เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธอส. ปล่อยกู้โซลาร์รูฟท็อป 1-1.5 แสนต่อราย ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ใช้หลักประกัน
Finance ธอส. ปล่อยกู้โซลาร์รูฟท็อป 1-1.5 แสนต่อราย ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ใช้หลักประกัน
ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.33 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.33 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
“บัฟเฟตต์” สละเก้าอี้ประธาน ส่งไม้ต่อลูกชาย พร้อมจดหมายย้ำเชื่อมั่น CEO ใหม่
Business “บัฟเฟตต์” สละเก้าอี้ประธาน ส่งไม้ต่อลูกชาย พร้อมจดหมายย้ำเชื่อมั่น CEO ใหม่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ก.ย. 69) ปรับลง 0.08% อยู่ที่ 81,314 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ก.ย. 69) ปรับลง 0.08% อยู่ที่ 81,314 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 20-26 กันยายน 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 20-26 กันยายน 2569
นฤพนธ์ ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี เดชรัตน์ ปชน. แถลงรับความพ่ายแพ้
Politics นฤพนธ์ ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี เดชรัตน์ ปชน. แถลงรับความพ่ายแพ้
อัปเดต MRT สายสีน้ำเงินขัดข้อง เร่งซ่อมระบบจ่ายไฟ-อาณัติสัญญาณ คาดเปิดเต็มรูปแบบเช้าพรุ่งนี้
Real Estate อัปเดต MRT สายสีน้ำเงินขัดข้อง เร่งซ่อมระบบจ่ายไฟ-อาณัติสัญญาณ คาดเปิดเต็มรูปแบบเช้าพรุ่งนี้
นับถอยหลังพืชสวนโลกอุดรฯ ยกระดับเมืองศูนย์กลางท่องเที่ยวอีสาน
Economic นับถอยหลังพืชสวนโลกอุดรฯ ยกระดับเมืองศูนย์กลางท่องเที่ยวอีสาน
MGI 2026 รายงานตัวเข้ากองคึกคัก “บอสณวัฒน์” เตรียมพาสัมผัสวิถีไทย   
Biz Movement MGI 2026 รายงานตัวเข้ากองคึกคัก “บอสณวัฒน์” เตรียมพาสัมผัสวิถีไทย   
ดูทั้งหมด

ส่วนผสมใหม่ “เมเจอร์” ดึงคนดูติดจอ…เปิดโรงไม่หยุด-

10 ม.ค. 2561 | 07:00น.

สัมภาษณ์

ความเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจ ซึ่งมี digital disruption เป็นตัวเร่งสำคัญ ส่งผลให้ “รูปแบบ-แลนด์สเคป” โลกธุรกิจเปลี่ยนไป เกิดคู่แข่งหน้าใหม่ที่คาดไม่ถึงแบบไม่ทันตั้งตัว ยิ่งไปกว่านั้น ธุรกิจทั่วโลกกำลังก้าวสู่บริบทใหม่ ๆ อาทิ การเข้ามามีบทบาทของ big data, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เศรษฐกิจเชิงแบ่งปัน (sharing economy) ฯลฯ

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “วิชา พูลวรลักษณ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์ และธุรกิจต่อเนื่องอื่น ๆ ภายใต้แบรนด์ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” ถึงภาพรวมธุรกิจ การปรับตัว ทิศทางธุรกิจในอนาคต ตลอดจนการรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจนี้

น่าสังเกตว่าในขณะที่หลาย ๆ ธุรกิจถูกเปลี่ยน “ภูมิทัศน์” ไปโดยสิ้นเชิง หลายธุรกิจออกอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ ขณะที่ธุรกิจโรงภาพยนตร์ถูกตั้งคำถามเช่นกัน กลับกลายเป็นว่า “จำนวนคนดูหนัง” ของเมเจอร์ฯยังเติบโตต่อเนื่องทุกปี

เช่นเดียวกับแผนการลงทุนของเครือเมเจอร์ที่ยังไปข้างหน้า ทั้งการเปิดตลาดใหม่ ๆ รูปแบบการลงทุนใหม่ ๆ และการใช้แผนการตลาดที่ “สร้างการซื้อซ้ำ” ในกลุ่มลูกค้าขาประจำที่มีอยู่เดิม

