เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจ เม.ย. ปรับดีขึ้น จับตา “การฟื้นตัวท่องเที่ยว-ค่าครองชีพ”

31 พ.ค. 2565 | 17:39น.
นักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยว

ธปท.เผยเศรษฐกิจเดือนเมษายน 65 ปรับตัวดีขึ้น หลังเปิดประเทศ-โอมิครอนคลี่คลาย หนุนภาคการท่องเที่ยวฟื้น จำนวนนักท่องเที่ยวแห่เข้า 3 แสนคน ดันการบริโภคเอกชน-การลงทุน-ภาคบริการขยายตัวดีขึ้น ลั่น จับตาค่าครองชีพ-เงินเฟ้อ-ภาคท่องเที่ยว ชี้ ประชุม กนง.จ่อปรับตัวเลข-ความเสี่ยง

วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเดือนเมษายน 2565 ปรับตัวดีขึ้นเกือบทุกองค์ประกอบ กิจกรรมทางเศรษฐกิจดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า

ซึ่งหลัก ๆ มาจากภาคการท่องเที่ยวที่กลับมา โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการผ่อนคลายการเดินทาง ทำให้ภาคการบริการปรับดีขึ้น และส่งผลดีต่อการบริโภคเอกชน สะท้อนไปยังการลงทุนเอกชนดีขึ้นเช่นกัน

“เศรษฐกิจเดือนเมษายนปรับดีขึ้น และหากมองไปข้างหน้าในเดือนพฤษภาคมผ่านดัชนีชี้วัดเร็ว หรือ Google mobility จะเห็นว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจยังไปได้ แต่ไม่หวือหวา เพราะยังคงมีประเด็นเรื่องค่าครองชีพที่ต้องติดตาม รวมถึงการติดตามประเด็นการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยว เพื่อให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งหน้าวันที่ 8 มิ.ย.นี้ จะมีการประเมินตัวเลขและความเสี่ยงอีกครั้งตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป”

ทั้งนี้ หากดูไส้ในการบริภาคเอกชนปรับดีขึ้นมีอัตราการขยายตัว 3% จากเดือนก่อนหน้า เป็นผลมาจากการระบาดของโอมิครอนลดลง ทำให้การใช้จ่ายภาคบริการดีขึ้นสอดคล้องกับอัตราการเข้าพักที่ดีขึ้น ซึ่งมาช่วยให้การบริโภคหมวดสินค้าไม่คงทนปรับดีขึ้น ขณะที่สินค้าคงทนปรับลดลงจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน (Supply Disruption)

ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับเพิ่มขึ้นเกือบทุกสัญชาติ โดยในเดือนเมษายนมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 3 แสนคน รวมทั้งปีอยู่ที่ 7.9 แสนคน จากเป้าหมายทั้งปีอยู่ที่ 5.6 ล้านคน โดยเห็นนักท่องเที่ยวสัญชาติอินเดียเข้ามามากขึ้นภายหลังจากมีการเปิดสายการบินระหว่างกัน ทำให้ภาคบริการดีขึ้น และส่งผลดีมายังตลาดแรงงาน จะเห็นว่าอัตราการว่างงานลดลง

โดยดูจากตัวเลขประกันสังคม (ม.33) มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ภาพรวมตลาดแรงงานแม้จะปรับดีขึ้น แต่ยังคงมีความเปราะบางและตัวเลขไม่กลับไปเทียบเท่าระดับก่อนโควิด-19 จึงยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ส่วนการลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้น โดยมีอัตราการเติบโต 0.9% จากเดือนก่อนตามการลงทุนหมวดก่อสร้าง ซึ่งจากการปรับดังกล่าวสอดคล้องกับการเปิดประเทศ ทำให้คนกลับมาทำธุรกิจมากขึ้น อย่างไรก็ดี การลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ และรถบรรทุกปรับลดลงจากการส่งออกที่ลดลง

โดยภาคการส่งออก (ไม่รวมทองคำ) ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.2% และหากเทียบเดือน เม.ย.ปี 2564 จะขยายตัวอยู่ที่ 5.5% ซึ่งหมวดสินค้าปิโตรเคมี และโลหะที่ส่งออกไปยังตลาดอาเซียนขยายตัวได้ค่อนข้างดี และเกษตรแปรรูปและผลไม้ตลาดจีน ส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับลดลง เนื่องจากการขาดแคลนชิ้นส่วนรวมถึงปัญหาการล็อกดาวน์ในจีน

อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายภาครัฐไม่รวมเงินโอนหดตัว โดยรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลลดลงเล็กน้อยจากฐานที่สูงในปีก่อน ซึ่งมาจากการเบิกจ่ายในด้านการศึกษา และโทรคมนาคม ส่วนรายจ่ายการลงทุนของรัฐวิสาหกิจปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ 15.2% ทั้งนี้ จะเห็นว่าการใช้จ่ายภาครัฐในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 จะค่อนข้างมีบทบาท แต่ภายหลังจากเศรษฐกิจฟื้นตัว ทำให้การใช้จ่ายลดลง

สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาขาดดุลในเดือนนี้อยู่ที่ 3.4 พันล้านดอลลาร์ เป็นผลมาจากดุลการค้าน้อยลงตามการส่งออกทองคำที่ลดลงเป็นสำคัญ และดุลบริการ รายได้ และเงินโอนขาดดุลมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการส่งกลับของเงินปันผล อย่างไรก็ดี หากดูข้อมูลพบว่าการขาดดุลมากที่สุดในเดือน พ.ค. 2556 หลังจากเดือนเมษายน 2556 ขาดดุลอยู่ที่ 4.1 พันล้านดอลลาร์

ส่วนค่าเงินบาทในเดือนเมษายนเฉลี่ยอ่อนค่า หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดและเร็วกว่าคาด และมาตรการผ่อนคลายการเปิดประเทศ ทำให้เงินบาทไม่ได้อ่อนค่ามากนัก อย่างไรก็ดี หากดูการเคลื่อนไหวในเดือนพฤษภาคมเงินบาทยังคงอ่อนค่าลงต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นทิศทางสอดคล้องกับภูมิภาค ท่ามกลางตลาดการเงินผันผวน ส่วนหนึ่งมาจากนักลงทุนกังวลธนาคารกลางดำเนินนโยบายการเงินเข้มข้น ดังนั้น ค่าเงินบาทยังคงผันผวน เพราะมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่เกิดขึ้น จึงอยากให้ผู้ประกอบการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้

และอัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนอยู่ที่ 4.65% จากมีนาคมอยู่ที่ 5.73% มาจากผลฐานที่ต่ำหมดลง รวมถึงราคาขายปลีกน้ำมันลดลงตามราคาตลาดโลก ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัว

“เศรษฐกิจเดือนเมษายนปรับดีขึ้นทุกองค์ประกอบ มีแต่การใช้จ่ายภาครัฐที่ปรับลดลง อย่างไรก็ดี แม้ว่าตลาดแรงงานปรับดีขึ้น แต่ยังคงเปราะบาง จึงต้องติดตามใกล้ชิด รวมถึงการติดตามการปรับขึ้นของราคาอาหารและค่าครองชีพ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่องเที่ยว เศรษฐกิจ