หุ้นไทยชะลอการลงแต่ไม่ไปไหนไกล ปัจจัยลบเดิมกดดันอัพไซต์ตลาด
บล.ฟิลลิปประเมินตลาดหุ้นไทยเช้านี้ชะลอการลงแต่ไม่ไปไหนไกล ตามทิศทางตลาดต่างประเทศหลังในช่วง 3 วัน SET Index ปรับตัวลงไปราว 30 จุด ปัจจัยลบเดิมยังคงกดดันอัพไซต์ตลาด กลยุทธ์เก็งกำไรระยะสั้น “ซื้อที่แนวรับขายที่แนวต้าน”
วันที่ 28 เมษายน 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยว่า ดัชนี SET Index เช้านี้ชะลอการลงแต่ไม่ไปไหนไกล คาดว่าจะชะลอการลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศหลังในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา SET Index ปรับตัวลงไปราว 30 จุด (+/-)
อย่างไรก็ดี ปัจจัยลบเดิม ๆ ยังคงกดดัน Upside ของตลาด ได้แก่ 1.คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยและลดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) 2.จีนยังคงใช้นโยบายคุมเข้มโควิดเสี่ยง Lockdown เมืองเศรษฐกิจสำคัญในหลายพื้นที่ และ 3.สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อและพลังงานที่ล่าสุดรัสเซียระงับการส่งก๊าซธรรมชาติให้กับโปแลนด์-บัลแกเรีย
เนื่องจากไม่ชำระราคาเป็นเงินสกุลรูเบิล ดันราคาก๊าซธรรมชาติพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าต่อเนื่อง ล่าสุดดัชนี Dollar Index ทะลุ 103 จุด สูงที่สุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากความกังวลการเกิด Recession ในอนาคตและเศรษฐกิจเอเชียจะขยายตัวได้น้อยลงทำให้เงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow) ไหลออกกดดันให้เงินสกุลต่าง ๆ ในเอเชียอ่อนค่าลงในเชิงเปรียบเทียบ
ที่ล่าสุดเงินบาทไทยมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องใกล้แตะระดับ 34.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จึงคาดวันนี้ SET Index จะแกว่งตัวออกข้างไม่ไปไหนไกลในกรอบระหว่าง 1,655-1,670 จุด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ยังคงกลยุทธ์เก็งกำไรระยะสั้น “ซื้อที่แนวรับ ขายที่แนวต้าน” โดยยังชอบธีม 1.หุ้นท่องเที่ยวเปิดเมืองหลังโควิดในประเทศเป็นขาลง และ 1 พ.ค. 65 ยกเลิกตรวจ RT-PCR ได้แก่ AOT, CENTEL, MINT, CPALL 2.หุ้นรับเปิดเทอม ได้แก่ BEM 3.หุ้นรับเงินบาทอ่อนค่า ได้แก่ ASIAN, GFPT, EPG และ 4.หุ้นที่คาดผลประกอบการไตรมาส 1/65 ออกมาดี เติบโตทั้ง YOY และ QOQ ได้แก่ BDMS, LEO
ปัจจัยเด่นวันนี้ 1.การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่คาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปตามเดิมและผ่อนคลายนโยบายทางการเงินต่อไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่น จับตามุมมองทางเศรษฐกิจและการทำ Yield Curve Control ว่าจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกพลิกมาใช้นโยบายทางการเงินเข้มงวด
2.สหรัฐประกาศจีดีพีไตรมาส 1/65 คาดออกมาขยายตัวเพียง 1.1% QOQ รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการคว่ำบาตร รวมถึงการใช้นโยบายที่เข้มงวดของ Fed
3.ตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดเพิ่มขึ้นเพียง 180,000 คน น้อยลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า
4.อินโดนีเซียห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มทุกประเภทมีผลวันนี้ หลังเกิดปัญหาขาดแคลนหนักภายในประเทศ ดันราคาน้ำมันปาล์มพุ่งสูงขึ้น อาจมีผลต่อการเก็งกำไรหุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ VPO, LST, UVAN, UPOIC, TVO (ราคาถั่วเหลืองขยับขึ้นตาม)
และ 5.SCB จะถูกลดน้ำหนักการลงทุนในดัชนี FTSE All-World Index มีผลวันนี้ จากประเด็นฟรีโฟลตที่ลดลง จึงอาจมีผลต่อ Sentiment ลงทุน แต่ไม่มีผลต่อปัจจัยพื้นฐาน