Q : ตอนนี้หลายธุรกิจกำลังถูกดิสรัปชั่นจากเทคโนโลยี กระแสนี้ส่งผลสู่ธุรกิจโรงภาพยนตร์หรือยัง

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนกลายเป็นช่องทางหลักของการสื่อสาร ซึ่งการเติบโตของสมาร์ทโฟนทำให้เกิดธุรกิจใหม่ ๆ ทั้งดูหนังออนไลน์แบบฟรี หรือเสียเงิน แต่หากจะตอบคำถามว่าโรงหนังจะตายหรือไม่จากการเติบโตของเทคโนโลยี ก็ต้องย้อนกลับไปดูที่จีน ซึ่งเป็นประเทศที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซโตเร็วมาก ด้วยจุดเด่นที่สินค้ามีราคาถูก สะดวกสบายกว่า ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจต้องหายไป ในทางกลับกัน ธุรกิจโรงหนังในจีนก็ยังโตขึ้นทุก ๆ ปี ปัจจุบันมีถึง 51,000 โรงทั่วประเทศ

นั่นแสดงว่าแม้เทคโนโลยีจะโตขึ้น แต่ธุรกิจบันเทิงอย่างโรงหนังก็ยังโต เพียงแต่ว่าการโตของโรงหนัง ต้องโตไปพร้อม ๆ กับการปรับตัว สำหรับในไทย เมเจอร์ฯถือว่าได้รับผลกระทบน้อยมาก เพราะบริษัทปรับตัวมาต่อเนื่อง

Q : การเติบโตของเทคโนโลยีทำให้เกิดธุรกิจใหม่ ๆ โดยเฉพาะช่องทางดูหนังออนไลน์อย่าง เน็ตฟลิกซ์ ไอฟลิกซ์ กระทบต่อธุรกิจโรงหนังหรือไม่

หัวใจของโรงหนัง คือ ภาพยนตร์ ซึ่งผู้สร้างหนังฮอลลีวูดก็สร้างหนังที่เป็นเอกลักษณ์ ประกอบกับหนังซึ่งหลังจากออกโรงและกระจายไปสู่ช่องทางต่าง ๆ ถูกกำหนดด้วยระยะเวลา ถึงจะถูกเผยแพร่สู่ช่องทางอื่น ๆ แต่หนังคือ ของสด คือ ประสบการณ์ที่ผู้ชมต้องดูทันที ซึ่งถ้าเป็นหนังที่ผู้ชมอยากดูก็คงจะไม่รอ ขณะที่เน็ตฟลิกซ์ ไอฟลิกซ์ไม่ได้มีแค่หนัง แต่มีซีรีส์ สารคดี ซึ่งกลายเป็นคอนเทนต์หลักที่สมาชิกของผู้ประกอบการเหล่านี้ให้ความสนใจมากกว่าหนัง ทำให้ธุรกิจหนังและโรงหนังยังโต สะท้อนจากสตูดิโอยักษ์ใหญ่อย่าง ดิสนีย์ ที่ทุ่มงบฯซื้อลูคัสฟิล์ม และล่าสุดได้ซื้อฟ็อกซ์ เพื่อต่อยอดธุรกิจภาพยนตร์ ด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 5.24 หมื่นล้านเหรียญ แสดงให้เห็นว่า ถ้าคนไม่ดูหนัง หรือดูหนังผ่านโรงลดลงธุรกิจนี้ก็คงไม่โต

สำหรับบริษัทก็พยายามสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ชม อาทิ ไอแมกซ์ ซึ่งเมเจอร์ฯมีไอแมกซ์อยู่ 8-9 โรง และปีนี้จะเปิดอีก 1 แห่งที่ไอคอนสยาม โดยที่ทั่วโลกมีอยู่ 1,000 โรง ล่าสุดซีอีโอของไอแมกซ์เพิ่งมาไทย

