“ช่องทางเดินเรือ” รูปแบบการคมนาคม ที่คำนึงถึงวิถีชีวิตและธรรมชาติ
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี สปป.ลาว ดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.2555 โดยจุดเด่นหนึ่งของโรงไฟฟ้าคือเรื่องวิศวกรรม ซึ่งถูกออกแบบและพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญระดับโลก
เพราะแม่น้ำโขงเปรียบเสมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตในภูมิภาค เป็นทั้งแหล่งอาหารและแหล่งอารยธรรม เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่ง และสถานที่ประกอบพิธีกรรมของผู้คนริมสองฝั่งมาเป็นเวลาหลายชั่วอายุคน ทั้งยังมีจุดเด่นในเรื่องของพันธุ์ปลาในแม่น้ำอีกด้วย
ช่วงฤดูน้ำหลาก ถ้าลองสังเกตดูจะพบว่า ไม่ใช่เพียงเรือเล็กของชาวบ้านที่สัญจรข้ามผ่านจนเป็นกิจวัตร ยังมีเรือประมง เรือขนส่งสินค้า รวมถึงเรือท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทั้งยังสร้างงานให้ชาวท้องถิ่น ส่วนในช่วงน้ำแล้งก็เป็นธรรมดาที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะลดต่ำลง จนแก่งหินโผล่พ้นน้ำและเป็นอุปสรรคทั้งต่อการเดินเรือสัญจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณโรงไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยแก่งหินธรรมชาติมากมาย
ด้วยความเข้าใจและตระหนักในวิถีชีวิตริมลำน้ำ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบทั้งการเดินเรือและเอื้อต่อสัตว์น้ำในแม่น้ำโขง
นายอานุภาพ วงศ์ละคร รองกรรมการผู้จัดการ งานเดินเครื่องและบำรุงรักษา บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด อธิบาย ว่า การออกแบบช่องทางเดินเรือ หรือ Navigation Lock มีเพื่อให้เรือสัญจรข้ามผ่านโครงสร้างโรงไฟฟ้าไปได้ ตามปกติเหมือนที่เคยเกิดขึ้นตามธรรมชาติ หลักการทำงานจะอาศัยหลักการปรับระดับน้ำ โดยแบ่งการปรับระดับด้วยประตูทั้งหมด 3 ชุด และปรับระดับน้ำ 2 ระดับ โดยแต่ละช่องที่กั้นด้วยประตูจะเรียกว่าแชมเบอร์ (Chamber) ผ่านการปรับระดับน้ำที่ เรียกว่า Gravity Flow อาศัยการไหลของน้ำตามธรรมชาติจากที่สูงมาที่ต่ำด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อปรับระดับน้ำให้สูงขึ้นหรือต่ำลงตามทิศทางการเดินเรือ เช่น เรือจากท้ายน้ำไปเหนือน้ำ จะมีน้ำจากใน Upper Lock Chamber ไหลเข้าสู่ Lower Lock Chamber เพื่อยกระดับน้ำให้สูงขึ้น หรือเรือที่มาจากเหนือน้ำเมื่อเข้าไปอยู่ใน Upper Lock Chamber แล้วน้ำจะลดระดับลงโดยไหลไปยังที่ต่ำกว่า เพื่อให้ระดับน้ำเท่ากับท้ายน้ำ ก่อนจะเปิดประตูให้เรือแล่นออกไป
ด้วยโครงสร้างและกลไกที่ซ่อนอยู่ภายในช่องประตูระบายน้ำที่มี Gravity Flow เนวิเกชั่น ล็อค จึงมีประโยชน์อีกอย่างคือ เป็นทางปลาผ่านโดยสามารถสร้างกระแสน้ำเพื่อล่อปลาให้เข้ามาได้
ได้ประโยชน์ทั้งเรือเล็กและเรือใหญ่
