เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
HR TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
Uncategorized BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
ข้าวไทยเจอศึกหนัก อินเดีย-ปากีสถานกดตลาด อิรักหด พาณิชย์เร่งหาคำสั่งซื้อใหม่
Economic ข้าวไทยเจอศึกหนัก อินเดีย-ปากีสถานกดตลาด อิรักหด พาณิชย์เร่งหาคำสั่งซื้อใหม่
ครม.เคาะ 5 มาตรการ ‘พยุงราคาข้าว’ กรอบ 5.89 หมื่นล้าน ดันสินค้าคุณภาพสูง
Politics ครม.เคาะ 5 มาตรการ ‘พยุงราคาข้าว’ กรอบ 5.89 หมื่นล้าน ดันสินค้าคุณภาพสูง
‘ศุภจี’ ไม่กังวลปรับ ครม. ชี้อำนาจอยู่ที่ ‘อนุทิน’ ยันทำงานทุกวัน
Politics ‘ศุภจี’ ไม่กังวลปรับ ครม. ชี้อำนาจอยู่ที่ ‘อนุทิน’ ยันทำงานทุกวัน
ครม.เคาะ 4 มาตรการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 120 ล้าน
Politics ครม.เคาะ 4 มาตรการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 120 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณขายออก 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณขายออก 66,700 บาท
รัฐบาลคาดปีนี้ ออกกฎหมายลูก ‘ตั๋วร่วม’ ครบ 20 ฉบับ
Politics รัฐบาลคาดปีนี้ ออกกฎหมายลูก ‘ตั๋วร่วม’ ครบ 20 ฉบับ
กขค.จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้
Economic กขค.จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้
ครม.ไฟเขียว ‘กฟภ.’ กู้ 10,406 ล้าน ลุยลงทุน 11 แผนงานระยะยาวใหม่
Politics ครม.ไฟเขียว ‘กฟภ.’ กู้ 10,406 ล้าน ลุยลงทุน 11 แผนงานระยะยาวใหม่
ดูทั้งหมด

พลังประชารัฐ จัดทัพใหญ่ แก้เกมล้มประยุทธ์-ปักธงชนะเลือกตั้ง

29 พ.ค. 2565 | 14:24น.

ควันหลงจากการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภา กทม. (ส.ก.) ซึ่งพรรคพลังประชารัฐ ได้เก้าอี้ ส.ก.มาเพียง 2 ที่นั่ง กลายเป็นการบ้านข้อใหญ่ให้พี่-น้อง 3 ป.ได้ขบคิด

โดยเฉพาะพี่ใหญ่-บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องคิดหนัก ถึงแม้ว่าจะไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แต่เสียง call out กว่า 1.3 ล้านเสียง ที่เลือก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เป็นพ่อเมืองเสาชิงช้า สะเทือนมาถึงทำเนียบรัฐบาล

“แกนนำพรรคพลังประชารัฐรายหนึ่ง” ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ไม่ใกล้-ไม่ไกล คูหาเลือกตั้ง ส.ก. วิเคราะห์ว่า แม้ พล.อ.ประวิตรจะ “เพลย์เซฟ” ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

แต่ผลการเลือกตั้ง ส.ก.ในนาม “กลุ่มพลังกรุงเทพฯ” ที่พรรคพลังประชารัฐ “แพ้หลุดลุ่ย” ได้มาเพียง 2 ที่นั่ง เป็น “คำตอบ” ของคน กทม. ที่กา “กระดาษข้อสอบ” มาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

แกนนำพลังประชารัฐรายเดิมวิเคราะห์ต่อไปว่า สาเหตุสำคัญมาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง และโควิด-19 ที่ทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ “เสียศูนย์” คนกรุงเทพฯจึงต้องการเปลี่ยนหน้าใหม่-ต้องการของใหม่