Q : ตามศูนย์การค้าใหญ่ต่าง ๆ มีรายงานว่าคนซื้อของน้อยลง แต่คนดูหนังไม่ได้ลดลง

สำหรับศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ก็ถือว่ามีคนเข้ามาใช้บริการเรื่อย ๆ โดยเฉพาะศูนย์กลางเมืองกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักท่องเที่ยว ขณะที่ศูนย์การค้าต่างจังหวัดจำนวนคนเข้ามาใช้บริการอาจจะไม่มาก แต่เติบโตตามจำนวนของประชากรและกำลังซื้อ แต่สำหรับโรงหนังแล้ว คนดูไม่ได้ลดลง เพราะไม่ว่าจะศูนย์เล็กหรือใหญ่จะมีโรงหนังแค่ 1 แบรนด์ ทำให้ไม่มีคู่แข่ง และหนังก็เป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่คนต่างจังหวัดสัมผัสได้ในราคาไม่แพง

Q : ธุรกิจโรงหนังเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนดูที่เปลี่ยนไปอย่างไร

ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว วันนี้คนรับข่าวสารจากสมาร์ทโฟนซึ่งธุรกิจโรงหนังกับไลฟ์สไตล์ถือว่าเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ถ้าไลฟ์สไตล์คนเปลี่ยน แนวทางการทำตลาดของโรงหนังก็ต้องเปลี่ยน ดังนั้น เมเจอร์ฯจึงได้เก็บฐานข้อมูลของลูกค้า และถือเป็นโรงหนังเจ้าแรก ๆ ของโลกที่เก็บข้อมูลในส่วนนี้ เพราะยุคนี้การมีฐานข้อมูลกลายเป็นสิ่งสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการมีข้อมูลของลูกค้าก็ทำให้เมเจอร์ฯไม่เคยหลุดเทรนด์ เพราะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ และสร้างแคมเปญการตลาดที่เหมาะกับกลุ่มผู้ชม เรียกว่าเราเป็นเมเจอร์ 5.0 มานานแล้ว

ที่ผ่านมาเราเองปรับตัวหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนเทคโนโลยีการฉายจากฟิล์มเป็นดิจิทัล เป็นเลเซอร์ โปรเจ็กเตอร์ และอนาคตในระบบแอลอีดี อีกทั้งเปลี่ยนรูปแบบการขายบัตรชมภาพยนตร์ จากเดิมขายตั๋วด้วยมือเป็นอีทิกเก็ต โดยลูกค้าสามารถซื้อตั๋วจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวก ตอบไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ตามด้วยแนวทางการทำตลาด ต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะดูหนังเป็นใคร และสื่อสารให้ตรงกับคนกลุ่มนั้น

ถือเป็นความท้าทายของเมเจอร์ฯ เพราะจะทำการตลาดแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว แต่ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจับพฤติกรรมผู้ชม และสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย ที่เจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงกลุ่ม

ล่าสุดอยู่ระหว่างทดลองบัตรมูฟวี่พาส (movie pass) เฉพาะกับกลุ่มนักศึกษาในกรุงเทพฯ มีค่าธรรมเนียม 200 บาทต่อเดือน สามารถดูหนังฟรีได้เรื่องละ 1 ที่นั่ง กี่เรื่องก็ได้ตลอด 30 วัน ซึ่งหากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จก็จะขยายต่อไปยังลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ

“วิธีคิดของบัตรมูฟวี่พาสก็ง่าย ๆ ดึงฐานข้อมูลมาวิเคราะห์ เช่น ปัจจุบันมีนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของเมเจอร์ รัชโยธิน อยู่ 30,000 คน โดย 8,000 คน เป็นสมาชิกบัตรเอ็มเจนเนอเรชั่น และดูหนังเฉลี่ยปีละ 6 เรื่อง เท่ากับว่าแต่ละปีจะมีรายได้จากคนกลุ่มนี้ 1,200 บาทต่อคน แต่ถ้าทำให้คนกลุ่มนี้มาสมัครมูฟวี่พาส ก็จะมีรายได้เพิ่มเป็นปีละ 2,400 บาททันที”

Q : วางเป้าหมายการขยายธุรกิจปี 2561 อย่างไร

สำหรับในประเทศจะเปิดอีก 70 โรง ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ใหญ่ที่สุด คือ ไอคอน สยาม ในเดือนตุลาคม ขณะที่ต่างประเทศเดินหน้าขยายต่อเนื่อง เตรียมเปิดที่ลาว 1-2 สาขา กัมพูชา 1 สาขา จากปัจจุบันมี 131 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ ปริมณฑล 41 สาขา ต่างจังหวัด 85 สาขา และต่างประเทศ 5 สาขา ทั้งในกัมพูชา และลาว ซึ่งตลาดลาวและกัมพูชานี้ บริษัทถือเป็นผู้นำตลาด โดยมีส่วนแบ่ง 70-80%

Q : กลยุทธ์หลักของการขยายโรงหนังในประเทศเป็นอย่างไร

จากประสบการณ์การขยายสาขาในต่างจังหวัดก็ไม่ต้องใหญ่มาก เพราะโอเวอร์ไซซ์กับจำนวนและความต้องการของประชากรกลุ่มนี้ ซึ่งบริษัทอาจจะลดเหลือแค่ 6 โรงต่อสาขา ซึ่งโมเดลนี้ ตอบโจทย์ที่สุด ทั้งแง่ของการลงทุนและความต้องการในการดูหนัง ขณะที่จังหวัดใหญ่ก็จะเปิดไซซ์ 6 โรงไปเลย ส่วนสาขาระดับอำเภอ ตำบล ที่ขยายไปกับเทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี จะเป็นไซซ์เล็กมี 1-2 โรง ใช้เงินลงทุนไม่สูง คืนทุนเร็ว และรองรับผู้ชมได้ดี ซึ่งการขยายไปต่างจังหวัดคงใช้สูตรนี้ เพราะไม่ได้มีหนังที่ทำรายได้ตลอดทั้งปี และหนังก็เปลี่ยนตลอดเวลา ซึ่งแต่ละปีมีหนังเข้าฉายไม่ต่ำกว่า 300 เรื่อง

Q : การขยายสาขาไปต่างประเทศ นอกจากทำให้มีเครือข่ายโรงหนังเพิ่มขึ้น ตอบโจทย์อะไรให้อีก

การขยายโรงไปต่างประเทศ คือ การสร้างสะพานให้ตลาดหนังไทย กลายเป็นโอกาสสำคัญให้หนังไทยเติบโตในตลาดต่างประเทศ ทั้งในแง่รายได้และจำนวนผู้ชม อีกทั้งยังทำอุตสาหกรรมหนังในประเทศโตขึ้น เพราะเชื่อว่าเมื่อมีโรงเยอะ คนก็อยากดูหนังพิ่มและผู้สร้างหนังก็อยากเข้ามาในอุตฯนี้เพิ่มขึ้นตาม

ที่ผ่านมาก็มีผู้สร้างหนังรายใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น ทั้งซีเจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จากเกาหลีใต้ ขณะเดียวกันเมื่อหนังไทยได้รับความนิยมในลาว เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา ในอนาคตก้าวเข้าสู่ตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีการเติบโตที่ดี ยกตัวอย่าง “ฉลาดแกมโกง” ที่เข้าไปจุดกระแสหนังไทย และเร็ว ๆ นี้ เมเจอร์ฯเตรียมนำแอนิเมชั่นเรื่องแรกของไทย “ก้าวศาสตรา” เข้าไปฉายในจีน

ทั้งหมดถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างโอกาสให้หนังไทยได้โตในตลาดต่างประเทศ และทำให้ผู้ผลิตหนังไทยฉีกกรอบเดิม ๆ ในการทำหนัง ที่ไม่ได้ทำหนังแค่คนในประเทศดู แต่ต้องทำหนังให้คน 10 ประเทศอาเซียนดูด้วย

