เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,750 บาท
ซีไอเอ็มบี ไทย เตือนรับมือดอกเบี้ยโลก ‘สูงและนาน’ กว่าที่คิด หลัง ‘เฟด’ ปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี
Finance ซีไอเอ็มบี ไทย เตือนรับมือดอกเบี้ยโลก ‘สูงและนาน’ กว่าที่คิด หลัง ‘เฟด’ ปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี
กนอ. จับมือ GULF-GPSC ตั้ง ‘รีเนอร์จี’ ผุดโซลาร์ฟาร์ม 17.5 MW บน Silt Pond มาบตาพุด
Economic กนอ. จับมือ GULF-GPSC ตั้ง ‘รีเนอร์จี’ ผุดโซลาร์ฟาร์ม 17.5 MW บน Silt Pond มาบตาพุด
TKN ทุ่ม 80 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืน 17 ล้านหุ้น เริ่ม 22 ก.ย.
Finance TKN ทุ่ม 80 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืน 17 ล้านหุ้น เริ่ม 22 ก.ย.
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ทองร่วงแรง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยในรอบ 3 ปี พร้อมเปิดทางขึ้นอีก 1 ครั้งปีนี้
Finance ทองร่วงแรง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยในรอบ 3 ปี พร้อมเปิดทางขึ้นอีก 1 ครั้งปีนี้
หุ้นไทยลุ้นฟื้นตัว หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด โบรกฯ ชู BCH-KTB หุ้นเด่นวันนี้
Finance หุ้นไทยลุ้นฟื้นตัว หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด โบรกฯ ชู BCH-KTB หุ้นเด่นวันนี้
‘วทานิกา กรุ๊ป’ แจ้งกรณีผิดสัญญาจ้างทริปเรือยอชต์ ไม่มีมูลความจริง
News ‘วทานิกา กรุ๊ป’ แจ้งกรณีผิดสัญญาจ้างทริปเรือยอชต์ ไม่มีมูลความจริง
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังซาอุฯเตรียมเปิดท่อ East-West Pipeline บางส่วนในเร็วๆ นี้
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังซาอุฯเตรียมเปิดท่อ East-West Pipeline บางส่วนในเร็วๆ นี้
KKP อ่านเกม ‘เฟด’ มีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในรอบ 3 ปี-ตลาดกังวลเรตสูงนานกว่าคาด
Finance KKP อ่านเกม ‘เฟด’ มีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในรอบ 3 ปี-ตลาดกังวลเรตสูงนานกว่าคาด
ดูทั้งหมด

บอสใหญ่ดาวสามแฉก ให้คะแนน “นโยบายราคาเดียว” ทั่วประเทศ

04 ต.ค. 2567 | 09:59น.
มาร์ติน ชเวงค์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

หลังจากค่ายดาวสามแฉกเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประกาศนโยบายใหม่ เปลี่ยนรูปแบบการขาย Retail of the Future เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา แม่ทัพใหญ่ “มาร์ติน ชเวงค์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศความมั่นใจว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะขายราคาเดียวกันทั่วประเทศ ทั้งแคมเปญและโปรโมชั่นของจะเหมือนกันหมด จะไม่มีการต่อรองแบบเดิมอีกต่อไป”

วันนี้ผ่านมาแล้ว 7 เดือน สถานการณ์หลังจากการปรับเปลี่ยนจะเป็นอย่างไร และภาพรวมตลาดรถพรีเมี่ยมในบ้านเราจะเป็นอย่างไร วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีคำตอบ

Q : มองตลาดที่ผ่านมา 3 ไตรมาสอย่างไร

สำหรับภาพรวมของตลาดรถยนต์ในช่วงที่ผ่านมา ในมุมมองของผมนั้น สภาพ “เศรษฐกิจไม่ได้ฟื้นอย่างที่เราหวังไว้” เดิมเราหวังว่าจะมีการฟื้นตัว แต่ปรากฏว่าไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ขนาดนั้น เมื่อสภาพเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์จึงไม่ได้เติบโตอย่างที่เราคาดหวังไว้เช่นเดียวกัน ฉะนั้นเมื่อดูจากสภาพเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์มาเป็นตัวกำหนด เบนซ์จะต้องทำอะไรบ้าง

แน่นอนว่ารูปแบบธุรกิจแบบใหม่ หรือ Retail of the Future นั้นการแนะนำลูกค้าได้รู้จักนโยบายการขายราคาเดียวกันทั่วประเทศ การบริการต่าง ๆ ที่บริษัทได้ดำเนินการ ประกอบกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดเพิ่มเติม คาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นและสร้างความน่าตื่นเต้นในตลาด เมื่อสถานการณ์เป็นแบบอุตสาหกรรมไม่ได้เติบโตอย่างที่คาดไว้