เดิมแม่น้ำโขงบริเวณที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะมีเกาะแก่ง ทำให้การเดินเรือทำได้ลำบากในช่วงน้ำแล้ง โดยเฉพาะเรือขนส่งสินค้าหรือเรือขนาดใหญ่ที่มักจะติดแก่งและไม่สามารถผ่านได้ในหน้าแล้ง แต่เมื่อมีการก่อสร้างทางสัญจรเรือที่ออกแบบโดยอิงแนวคิดการเคารพต่อวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำโขงเป็นหลัก ปัญหาการติดแก่งของเรือขนาดใหญ่ก็หมดไป
ช่องทางเดินเรือ ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี มีความกว้าง 12 เมตร ยาวกว่า 700 เมตร โดยเรือขนาดใหญ่สุดที่รองรับได้ตามข้อกำหนด คือ ต้องรองรับเรือพ่วงขนาด 500 ตัน (2×500 Ton convoys) โดย Navigation Lock ต้องมีความกว้าง 12 เมตร และยาวไม่น้อยกว่า 120 เมตร

หลักการทำงานก็คือ เมื่อหอควบคุมได้รับสัญญาณจากเรือ เจ้าหน้าที่จะปิดประตูทีละบานเพื่อปรับยกระดับน้ำให้เท่ากับหัวน้ำก่อนปล่อยเรือให้ออกไปในขาขึ้น ถ้าเป็นเรือขาล่อง เจ้าหน้าที่จะเปิดประตูเหนือน้ำให้เรือเข้ามาอยู่ในช่องที่หนึ่ง แล้วค่อยๆ ปรับระดับน้ำลดลง 2 ระดับจนเท่ากับท้ายน้ำ จึงเปิดให้เรือผ่านออกไป ใน 1 รอบใช้เวลา 40 นาที
โครงสร้างของโรงไฟฟ้าช่วยให้มีระดับน้ำที่สูงพอที่จะเดินเรือได้ตลอดทั้งปี ไม่กระทบชีวิตที่สัญจรผ่านในเส้นทางหลวงพระบางถึงไซยะบุรี
ปัจจุบันมีเรือขนส่งสินค้าและเรือท่องเที่ยวสัญจรผ่านเส้นทางนี้ทุกวัน โดยเรือท่องเที่ยวที่ชาวยุโรปล่องมาจากหลวงพระบาง มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เฉลี่ยเดือนละ 40 ลำ ขณะที่ชาวบ้านริมฝั่งโขงยังคงสัญจรทางเรือกันเป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็นเรือขนาดเล็กที่ใช้ในการประมงหรือใช้ไปมาหาสู่กันระหว่างหมู่บ้าน ทางทีมผู้สร้างโรงไฟฟ้าไชยะบุรีได้เตรียมรถแทรกเตอร์นาดเล็กคอยลากเรือจากหัวน้ำและท้ายน้ำไว้ให้บริการตลอดทั้งปี เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้าน
และประโยชน์ที่คาดไม่ถึงอีกอย่างของโรงไฟฟ้าไซยะบุรี คือการกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในโซนหลวงพระบางและไซยะบุรี ของนักท่องเที่ยว บริษัทเดินเรือท่องเที่ยวในแม่น้ำโขง จัดโปรแกรมทัวร์ชมเนวิเกชั่น ล็อค เพื่อเอาใจนักท่องเที่ยว ที่โดยสารมากับเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ มีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวลาว และชาวตะวันตก โดยเรือจะล่องมาจากทางตอนเหนือของหลวงพระบาง มุ่งหน้าลงใต้และอาจมีปลายทางเป็นนครหลวงเวียงจันทน์
ถามว่ามีเรือท่องเที่ยวมากขนาดไหน หลายคนอาจจินตนาการไม่ออก แต่ละสัปดาห์ หอบังคับการของเนวิเกชั่น ล็อค มีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละ 7 ครั้ง โดยนักท่องเที่ยวมักออกมายืนที่ระเบียงเรือ เพื่อชมการเปิดประตูน้ำทั้ง 3 ชุด ระหว่างที่เรือเข้าสู่เนวิเกชั่น ล็อค โดยใช้เวลาในการปรับระดับน้ำทั้งสิ้น 40 นาที
ถือเป็นความใส่ใจจากโรงไฟฟ้า ที่พยายามดูแลทุกฝ่ายให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ที่ บมจ.ซีเค พาวเวอร์ หรือ CKPower มุ่งมั่นที่จะสร้างโรงไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงวิถีธรรมชาติ เพราะเราเชื่อว่าเป็นพลังงานที่สะอาดและยั่งยืนอย่างแท้จริง



