสั่ง ก.ล.ต.เร่งสอบกรณี ‘สุภาพร’ ถือหุ้น หวั่นกระทบความเชื่อมั่นลงทุน
Finance เอกนิติสั่ง ก.ล.ต.เร่งสอบกรณี ‘สุภาพร’ ถือหุ้น หวั่นกระทบความเชื่อมั่นลงทุน
รถจีนขายแซงหน้า ญี่ปุ่น ครั้งแรกในตลาดยุโรป
Automotive รถจีนขายแซงหน้า ญี่ปุ่น ครั้งแรกในตลาดยุโรป
ซาอุฯ เล็งขยายท่อส่งน้ำมันไปทะเลแดง เลี่ยงพึ่งพาฮอร์มุซ
World ซาอุฯ เล็งขยายท่อส่งน้ำมันไปทะเลแดง เลี่ยงพึ่งพาฮอร์มุซ
ดูทั้งหมด

บาทอ่อนหลังเงินทุนไหลออก ก่อนวันหยุดยาวในสัปดาห์หน้า

22 ธ.ค. 2560 | 18:13น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างวันที่ 18-22 ธันวาคม 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/12) ที่ 32.54/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/12) ที่ 32.50/52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15/12) พรรครีพับลิกัน ได้เปิดเผยรายละเอียดขั้นสุดท้ายของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีซึ่งมาจากการรวมเนื้อหาของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีที่ผ่านการอนุมัติของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้ โดยร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีดังกล่าวระบุว่า ให้คงจำนวนขั้นบันไดของการคำนวณภาษีไว้ที่ 7 ขั้น คือที่ระดับ 10% 12% 22% 24% 32% 35% และ 37% โดยลดอัตราภาษีขั้นสูงสุดสู่ระดับ 37% จากระดับ 39.6% ขณะเดียวกันจะปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 21% จากระดับ 35% โดยมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 1 ม.ค. ปีหน้า แทนที่จะชะลอออกไปอีก 1 ปีตามร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของวุฒิสภา นอกจากนี้ เนื้อหาของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับนี้ยังระบุว่า จะเพิ่มเงินลดหย่อนภาษีเพื่อสงเคราะห์บุตรเป็นสองเท่า สู่ระดับ 2,000 ดอลลาร์สำหรับบุตรที่มีอายุต่ำกำว่า 17 ปี และเพิ่มการหักลดหย่อนภาษีสำหรับเด็ก สู่ระดับ 1,400 ดอลลาร์จากระดับ 1,100 ดอลลาร์ โดยนายจอห์น คอร์นิน และนายเควิน แบรดี้ สองแกนนำของพรรครีพับลิกัน ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าสภาคองเกรสสหรัฐจะลงมติผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีในสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ก่อนช่วงสุดสัปดาห์นี้ หลังจากพรรครีพับลิกันได้เปิดเผยรายละเอียดขั้นสุดท้ายของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐ ทั้งนี้วุฒิสภาสหรัฐ มีมติผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีด้วยคะแนนเสียง 51 ต่อ 48 ในช่วงเช้ามืดของวันพุธ (20/12) ตามเวลาสหรัฐ และได้ส่งรางกฎหมายดังกล่าวกลับไปให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติต่อไป ภายหลังจากที่วุฒิสมาชิกสามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเนื้อหาในนาทีสุดท้าย โดยก่อนหน้านี้ ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีได้ถูกวุฒิสภาส่งกลับไปให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาลงมติอีกครั้ง เนื่องจากมีบทบัญญัติบางส่วนในร่างกฎหมายที่ขัดต่อกฎเกณฑ์ด้านงบประมาณของวุฒิสภา ในขณะที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้น ยังเป็นอีกหนึ่งแรงที่สนับสนุนค่าเงินดอลลาร์ โดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติของสหรัฐ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวดีขึ้น สู่ระดับ 74 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2542 ในรายงานระบุว่า ผู้สร้างบ้านมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น จากการใช้นโยบายใหม่ที่อำนวยความสะดวกแก่ธุรกิจสร้างบ้าน ดัชนีดังกล่าวยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงมุมมองโดยทั่วไปที่เป็นบวก อย่างไรก็ดีตัวเลขทบทวนผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาสที่ 3 ถูกปรับลดลงสู่ระดับ 3.2% เมื่อเทียบรายไตรมาสโดยได้รับผลจากการปรับตัวลดลงของการใช้จ่ายของผู้บริโภคซึ่งลดลงสู่ระดับ 2.2%

ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศนั้น ตลาดให้ความสนใจกับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 20 ธันวาคม 60 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี โดยนายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการ กนง.ระบุว่า ในการตัดสินนโยบาย คณะกรรมการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ชัดเจนขึ้น และขยายตัวได้สูงกว่าที่ประเมินไว้เดิม โดยได้รับแรงส่งจากภาคต่างประเทศ รวมทั้งอุปสงค์ในประเทศที่ทยอยปรับดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีทิศทางปรับสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามที่ประเมินไว้ ขณะที่ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ด้านเสถียรภาพระบบการเงินโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีความเสี่ยงในบางจุดที่อาจสะสมความเปราะบางในระบบการเงินในระยะต่อไป โดยนายจาตุรงค์ จันทรังษ์ กล่าวว่าคณะกรรมการเห็นว่า นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในระดับปัจจุบัน มีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ และเอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับเข้าสู่เป้าหมายได้ แม้อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ อีกทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในระหว่างการมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ โดยระบุว่า การส่งออกของไทยเดือนพฤศจิกายนขยายตัวได้ 13.36% ส่งผลให้การส่งออกในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ ขยายตัวได้แล้ว 10.1% พร้อมมั่นใจว่าทั้งปีนี้มูลค่าการส่งออกจะสามารถขยายตัวได้เกินกว่า 10% อย่างไรก็ดี ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.50-32.89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.72/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ เปิดตลาดที่ระดับ 1.1754/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/12) ที่ระดับ 1.1794/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15/12) สำนักงานสถิติแห่งชาติยูโร เปิดเผยตัวเลขดุลการค้าประจำเดือน ต.ค. ออกมาเกินดุล 1.9 หมื่นล้านยูโร น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะเกินดุล 2.44 หมื่นล้านยูโร ในขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (Insee) ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ สู่ระดับ 1.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 0.9% ก่อนหน้านี้ ขณะที่ได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจ และการลงทุนที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งอุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ผลการสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้นำในภาคธุรกิจของฝรั่งเศสพุ่งขึ้นแตะ 111 จุดในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 โดยตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1741-1.1902 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตัวที่ระดับ 1.1854/55 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนสัปดาห์นี้เปิดตลาดที่ระดับ 112.67/68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/12) ที่ระดับ 112.18/21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันและปีงบประมาณหน้า โดยคาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 1.9 และ ร้อยละ 1.8 ตามลำดับ อันเป็นผลมาจากอุปสงค์ในประเทศและยอดส่งออกที่เพิ่มที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 0.7 ในปีงบประมาณนี้ และร้อยละ 1.1 ในปีงบประมาณหน้า นอกจากนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 1 ให้คงนโยบายการเงินเชิงรุกต่อไป ในการประชุม (21/12) ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ โดย BOJ จะรอให้ภาวะเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงินของ BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% ขณะเดียวกัน BOJ จะยังคงเดินหน้าโครงการซื้อพันธบัตร โดยมีเป้าหมายที่จะรักษาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อระยะยาว ให้เคลื่อนไหวที่ระดับ 0% ในการประชุมครั้งนี้ BOJ ยังได้คงระดับการประเมินภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ่น โดยระบุว่า เศรษฐกิจขยายตัวปานกลางพร้อมกับปรับเพิ่มการประเมินการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชน โดยระบุว่าเพิ่มขึ้นปานกลาง แม้ยังมีความผันผวนอยู่บ้าง โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 112.31-113.64 เยน/ดอลลาร์สหรับ และปิดตลาดที่ระดับ 113.38/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท