เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
SD How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ดูทั้งหมด

การพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนไทยเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพในประเทศไทย

23 ม.ค. 2567 | 17:00น.

รายงานการศึกษาล่าสุดโดย บริษัท ดีลอยท์ คอนซัลติ้ง (ดีลอยท์) เรื่อง “The future of distressed debt in Thai capital markets” ชี้ถึงโอกาสในการพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนไทย โดยการแก้ไขปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ รายงานฉบับนี้เจาะลึกถึงปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพของสินเชื่อและตราสารหนี้ในประเทศไทย ตลอดจนวิเคราะห์ถึงปัญหาด้านคุณภาพหนี้ในระบบนิเวศของตลาดทุนไทยในปัจจุบัน จากมุมมองของกลไกตลาด กฎระเบียบ และด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการนำเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพของตลาดทุนไทย โดยอ้างอิงจากกรณีศึกษาในต่างประเทศ

หนี้ด้อยคุณภาพ (Distressed debt)  ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างมีนัยสําคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากวิกฤตการณ์ทางการเงินตั้งแต่ช่วง ปี ค.ศ. 1997 ที่ส่งผลให้สถาบันการเงินมากกว่า 60% ของประเทศเกือบล้มละลาย และมีอัตราการเติบโตขึ้นของหนี้เสียเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 2% ต่อปี ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต และอาจส่งผลกระทบต่อตลาดทุนไทยในการจัดการกับปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว 

ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loans) ในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี ค.ศ. 2022 โดยกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME คิดเป็นประมาณ 50% ของ NPLs คงค้างในตลาด

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ หรือ Special Mention Loan (หมายถึงเงินกู้ที่ค้างชําระ 30 ถึง 90 วัน) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นจาก 12.3 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี ค.ศ. 2019 เป็น 32 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี ค.ศ. 2023 ผู้เชี่ยวชาญในตลาดเปิดเผยว่าประมาณครึ่งหนึ่งของ SMLs ในระบบสถาบันการเงินจะกลายเป็นหนี้เสียภายใน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพการเติบโตของตลาด NPLs ในอนาคตอันใกล้

ในทางกลับกัน ตลาดตราสารหนี้ด้อยคุณภาพ (Distressed Bond)  ในประเทศไทยเริ่มมีบทบาทสำคัญในช่วงการระบาดของโรค COVID-19 ทำให้ตลาดมีการเติบโตมากถึง 683% จากปี ค.ศ. 2019 ถึง 2023 อย่างไรก็ตาม ตลาดตราสารหนี้ด้อยคุณภาพในปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับมูลค่าสินเชื่อ NPL

แม้ว่าประเทศไทยจะมีการพัฒนาตลาดหนี้ด้อยคุณภาพมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 90 แต่ยังคงพึ่งพาบริษัทบริหารสินทรัพย์ในการแก้ไขปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพ รวมถึงทางเลือกในการลงทุนที่จํากัดซึ่งเป็นอุปสรรคต่อนักลงทุนสถาบันที่จะสามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดได้

รายงานยังได้กล่าวถึงความท้าทายที่สําคัญสําหรับการพัฒนาตลาดหนี้ด้อยคุณภาพในประเทศไทย ได้แก่ การพึ่งพาบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMCs) ในการแก้ปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของบริษัทบริหารสินทรัพย์ ความสามารถในการรองรับหนี้ด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้นในอนาคต  การขาดความหลายหลายและการมีส่วนร่วมจากนักลงทุนรายใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนสถาบันเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาด การขาดโครงสร้างพื้นฐานและตัวกลางที่สนับสนุน และข้อจํากัดในการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้เพื่อดึงดูดนักลงทุนรายใหม่

หากเทียบกับตลาดต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป และเกาหลีใต้ นั้น จะเห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถาบันตัวกลางในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง สําหรับการแก้ไขปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพและทําให้ตลาดแข็งแกร่ง โดยมาตรการและนโยบายเหล่านี้สามารถนำมาใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อเป็นทางเลือกสําหรับการพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนไทยในการแก้ไขปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ดังนี้

  1. เพิ่มความต้องการ (Demand) โดยการดึงดูดนักลงทุนในวงกว้างขึ้น เพื่อส่งเสริมการแข่งขันและนวัตกรรมในตลาดทุน อาทิ การจูงใจโดยใช้มาตรการทางภาษี และการเพิ่มอุปทานของตราสารหนี้ประเภทใหม่ ๆ
  2. ทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกรอบการฟื้นฟูและกระบวนการยึดทรัพย์ให้มีความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดมากขึ้น ครอบคลุมความหลากหลายของลูกหนี้ และเป็นธรรมต่อเจ้าหนี้ พิจารณาผ่อนปรนข้อจำกัดในการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนสถาบัน (อาทิ กองทุนรวม และบริษัทประกันภัย) ส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์แบบองค์รวม
  3. อำนวยความสะดวกให้กับตลาดรองที่มีความยืดหยุ่น โดยการปรับปรุงกลไกการโอนสินทรัพย์ให้ทันสมัย ​​เช่น การใช้ระบบการหักบัญชีและการชำระบัญชีที่มีประสิทธิภาพ แพลตฟอร์มการซื้อขาย และการกำหนดมาตรฐานของข้อมูลและกระบวนการ
  4. สร้างผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะโดยดำเนินโครงการริเริ่มร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ดึงดูดผู้เล่นต่างชาติที่มีประสบการณ์เข้าสู่ตลาดไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดให้แก่บุคลากรท้องถิ่น

อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ this link