Q : ตอนนี้มีโรงหนังในลาว และกัมพูชาแล้ว ทำไมยังไม่ตัดสินใจลงทุนในเมียนมา

เมียนมาจะเป็นสเต็ปต่อไปแน่นอน ปัจจุบันก็พูดคุยกับพันธมิตรตลอด เพียงแต่ว่ายังรอจังหวะและต้องศึกษาดี ๆ เนื่องจากประเทศนี้ไม่อนุญาตให้ประชาชนขี่มอเตอร์ไซค์ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ทำให้การเดินทางและการเคลื่อนตัวของประชากรจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งจึงทำได้อยาก และสภาพการจราจรที่ติดขัด กลายเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ศูนย์การค้าในเมียนมา ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทั้งที่มีประชากรจำนวนมากและมีกำลังซื้อที่ดี ทำให้เมียนมาก็ยังเป็นโจทย์ที่บริษัทกำลังตามหาอยู่

Q : สาขาที่ทำรายได้หลักอย่างเมเจอร์ รัชโยธิน จะมีการปรับอะไรหรือไม่ หลังจากมีสถานีรถไฟฟ้า

อนาคตสถานีเมเจอร์ รัชโยธิน จะกลายเป็นสถานีที่มีเสน่ห์ เพราะตัดกับถนนรัชดาฯ เป็นสถานีที่มีคนเดินผ่านจำนวนมาก กลายเป็นโอกาสของร้านค้าภายในศูนย์ ซึ่งบริษัทเตรียมสร้างสะพานเชื่อมระหว่างเอสซีบีพาร์ค ตัดผ่านสตาร์บัคส์ ชั้น 2 เพื่อเชื่อมเข้ามายังศูนย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ 5 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่เปิดท้ายขายของ ซึ่งอนาคตอาจจะพัฒนาพื้นที่ส่วนนี้ด้วยเช่นกัน

“เราคงไม่รีบ เพราะแถวนี้ดีมานด์เยอะ รอให้รถไฟฟ้าสร้างเสร็จ ให้ทุกอย่างพีกก่อนแล้วค่อยสร้างก็ได้ เพราะถ้ารีบทำก่อนเดี๋ยวผิด เนื่องจากต้องดูการเปลี่ยนแปลงและปัจจัยต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นด้วย ซึ่งตอนนี้ก็มีไอเดียคร่าว ๆ อยู่ในใจแล้ว”

Q : ผลประกอบการปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และปีนี้วางแผนการเติบโตไว้อย่างไร

ผลประกอบการ 9 เดือน (ม.ค-ก.ย. 60) มีรายได้ 1,118 ล้านบาท แต่ถ้าภาพรวมทั้งปี 2560 เมเจอร์ฯคาดว่าจะเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก ขณะที่ภาพรวมตลาดหนังปี 2560 ตัวเลขอาจไม่ดีนัก เนื่องจากมีหนังไทยเข้าฉายน้อย ประกอบกับผู้ชมไม่ได้อยู่ในบรรยากาศของการสังสรรค์ อย่างไรก็ตาม ปีนี้คาดว่าภาพรวมตลาดหนังจะโตเป็นตัวเลขสองหลัก เนื่องจากมีหนังไทยจ่อคิวเข้าฉายหลายเรื่อง อีกทั้งมีหนังฟอร์มใหญ่จากต่างประเทศที่เตรียมเข้าฉายด้วย เฉพาะดิสนีย์ฯมีถึง 10 เรื่อง ซึ่งเมเจอร์ฯก็ตั้งเป้ารายได้ไว้ค่อนข้างสูงเช่นกัน

Q : เมเจอร์ฯจะมีอะไรมาฝากคนดูหนังในปี 2561

ในมุมมองของโรงหนังก็อยากจะสร้างให้อุตสาหกรรมหนังแข็งแรงไปด้วย เพราะหนังกับโรงหนังก็เหมือนไก่กับไข่ ซึ่งปีนี้ก็มีหนังไทยหลายเรื่องที่เตรียมจะเข้าโรง ซึ่งแต่ละเรื่องก็ใช้ทุนสร้างจำนวนมาก ซึ่งภาพรวมตลาดหนังปีนี้จะเติบโตอีกครั้ง เพราะมีหนังไทยและหนังต่างประเทศดี ๆ หลายเรื่องที่เตรียมจะเข้าฉายตลอดทั้งปี