2020 Shell Forum แลกเปลี่ยน-ระดมความคิด หาแนวทางฟื้นฟูจากโควิด-19 อย่างยั่งยืน
2020 Shell Forum เวทีพูดคุย ระดมความคิด และความร่วมมือของผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญตลอดจนผู้นำทางความคิด จากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และอื่น ๆ ซึ่งจัดโดยเชลล์ ประเทศไทย ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 โดยมีจุดประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน นอกจากนี้ยังร่วมกันหาแนวทางในการฟื้นฟูประเทศไทยจากสถานการณ์โควิด-19 และผลกระทบที่ตามมา ในมุมมองของการใช้พลังงาน การปรับตัวทางเศรษฐกิจ ตลอดจนถึงภาคสังคม

นายปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การผลักดันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานสู่พลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพและเหมาะกับการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ในภาวะที่ภาคส่วนต่าง ๆ ได้รับผลกระทบและต้องรับมือ แต่ก็ทำให้เห็นโอกาสมากมาย การปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชนและธุรกิจที่จะร่วมกันระดมสมองในส่วนของการฟื้นฟูประเทศ
“แม้โรคระบาดโควิด-19 อาจนำมาซึ่งความท้าทายหลายประการ แต่สำหรับเชลล์ ประเทศไทย เราต้องการปรับเปลี่ยนความท้าทายเหล่านั้นให้เป็นโอกาส เพื่อสร้างองค์รวมของการใช้พลังงานที่ยืนหยัดในปัจจุบัน และยั่งยืนต่อไปในอนาคตสำหรับประเทศไทย ภายในงานเสวนา 2020 Shell Forum นี้ เรามุ่งหวังที่จะร่วมกันระดมความคิดเพื่อนำไปสู่การลงมือปฏิบัติ ที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจของเชลล์ ประเทศไทย ในฐานะ พันธมิตรที่ไว้วางใจได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”
“พลังงานมีความสำคัญมากกับชีวิต พลังงานที่ดีทำให้ชีวิตมีสุข มีบทบาทในทุกการเจริญเติบโต ความก้าวหน้า การพัฒนาและการดำเนินไปของทุกชีวิต เชลล์ตระหนักถึงหน้าที่ในการส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืน ขณะที่สนับสนุนเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่เฉพาะในฐานะผู้นำทางธุรกิจพลังงาน แต่ในฐานะพันธมิตรที่ไว้วางใจได้สำหรับวันนี้และวันต่อ ๆ ไป”
ดร.โช-อุน คง หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านการเมือง เชลล์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าวในหัวข้อ Rethinking the 2020s หรือทศวรรษ 2020s ในมุมมองใหม่ ว่า คำถามที่เราเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับคนทั่วโลกในปัจจุบัน หรือเป็นสิ่งที่รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือในทศวรรษข้างหน้า มีประเด็น 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ความมั่งคั่งสมบูรณ์ (Wealth) 2.ความมั่นคงปลอดภัย (Security) และ 3.สุขภาพ (Health)
ประเด็นความมั่งคั่งสมบูรณ์ไม่ใช่เรื่องของเงินของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความมั่งคั่งระดับประเทศ คำว่ามั่งคั่งคือเรื่องของคุณภาพชีวิต ของสังคมหรือของประเทศด้วยที่มองในระยะยาว เพราะฉะนั้นความมั่งคั่งมันไม่ใช่เรื่องของการสร้างผลกำไรหรือสร้างเงินเยอะ ๆ แต่เป็นการสร้างฐานว่าประเทศหรือคนที่อยู่ในประเทศนั้นสามารถที่จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในอนาคตที่เกิดขึ้นได้
ถ้าแก้ไขปัญหาโดยที่เน้นเรื่องของความมั่นคง (Security) จะเน้นเรื่องของความปลอดภัยของคนจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คนก็อยากจะปกป้องตนเอง เพื่อประโยชน์ของตัวเอง หรือเรื่องของธรรมชาติแล้วก็เรื่องของการร่วมมือกันต่าง ๆ เช่นการเห็นความสำคัญของเรื่องมลพิษมากยิ่งขึ้น
