บสย.ค้ำประกันสินเชื่อครึ่งปีพุ่ง 9.2 หมื่นล้าน คาดปีนี้ทะลุ 1.7 แสนล้านบาท
บสย.ค้ำประกันสินเชื่อครึ่งปีแรกพุ่ง 9.2 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่มาจาก PGS9 50% ต่อมาเป็นสินเชื่อ พ.ร.ก.ฟื้นฟู 39% มุ่งทำงานเชิงรุก ดันทั้งปีค้ำประกันทะลุ 1.7 แสนล้านบาท
วันที่ 12 กรกฎาคม 2565 นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยผลดำเนินงานค้ำประกันสินเชื่อ บสย. รอบ 6 เดือน (1 ม.ค.-30 มิ.ย. 2565) อนุมัติวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ รวม 92,879 ล้านบาท โดยยอดค้ำประกัน 50% มาจากโครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs สร้างชาติ (PGS 9) วงเงิน 46,314 ล้านบาท
ส่วนอันดับ 2 โครงการค้ำประกันสินเชื่อ พ.ร.ก.ฟื้นฟู สัดส่วน 39% วงเงิน 36,425 ล้านบาท และอันดับ 3 โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. Micro ต้องชนะ (Micro 4) สัดส่วน 5% วงเงิน 4,473 ล้านบาท และ โครงการอื่น ๆ สัดส่วน 6% วงเงิน 5,667 ล้านบาท
“ทิศทางการดำเนินงาน บสย. ตลอดครึ่งปีหลัง บสย. มุ่งเน้นการทำงานแบบเชิงรุก ภายใต้แนวคิด “TCG Fast & First รวดเร็ว รอบคอบ ที่หนึ่งในใจ SMEs” ช่วยผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่ม เข้าถึงสินเชื่อ เพื่อผลักดันยอดค้ำประกันสินเชื่อสู่เป้าหมาย 174,348 ล้านบาท”
โดยกลุ่มธุรกิจยอดค้ำประกันสูงสุด คือ 1.ธุรกิจบริการ 28% 2.กลุ่มเกษตรกรรม 12% 3.ธุรกิจการผลิตสินค้าและการค้า 11% สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (Economic Benefit Multiplier) ช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งทุน 68,731 ราย สร้างสินเชื่อในระบบ 102,544 ล้านบาท รักษาการจ้างงานรวม 620,164 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 383,592 ล้านบาท (Economic Benefit Multiplier เท่ากับ 4.13 เท่า)
นอกจากนี้ บสย.เห็นแนวโน้มผลการค้ำประกันสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจเกษตรกรรมมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 2% จาก 10% ในปี 2564 เป็น 12% ในปี 2565 คิดเป็นวงเงินค้ำ 11,001 ล้านบาท โดยภาคใต้ ครองแชมป์ยอดค้ำสูงสุด สัดส่วน 25% วงเงิน 2,774 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ผัก ผลไม้ 2.ข้าวพืชไร่ 3.ค้าสัตว์น้ำ และอื่น ๆ ผ่าน สถาบันการเงินของรัฐ หรือ SFIs/ธนาคารพาณิชย์ สัดส่วน 30:70
อันดับ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สัดส่วน 19% วงเงิน 2,028 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ข้าวพืชไร่ 2.ยางพารา 3.ชากาแฟ และอื่น ๆ ผ่าน SFIs / ธนาคารพาณิชย์ สัดส่วน 36:64 อันดับ 3 ภาคเหนือ สัดส่วน 18 % วงเงิน 1,943 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ข้าวพืชไร่ 2.ปศุสัตว์ 3.ผักผลไม้ และ อื่น ๆ ผ่าน SFIs / ธนาคารพาณิชย์ สัดส่วน 38:62 อันดับ 4 กรุงเทพและปริมณฑล สัดส่วน 15 % วงเงิน 1,639 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ผักผลไม้ 2.ข้าวพืชไร่ 3.ค้าสัตว์น้ำ และ อื่น ๆ ผ่าน SFIs / ธนาคารพาณิชย์ สัดส่วน 31:69
อันดับ 5 ภาคกลาง สัดส่วน 12% วงเงิน 1,365 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ปศุสัตว์ 2.ข้าวพืชไร่ 3.ผักผลไม้ และ อื่น ๆ ผ่าน SFIs / ธนาคารพาณิชย์ สัดส่วน 48:52 อันดับ 6 ภาคตะวันออก สัดส่วน 11% วงเงิน 1,251 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ผักผลไม้ 2.ปศุสัตว์ 3. ข้าวพืชไร่ และ อื่นๆ ผ่าน SFIs/ธนาคารพาณิชย์ สัดส่วน 19:81
“ในรอบ 6 เดือน โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs สร้างชาติ (PGS 9) วงเงิน 150,000 ล้านบาท เป็นโครงการตามมาตรการรัฐ โดยสนับสนุนจ่ายชดเชยค่าธรรมเนียมค้ำประกันแทนผู้ประกอบการ SMEs ด้วยเงื่อนไขการค้ำประกันดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสูงสุด 3 ปี ระยะเวลาการค้ำ 10 ปี และได้รับความนิยมจากสถาบันการเงิน โดยสิ้นสุดโครงการ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565”
ด้านผลดำเนินงาน การให้คำปรึกษาทางการเงิน โดยศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถทางธุรกิจของ SMEs โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยทีมผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563-30 มิถุนายน 2565 ให้บริการรวม 9,458 ราย มีผู้เข้ารับการอบรม 6,120 ราย มีผู้ลงทะเบียนขอรับคำปรึกษา 3,338 ราย และให้คำปรึกษาแล้ว จำนวน 1,940 ราย ขอรับคำปรึกษามากที่สุด ได้แก่ 1.สินเชื่อ 2.ปรับโครงสร้างหนี้ 3.การพัฒนาธุรกิจ โดยมีความต้องการสินเชื่อ 11,242 ล้านบาท
ทั้งนี้ ยังร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้คำปรึกษาผู้ประกอบการที่มีปัญหาหนี้ ผ่านโครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน ณ 30 มิถุนายน 2565 มีผู้ลงทะเบียนผ่าน ธปท. 3,748 ราย ซึ่งได้ส่งต่อให้ บสย. ให้คำปรึกษา จำนวน 645 ราย ส่วนใหญ่เป็นการปรับโครงสร้างหนี้ธุรกิจมากถึง 80%