Honda HR-V แรง จัด ประหยัดใช้ได้
คอลัมน์ : เทสต์คาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
ไม่แปลกใจว่าทำไมรถยนต์ในเซ็กเมนต์ B-SUV หรือครอสโอเวอร์ ถึงได้รับการตอบรับจากลูกค้าบ้านเราเป็นอย่างดี
ด้วยขนาดกะทัดรัดพอเหมาะ สำหรับการใช้งานทั้งในเมือง-นอกเมือง วิ่งออกต่างจังหวัดได้
รถให้ความคล่องตัว แถมดีไซน์การออกแบบเหมาะเจาะ ใช้งานได้คล่องตัว น่าจะถูกอกถูกใจกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย คือกลุ่มคนวัยเริ่มต้นทำงาน ที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ทั้งในเมือง นอกเมือง
วันนี้ตัวเลือกของรถยนต์ในกลุ่มนี้มีหลากหลาย ทั้งรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นเจ้าตลาดเดิมที่ต่างขยับจากการนำเสนอ ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดมาเป็นจุดขาย
ขณะที่กลุ่มรถยนต์อีวีจากจีนเอง เพิ่มสัดส่วนในตลาดนี้ได้อย่างต่อเนื่อง
วันก่อนมีโอกาสได้นำ ฮอนด้า เอชอาร์-วี (Honda HR-V) มาทดสอบกัน
ทั้งไลน์อัพของรถรุ่นนี้ ฮอนด้าได้ให้เป็นเทคโนโลยี e:HEV หรือฟูลไฮบริดเรียบร้อย
ฮอนด้า เอชอาร์-วี มีให้เลือก 4 รุ่น ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 949,000-1,179,000 บาท
ฮอนด้าให้เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น มีครบตั้งแต่การเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก, การช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ, เตือนเมื่อออกนอกเลน, การช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ไฟหน้าอัจฉริยะ และเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว ถือว่ามาครบครันและเพียงพอสำหรับรถยนต์ในยุคปัจจุบัน
ส่วนของเครื่องยนต์ ฮอนด้าให้ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ด้วยการใช้พลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน ที่มีประสิทธิภาพสูง ฮอนด้าเคลมอัตราสิ้นเปลืองไว้ที่ 24.4 กิโลเมตรต่อลิตร
แต่จากการทดสอบครั้งนี้ รับรถจากฮอนด้า ย่านบางชัน ฝ่าจราจรในช่วงเย็นที่ทุกคนต่างต้องการเดินทางให้เคลื่อนตัวไปให้ไวที่สุด

ความคล่องตัวของรถคันนี้ต้องชม บวกกับระบบความปลอดภัยการแจ้งเตือนต่าง ๆ โดยเฉพาะเวลารถจะแซงขวา แซงซ้าย ช่วยให้ขับง่ายและเบาใจขึ้น
แถมเครื่องยนต์ฟูลไฮบริดของเจ้าฮอนด้า เอชอาร์-วี คันนี้ บอกเลยว่าครบเครื่อง
พร้อมตอบสนองเมื่อเราแตะคันเร่งไปเบา ๆ แถมให้ความดุดัน ฮอนด้าขึ้นชื่อเรื่องการเซตพวงมาลัย ทำให้เราควบคุมเนียนกริบ
ก่อนตัดสินใจขับรถคันนี้ออกนอกเมือง มุ่งหน้าวิ่งทางยาว ๆ ขับออกสู่ จ.นครสวรรค์ เบ็ดเสร็จรวมระยะทางกว่า 630 กม. กดดูที่แป้นหน้าปัด เหลือระยะทางที่รถคันนี้จะวิ่งไปได้อีกราว ๆ 98 กม.
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 21.1 กม.ต่อลิตร ถือว่าใช้ได้
เพราะตลอดการทดสอบ เราเลือกใช้โหมด Econ Mode เป็นหลัก วิ่งทำความเร็วเฉลี่ย 100-110 กม.ต่อ ชม. มีผู้โดยสารร่วมทั้งสิ้น 3 คน พร้อมสัมภาระอีกนิดหน่อย
จังหวะในการเร่งแซง มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานผสานกับเครื่องยนต์ ให้ความรู้สึกปรู๊ดปร๊าด

มีบางจังหวะที่เครื่องยนต์เข้ามาทำงานจะมีเสียงดังขึ้นมาตามสไตล์รถไฮบริด จังหวะการเข้า-ออกโค้ง ด้วยความเป็นรถขนาดกะทัดรัด ทำได้อย่างมั่นใจ
แต่ตอนนี้ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า หากใครที่ชื่นชอบ “ช่วงล่างที่ให้ความนุ่มนวล” นั้น คันนี้อาจจะยังไม่ตอบโจทย์
แต่ถ้าสายที่เน้นความกระชับ คล่องตัว หนักแน่น บอกเลยว่าคันนี้ขับสนุก
ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งาน ฮอนด้าใส่มาครบครัน ห้องโดยสารแม้ดูจากด้านนอกอาจจะแคบ แต่เมื่อเข้าไปโดยสารจริง ถือว่าให้พื้นที่ในแต่ละที่นั่งมาเป็นอย่างดี
ถึงตรงนี้ต้องบอกว่า ใครที่ชื่นชอบรถยนต์สไตล์นี้ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ยังไม่พร้อมจะกระโดดไปยังรถยนต์อีวี ฮอนด้า เอชอาร์-วี ยังเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