เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน ลั่นไม่ล็อกสเปก ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มั่นใจรู้ทันเอกชน-พร้อมพิสูจน์
Politics อนุทิน ลั่นไม่ล็อกสเปก ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มั่นใจรู้ทันเอกชน-พร้อมพิสูจน์
มช. กางโรดแมปแผนฯ 14 ชู 6 กลยุทธ์มุ่งนวัตกรรมยั่งยืน
การศึกษา มช. กางโรดแมปแผนฯ 14 ชู 6 กลยุทธ์มุ่งนวัตกรรมยั่งยืน
ตะลึง! KKP ชี้กลุ่มคนรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน มีภาระหนี้สูงสุด
Finance ตะลึง! KKP ชี้กลุ่มคนรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน มีภาระหนี้สูงสุด
อนุทิน แจงลดภาษี B20-E20 ช่วยคนเดือดร้อนสุดก่อน เกษตรกรรับผลพลอยได้
Politics อนุทิน แจงลดภาษี B20-E20 ช่วยคนเดือดร้อนสุดก่อน เกษตรกรรับผลพลอยได้
‘Anthropic’ เตือนภัยค่าย AI ไม่ใช่แค่แฮกเกอร์ แต่คือ ‘ผู้สมัครงาน’ เจตนาแฝง
Tech ‘Anthropic’ เตือนภัยค่าย AI ไม่ใช่แค่แฮกเกอร์ แต่คือ ‘ผู้สมัครงาน’ เจตนาแฝง
กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย 1% แรงกดดัน ศก.ไทยโตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง แรงงานกำลังซื้อเปราะบาง
Finance กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย 1% แรงกดดัน ศก.ไทยโตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง แรงงานกำลังซื้อเปราะบาง
MEET Thai Plus 2026 Shenzhen เปิดโอกาสธุรกิจไทย–จีน มูลค่ากว่า 1,784 ล้าน ดันไทยศูนย์กลาง MICE เอเชีย
Biz Movement MEET Thai Plus 2026 Shenzhen เปิดโอกาสธุรกิจไทย–จีน มูลค่ากว่า 1,784 ล้าน ดันไทยศูนย์กลาง MICE เอเชีย
‘เอกนัฏ’ ทุบสูตรน้ำมัน 22 ปี ล้างต้นทุนทิพย์ลดภาระคนไทยหมื่นล้าน
Economic ‘เอกนัฏ’ ทุบสูตรน้ำมัน 22 ปี ล้างต้นทุนทิพย์ลดภาระคนไทยหมื่นล้าน
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาฯสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาฯสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
ดูทั้งหมด

กูรูวิเคราะห์เอฟเฟ็กต์เฟด ‘กอบศักดิ์’ ห่วงทุนไหลออก

07 พ.ค. 2565 | 08:46น.
เจอโรม พาวเวลล์

กูรูวิเคราะห์ทุนเคลื่อนย้าย เอฟเฟ็กต์เฟดขึ้นดอกเบี้ย “กอบศักดิ์” เตือนรับมือเงินไหลออก ขณะที่ กูรู 2 แบงก์ ประเมินฟันด์โฟลว์ไม่ไหลออกรุนแรง มองทั้งปีต่างชาติยังซื้อสุทธิทั้ง “หุ้น-บอนด์” ของไทย “นักเศรษฐศาสตร์ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด” จับตา กนง. รอบต่อไปเริ่มส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% มากที่สุดในรอบ 20 ปี และจะขึ้นดอกเบี้ยไปอีก 2-3 ครั้ง โดยสิ้นปีนี้จะไปอยู่ที่ระดับ 2.5% ซึ่งจะกดดันภาพเศรษฐกิจประเทศอื่นพอสมควร

โดยภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันค่อนข้างมากระหว่างไทยกับสหรัฐ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เพื่อรอให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวชัดเจนก่อน จึงเป็นปกติที่มีแรงจูงใจในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทน หรือดอกเบี้ยต่ำ ไปสู่ตลาดที่มีผลตอบแทนสูง

“เราเริ่มเห็นเงินทุนเคลื่อนย้ายในประเทศญี่ปุ่นแล้ว และคาดว่าจะเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้เช่นกัน โดยหลังจากเฟดถอนสภาพคล่อง เราจะเห็นภาพเงินไหลออกจากประเทศอื่นกลับไปตลาดสหรัฐ

เพราะการทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE เป็นไปนำสภาพคล่องไปสู่ตลาดอื่น ๆ ส่วนการทำ QT (ลดงบดุล) คือการดึงเงินกลับจากไปประเทศอื่น จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นเงินทุนไหลออกในภูมิภาคนี้

รวมถึงไทยด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะบริหารเศรษฐกิจดีแค่ไหน จึงจะไม่เป็นเป้าของเขา” ดร.กอบศักดิ์กล่าว

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) -กรุงไทย ชี้ทั้งปี เงินไม่ไหลออกแรง

ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ส่วนต่างกับดอกเบี้ยนโยบายระหว่างสหรัฐกับไทยที่เริ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินทุนไหลออก อย่างไรก็ดี ธนาคารยังคงมองสอดคล้องกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่ายังไม่ได้น่ากังวลมากนัก

โดยแนวโน้มทั้งปี 2565 จะยังคงเป็นเงินทุนไหลเข้า ตลาดหุ้นและพันธบัตร (บอนด์) ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แม้ว่าจะมีฟันด์โฟลว์ไหลออก เพื่อซื้อน้ำมันที่มีราคาแพงขึ้น แต่เป็นฟันด์โฟลว์เพื่อนำเข้าเท่านั้น

“ฟันด์โฟลว์ไหลออกอาจจะเป็นความกังวล แต่เชื่อว่าทั้งปีคงไม่ได้ไหลออกรุนแรง แต่เป็นไหลเข้าสุทธิ แม้ว่าจะมีส่วนต่างดอกเบี้ย ซึ่งเป็นแนวคิดว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบวันที่ 8 มิ.ย.นี้ จะเห็นการเปลี่ยนมุมมองของ ธปท.ที่จะเริ่มพูดขึ้นดอกเบี้ย เพราะเศรษฐกิจเริ่มดูดีขึ้น และเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง” ดร.ทิมกล่าว

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า แม้ว่าเฟดจะปรับดอกเบี้ยต่อเนื่องไปสู่ระดับกว่า 3% แต่เชื่อว่าไม่มีผลกระทบทำให้ฟันด์โฟลว์ไหลออกรุนแรง เนื่องจากเป็นไปตามตลาดคาดการณ์ ซึ่งการจะเกิดภาวะเงินทุนไหลออกรุนแรง จะต้องมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เข้ามา

เช่น ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ของตลาดเกิดใหม่ ซึ่งจะทำให้ตลาดกลับมาปิดความเสี่ยง (risk off) แต่ปัจจุบันไม่น่าจะเกิดภาพดังกล่าว เนื่องจากตลาดเกิดใหม่หรือเอเชียได้ลดภาระหนี้ต่างประเทศ และหันมากู้ในประเทศมากขึ้น รวมถึงหลายประเทศในเอเชียมีการขึ้นดอกเบี้ยไปก่อนหน้าสหรัฐพอสมควรแล้ว

ทั้งนี้ กรุงไทยประเมินฟันด์โฟลว์ทั้งปียังคงไหลเข้าสุทธิ แบ่งเป็นไหลเข้าตลาดหุ้นสุทธิราว 2 แสนล้านบาท และไหลเข้าตลาดบอนด์สุทธิ 1-1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่กลับไปสู่ช่วงก่อนโควิด-19 ที่มีแรงเทขายออกเกือบ 4 แสนล้านบาท

และหากพิจารณาตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ม.ค.-เม.ย.) จะเห็นว่ามีฟันด์ไฟลว์เข้าตลาดหุ้นแล้ว 1.2 แสนล้านบาท และไหลเข้าตลาดบอนด์ 9 หมื่นล้านบาท

“เรามองว่าความเสี่ยงเงินทุนไหลออกก็มี แต่ไม่มาก เพราะตลาดรับรู้เรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ย และบอนด์ยีลด์ก็ขึ้นไปรอแล้ว จึงมองว่าจะเห็นเงินทุนไหลออกรุนแรงคงไม่มี แต่ในทางกลับกันเราจะเห็นนักลงทุนกลับเข้ามาซื้อเพิ่มเติม

อย่างไรก็ดี ระหว่างทางอาจจะมีความไม่แน่นอน บอนด์ยีลด์ปรับขึ้นบ้าง และความเสี่ยงตลาดเกิดใหม่ และจีนมี hard landing อาจเห็นเงินไหลออกได้แต่ครึ่งปีหลังก็จะไหลกลับเข้ามาได้” นายพูนกล่าว