Q : เบนซ์ต้องปรับตัวให้สอดรับกับตลาดอย่างไร

แน่นอนว่า เราจะต้องหาสินค้ามาเปิดตัวเพื่อเป็นการกระตุ้นตลาด เนื่องจากเรามั่นใจว่า ถ้าสินค้าดีมาในราคาที่เหมาะสม ก็จะเป็นสินค้าที่ประสบความสำเร็จ เช่น เมื่อมอเตอร์โชว์ 2024 ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวรถอี-คลาส ราคา 4.25 ล้านบาท และ 3.9 ล้านบาท ทั้งเครื่องยนต์ดีเซลและปลั๊ก-อิน ไฮบริด ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี

หรืออย่าง CLE 300 และ CLE 53 AMG ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับเสียงตอบรับดีนั้น เราแนะนำสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ในราคาที่ใช่ ก็ทำให้กระตุ้นความอยาก และทำให้เรารู้ว่ายังมีคนที่เชื่อมั่นในแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อีกเยอะ อย่าง CLE ที่เปิดตัวไปวันที่ 6 ก.ย. หลังจากนั้น 7-8 ก.ย. เราจัดงานที่ดีลเลอร์ต่อ และได้ยอดจองจากตรงนั้น ในช่วงเวลา 2 วัน มียอดจองถึง 120-130 คัน

ดังนั้น นี่คือตัวกระตุ้นที่ทำให้คนรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับเรา และช่วยในส่วนอื่น ๆ ของเราด้วย

Q : ลูกค้าตอบรับ Retail of the Future มากน้อยแค่ไหน

หลังจากเราเริ่มใช้นโยบายขาย Retail of the Future หรือนโยบายขายราคาเดียว มาในช่วง 6 สัปดาห์แรก หรือเดือนครึ่ง ต้องยอมรับว่ามีความตะกุกตะกักพอสมควร เนื่องจากคนยังไม่เข้าใจระบบ ทั้งตัวพนักงาน ดีลเลอร์ รวมทั้งคนของเมอร์เซเดส-เบนซ์เอง ต้องมีการปรับตัวค่อนข้างเยอะ แต่หลังจากนั้นก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เป็น “การขายที่ทำให้ทุกคนแฮปปี้กับโมเดลนี้หมด”

Q : ประสบความสำเร็จดีหรือไม่

Retail of the Future ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ของความเข้าใจระหว่าง “เรา” กับ “ลูกค้า” เนื่องจากลูกค้ารู้แล้วว่า เขาไปซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ไหน ก็คือราคาเดียว ซึ่งช่วยตัดปัญหาการปรับลดราคา ตัวอย่างในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา เราขายอี-คลาสใหม่ และขายอี-คลาสเก่า ที่รันเอาต์ เป็นการสร้างความเข้าใจกับลูกค้าว่า รถใหม่ คือรถใหม่ วันนี้เราเปิดตัวรถใหม่ ราคานี้ และมีเงื่อนไข รายละเอียดแคมเปญแบบนี้สำหรับรถใหม่ ส่วนรุ่นที่เป็นรันเอาต์โมเดล ลูกค้าจะได้ข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมต่าง ๆ หลังจากปรับลดราคาแล้ว แบบเดียวกันทั้งหมด ได้ “แวลูฟอร์โมเดล”

ซึ่งเราสามารถขายรถทั้งสองรุ่นไปด้วยกัน และลูกค้าไม่ต้องกังวลว่า สุดท้ายแล้วจะลดราคาอีก ตรงนี้เราทำอย่างชัดเจน และในส่วนของดีลเลอร์ก็จะมีความเข้าใจแล้วว่า ต่อไปนี้ไม่ใช่การ “ผลักภาระ” วันนี้ทุกคนรู้สึกว่า นี่คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์

ดังนั้นแล้ว รูปแบบการทำงานของ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไทยแลนด์” คือ เราจะออกไปพบปะแล้วเจอกับ “ลูกค้า” มากขึ้น เช่น การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า EQE, EQS ไปแล้ว หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ เราเอารถที่เปิดตัวมาจัดงาน และให้มีการทดสอบ ดีลเลอร์ขนลูกค้ามาร่วมงาน เบนซ์ ไทยแลนด์ ให้การสนับสนุน แล้วร่วมมือกันจัดงานให้เป็น สัปดาห์ของการทดสอบ คล้ายเป็นงานออโตโชว์เล็ก ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ งานขายของเรา

นี่เป็นความร่วมมือและเป็นภาพที่ชัดเจนว่า นี่คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมเซอร์เดส-เบนซ์ ไทยแลนด์ และดีลเลอร์ทั้ง 33 ราย คือทุกคน เมอร์เซเดส-เบนซ์ We Are Mercedes-Benz และนี่ไม่ใช่เรื่องการเปลี่ยนระบบเพียงอย่างเดียว แต่เป็น Black of the House ซึ่งไม่ใช่เรื่องของ AI เพียงอย่างเดียว แต่เป็นของ Database ด้วย ซึ่งเราสามารถดูได้หมดตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นความสนใจในแบรนด์ของเรา