จุดตายพลังประชารัฐบนสังเวียนเลือก ส.ก.รอบนี้ คือ new vote-first time vote ที่ออกมาเข้าคูหาเลือกตั้งถล่มทลาย กลับกัน โหวตเตอร์ Gen B-baby boomer และ “กองหนุนลุงตู่” ไม่ออกมาเป็นแรงต้านกระแสคนรุ่นใหม่

เมื่อกระแสชัชชาติฟีเวอร์-เพื่อไทยแลนด์สไลด์มา ปะทะกับกระแส “เบื่อของเก่า” ของ “คนรุ่นใหม่” ทำให้คะแนนของ “ชัชชาติ” ทิ้งห่าง-เสียง ส.ก.ของพรรครัฐบาลเข้าสภา กทม.น้อยกว่าครึ่ง-ต่ำกว่าโพลพรรคที่ทำไว้

เมื่อแคมเปญ “เลือกความสงบจบที่ลุงตู่” ใช้ไม่ได้กับ “คนเมือง” อีกต่อไป เพราะวันนี้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง เป็นปัญหาสำคัญอันดับ 1 หวยจึงไปออกที่พรรคเพื่อไทย-ก้าวไกล

การบ้านของพลังประชารัฐที่ต้องรับผิด-รับชอบ กทม. คือ การบิลด์คนกรุงเทพฯใหม่-คิดแคมเปญใหญ่ เพื่อตอบโจทย์คน กทม. ที่สำคัญ คือ การเปลี่ยน “วิธีการใหม่” เพราะวิธีการเดิมใช้ในการเลือกตั้ง ส.ส.กทม.ไม่ได้อีกต่อไป

สถานการณ์ทางการเมืองในพื้นที่ กทม.ในขณะนี้ จึงกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง-พื้นที่จุดล่อแหลม และแหลมทางการเมืองมากสุดของพรรคพลังประชารัฐ

ฟีดแบ็กจากความพ่ายแพ้เลือกตั้ง ส.ก. ถอดรหัสชัยชนะของขั้วเพื่อไทย “เจ้าของบ้านป่ารอยต่อ” จึงต้องระดมสมองแกนนำพลังประชารัฐรุ่นใหญ่ เพื่อกระชับการทำงานให้เข้มข้น-เข้มแข็งมากขึ้น และเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า

แผนฉุกเฉิน-เร่งด่วน คือ การเปิดเกมรุกพื้นที่โซเชียลเน็ตเวิร์กให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น-อุดรอยรั่วและจุดอ่อนของพรรคพลังประชารัฐ โดยให้ “เสี่ยโอ๋” ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเป็นผู้รับผิดชอบ

ขณะที่แผนหลัก-ระยะกลาง-ยาว คือ การจัดทำนโยบาย โดยให้ “อาจารย์แหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคเป็นผู้รวบรวม-คัดนโยบายเฉพาะที่เป็น “หัวกะทิ”

“ชาติชาย พยุหนาวีชัย” อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็น think tank

นอกจากนี้จะแบ่งงานให้รัฐมนตรี-ส.ส.รับผิดชอบแต่ละโซน-แต่ละภาคให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ผ่านมาภาพการลงพื้นที่ฐานเสียง-คลุกวงหัวเมืองยังต่อจิ๊กซอว์ไม่ชัด

โดย พล.อ.ประวิตร จะมาเป็นแกนคุม กทม. มี “เสี่ยโต” อภิชัย เตชะอุบล นายทุนหมื่นล้าน “ไพบูลย์ นิติตะวัน” รองหัวหน้าพรรค-กระบี่กฎหมาย “พรชัย ตระกูลวรานนท์” รองเลขาธิการพรรค และ “อาจารย์แหม่ม” เป็นทัพหลวง

รวมถึงในอนาคต “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะพ้นจากคุณสมบัติต้องห้าม-เคยเป็น ส.ว. ซึ่งจะครบ 2 ปี ในวันที่ 31 ตุลาคม 2565 จะมาร่วมทัพการเลือกตั้งครั้งหน้า