ถ้าแก้ไขปัญหาโดยเน้นที่เรื่องของสุขภาพ การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เมื่อสถานการณ์ โควิด-19 มาแล้ว รัฐบาลต่าง ๆ พยายามที่จะแก้ไขปัญหา และนี่คือโอกาสที่เกิดขึ้น คือเมื่อเกิดวิกฤตก็ทำให้เกิดโอกาส อย่างแรกคือรัฐบาลไม่สามารถที่จะเดินหน้าได้เร็วเท่าที่เคยเดินหน้า รัฐบาลจึงต้องพยายามหามาตรการต่าง ๆ เข้ามาช่วยพัฒนาแล้วก็ฝ่ายเอกชนก็พยายามที่จะกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหาด้วยเหมือนกัน เช่นการหาวัคซีนในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ก็จะเห็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างประเทศต่าง ๆ หรือว่าภายในประเทศด้วยกันเอง ประชาชนแล้วก็ในระดับรัฐบาลต้องร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะหยุดปัญหาโควิด-19
“เราเชื่อว่าในทศวรรษ 2020 สิ่งหนึ่งสิ่งใดใน 3 สิ่งนี้ ซึ่งได้แก่ ความมั่งคั่งสมบูรณ์ (Wealth) ความมั่นคงปลอดภัย (Security) หรือสุขภาพ (Health) จะส่งผลต่ออนาคตของเรา ทั้งนี้ ผู้คนอาจจะพยายามให้ความสำคัญกับทั้งสามเรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กัน ในขณะที่การให้ความสำคัญกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็จะส่งผลที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งสิ่งที่ผู้คนเลือกให้ความสำคัญก็จะส่งผลกับทศวรรษข้างหน้า เช่น ถ้าผู้คนบนโลกเลือกที่จะให้ความสำคัญกับสุขภาพเป็นอันดับแรก เราอาจจะได้เห็นการผลักดันในวงกว้างไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีโครงสร้างและต่อเนื่องในเรื่องของระบบพลังงานทั่วโลก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของความตกลงปารีสด้วยเช่นเดียวกัน”
อีกหนึ่งส่วนสำคัญของงาน 2020 Shell Forum คือการพูดคุยเรื่อง ‘Mobility of the Future’ การเดินทางและคมนาคมขนส่งแห่งอนาคต รวมถึงทิศทางของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในเรื่องนี้ เพื่อการปรับตัวไปสู่เทรนด์การคมนาคมใหม่ๆ
นายอเมอร์ อเด็ล รองประธาน เชลล์ รีเทล อีสต์ กล่าวว่า ในขณะนี้อาเซียนกำลังอยู่ในช่วงการปฏิวัติทางการขนส่ง การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างรวดเร็วมากจากดิจิทัล ดิสรัปชั่น ซึ่งทำให้เกิดการผลักดันให้เกิดการเจริญเติบโตในสาขาอุตสาหกรรมและขนส่งมากขึ้น ประเทศไทยอยู่ในจุดเปลี่ยนของกระบวนการขนส่ง หรือเทคโนโลยีเรื่องโมบิลิตี้ ซึ่งกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ลดการใช้เครือข่ายถนนและพยายามเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของการขนส่ง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านโลจิสติกส์
“ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ในเรื่องการปรับตัวสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น และความมุ่งมั่นในการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน จะส่งผลอย่างมากต่อการคมนาคมของประเทศไทยในอนาคต สำหรับภาครัฐบาล การคมนาคมขนส่งจะเป็นปัจจัยผลักดันสำคัญทางเศรษฐกิจ ในขณะที่พันธมิตรในอุตสาหกรรมก็จะมีบทบาทสำคัญต่อการจัดหาโครงสร้างพื้นฐาน การวิจัยและพัฒนาพลังงานเชื้อเพลิงที่ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญในเรื่องนี้คือ ทั้งภาครัฐ ผู้ให้บริการด้านการคมนาคมขนส่ง และลูกค้า ต่างต้องร่วมมือกัน เพื่อก้าวไปสู่โซลูชั่นการเดินทางและคมนาคมขนส่งที่สะอาดขึ้น”
“เชลล์ต้องการที่จะเปลี่ยนผ่านและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานสะอาด พลังงานที่ลดก๊าซคาร์บอน แล้วเราจะต้องดำเนินการพร้อมไปกับการสนองตอบต่อลูกค้าที่ซีอีโอของเชลล์ได้มีเป้าหมายใหม่เพื่อที่จะให้มี Net zero emission การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็น 0 ภายในปี 2030 เชลล์คิดว่าเราต้องพยายามเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เพื่อที่จะผลักดันการทำงานให้เปลี่ยนผ่านได้เร็วมากยิ่งขึ้น”