Q : มองการต่อยอดจากตรงนี้อย่างไร

อนาคตเราหวังว่าจะสามารถออกแบบ “คัสตอมไมซ์” ไปตามความต้องการของลูกค้าได้ โมเดล Retail of the Future ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แม้ว่าเราจะยังไม่ไปถึงจุดนั้น แต่เป็นความก้าวหน้า เป็นการพัฒนาไปในแนวทางที่เชื่อว่าเรามาถูกทาง เราเห็นการพัฒนาของความร่วมมือ การใช้ข้อมูล การวางแผนงานต่าง ๆ

Q : หมายความว่าต่อไปจะเริ่มเห็นผลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

เมื่อเราเดินมาถึงรูปแบบนี้ อย่างงาน มอเตอร์เอ็กซ์โป ในช่วงปลายปีนี้ จะไม่ใช่แค่การคิดว่า เราจะสร้างบูท เอารถไปจัดแสดงและขายรถเท่านั้น เราจะต้องเรียนรู้มาก่อนว่าลูกค้าต้องการอะไร ตั้งแต่เดือนตุลาคม เราจะต้องเริ่มทำอะไร เตรียมการเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ไปจนถึงงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ที่เราจะขายจริง

ตอนนี้เรากำลังร่วมมือกับดีลเลอร์ของเรา ปูทางการตลาดไปอย่างต่อเนื่อง สุดทางจะต้องไปปิดการขายในงานได้ สุดท้ายคือการทำงานที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น บนมาตรฐาน และลูกค้าสบายใจว่า ทุกอย่าง “โปร่งใส”

Q : ถึงวันนี้ให้คะแนน Retail of the Future เท่าไหร่

ต้องแยกเป็น 2 ส่วน ในส่วนของการเปิดตัว Retail of the Future ไปแล้ว ผมคิดว่า 90% สำเร็จแล้ว มาได้ดี ถูกทาง ไม่มีอะไรผิดเป้าหมาย แต่สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่การขายราคาเดียว ยังมีความบียอนด์ขึ้นไปอีก สิ่งที่เราต้องการวันนี้คือ ดาต้า เช่น วันนี้เราเปิดรถหนึ่งรุ่น ภายในสีแบบนี้ลูกค้าตอบรับดี เราเก็บดาต้าไปแล้ว แจ้งซัพพลายเชนเพื่อวางแผนการผลิต ดังนั้นในช่วงที่สองนี้ ทำได้สัก 60% เนื่องจากเรายังไม่มีข้อมูลนั้นมาบริหารจัดการซัพพลายเชน ความต้องการของลูกค้า ตรงนี้คืออีก 5 ปีข้างหน้า วันนี้เรามาได้ 60%

Q : กังวลกับตลาดรถยนต์ที่หดตัวมากน้อยแค่ไหน

ปีนี้เป็นอีก 1 ปี ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดในไทย มีกว่า 10 รุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นตลาดที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นยอดขายรถยนต์โดยรวม ยอดขายลดลงไปกว่า 20% ขณะที่รถพรีเมี่ยมได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ยอดขายลดลงไป 7-10% วันนี้การแข่งขันในตลาดมีค่อนข้างสูง ไม่ใช่ว่าเราเปิดตัวรถรุ่นใหม่เยอะ ๆ เท่านั้นจะเป็นการกระตุ้นตลาด

แต่ทุกอย่างต้องเหมาะสมทั้งสินค้า และราคา การที่เราทำ Retail of the Future อย่างน้อยลูกค้ารู้สึกว่า เขาไม่ได้โดนโกง เพราะสุดท้ายซื้อรถไป 1 ปีแล้วมีการลดราคาขายไป 17-20% แล้วแวลูสินค้าอยู่ตรงไหน แล้วคุณจะบอกว่าคุณเป็นลักเซอรี่ทำแบบนี้ดูไม่ซื่อสัตย์ ดังนั้นเราต้องมานั่งบริหารจัดการเพื่อทำราคาจำหน่ายออกมาให้เหมาะสมตั้งแต่วันแรก และสินค้าให้ตรงใจด้วยความโปร่งใสในด้านราคา ให้ชัดเจน และสุดท้าย ลูกค้าจะเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น

Q : รถจีนส่งผลกระทบด้วยหรือไม่

ไม่น่าจะส่งผลกระทบโดยตรง แต่ผลกระทบโดยอ้อมนั้นมีแน่นอน เพราะลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจกับรถยนต์ไฟฟ้า เพราะว่ามีการลดราคาลงไปเรื่อย แล้วสุดท้ายจะไปจบตรงไหนยังไม่รู้ เพราะยังตัดราคาไปเรื่อย แต่หากเบนซ์จัดกิจกรรมแบบนี้ให้ลูกค้ามาสัมผัสกับรถ และทุกอย่างคือ ฟีลลิ่งของเมอร์เซเดส-เบนซ์

นี่คือการตอกย้ำความเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ สิ่งที่คุณซื้อไปคือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ สุดท้ายแล้วที่ขายตัดราคากัน ก็ต้องหยุด เพราะทุกอย่างจะเริ่มนิ่ง ราคาจะกลับเข้ามาเป็นปกติ