รวมถึงภาคใต้ “พล.อ.ประวิตร” จะมาคุมเกมด้วยตัวเองเช่นเดียวกัน โดยมี “สมศักดิ์ เทพสุทิน” แกนนำสามมิตร มาเป็นผู้ช่วยเดินการเมืองนำการทหาร

ขณะที่ภาคกลางให้ “กลุ่มสี่รัฐมนตรี” รักษาฐานที่มั่นเดิม-ตีป้อมค่ายหาน่านน้ำใหม่ ได้แก่ “เสี่ยโอ๋” ชัยวุฒิ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน-ผู้อำนวยการพรรค “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย แกนนำสามมิตร และ “ครูเหน่ง” ตรีนุช เทียนทอง

สำหรับ “พื้นที่สีแดง” ฐานที่มั่นครอบครัวเพื่อไทย อีสานตอนบนเป็น “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” แกนนำสามมิตร อีสานตอนกลาง-ตอนล่าง ส่ง “แม่ทัพอี๊ด” พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 จับมือกับ “บ้านใหญ่รัตนเศรษฐ” ผนึก “เครือข่ายบิ๊กแป๊ะ”

ขณะที่ภาคเหนือ มอบหมายให้ “สันติ พร้อมพัฒน์” เลขาธิการพรรค เข้าประจำการ ทะลวงฐานเสียงทักษิณ-สกัดแผนการแลนด์สไลด์ไม่ให้ประสบความสำเร็จ

“หลังจากนี้พรรคจะมีแคมเปญออกมา รัฐมนตรีแต่ละคนงานเต็มมือแล้ว ทุกคนมีบทแจกหมด” แกนนำพรรคพลังประชารัฐรายหนึ่งระบุ

ขณะที่เอฟเฟ็กต์จากเกมเร็ว-แรง ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทยที่ส่งซิกข้ามขอบฟ้า-ไฟเขียว บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ “ตัวทำเกม” นำ 15 กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ลาออก

เป้าหมายเพื่อปลด “บิ๊กน้อย” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค จนต้องกลับไป “จำศีลทางการเมือง” ทำให้ พล.อ.ประวิตรขาด “มือประสาน” ระหว่างพรรคเศรษฐกิจไทยกับพรรคพลังประชารัฐทันที

แน่นอนว่า การเปิดหน้าของ ร.อ.ธรรมนัส-กุมบังเหียนหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทยด้วยตัวเอง เป็นการ “ตัดขาด” จากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์โดยเด็ดขาด

เมื่อแผนที่วางไว้ถูกเปลี่ยนแผน แกนนำพลังประชารัฐจึงต้อง “แบ่งงานกันทำ” เพื่อกู้วิกฤต พล.อ.ประยุทธ์-กู้ระเบิดในสภา ที่ถูกตั้งเวลาไว้ถึง 3 ลูก ไม่ให้ทำงาน-ล้มรัฐบาลก่อนครบวาระในปี’66

ระเบิดเวลาลูกแรก การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วาระแรก ระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2565

ระเบิดเวลาลูกที่สอง การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ. … และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ. …

ระเบิดเวลาลูกที่สาม การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151

“นิโรธ สุนทรเลขา” ประธานวิปรัฐบาล มั่นใจว่า เสียงพรรครัฐบาลยังมั่นคง การโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจะผ่านฉลุย ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่กังวล เพราะตลอดเวลา 3 ปีของรัฐบาล ไม่มีเรื่องทุจริต

“ตอนนี้เสียงรัฐบาล ต้องอุบตัวเลขไว้ก่อน ไม่ให้สะวิง เสียงไม่ปริ่มน้ำ ส่วนที่ฝ่ายค้านอ้างตัวเลข 16+2 ก็ว่ากันไป ชื่อมีหมด รัฐบาลรู้หมด ถึงเวลาโหวตก็โหวตให้รัฐบาล” นิโรธทิ้งท้าย

โค้งสุดท้ายก่อนรัฐบาลครบวาระ พลังประชารัฐจึงปรับแท็กติกชนะเกมล้มรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งในสังเวียนสภา-คูหาเลือกตั้ง