เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
Real Estate ‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
Economic ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
Tech ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
Politics ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
Business ‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
Economic อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
Business ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
News ‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
ดูทั้งหมด

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ต้อง ‘ทรานส์ฟอร์ม’

06 พ.ค. 2569 | 07:45น.
ทรานส์ฟอร์ม
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

นั่งแท่นแม่ทัพใหญ่ “สถาบันยานยนต์” องค์กรอิสระ ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ และเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันในตลาดโลก ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการ เข้ามานั่งดูแล กำกับการตลอดช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

ได้เปิดโอกาสให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ ถึงแนวคิดการขับเคลื่อนสถาบันยานยนต์ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม จะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน

จุดเปลี่ยน-เป้าหมายชัดเจน

ที่ผ่านเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ในการรุกคืบก้าวเข้าสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว จากที่ไทยพยายามโปรโมตตั้งแต่ปี 2558 กับนโยบาย EV1 และ EV2 ผ่านมาตรการของบีโอไอ เพื่อส่งเสริมและดึงดูดการลงทุน

จนได้รับการตอบรับอย่างมาก ก็คือ EV3.0 ที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดนโยบายให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ “สะอาด ประหยัด ปลอดภัย” ต่อจากการเป็นฐานผลิตปิกอัพขนาด 1 ตัน โปรดักต์แชมเปี้ยนตัวแรก และสานต่อความสำเร็จอีกขั้นด้วยรถอีโคคาร์ โปรดักต์แชมเปี้ยนตัวที่สอง

จากนั้นส่งเสริมการลงทุนและการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในประเทศไทย มีการจัดตั้ง Board EV มาจนถึงมาตรการ EV3.0 จนมาถึง EV3.5

ถือว่าไทยเดินมาถูกทาง มีค่ายรถยนต์เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในไทย  ถือเป็นรอยต่อความสำเร็จ และความท้าทายของอุตสาหกรรมและสถาบันยานยนต์ ต้องการมีส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย

นโยบายอีวีต้องแข็งแรง

วันนี้รถยนต์อีวีในไทยมีความแข็งแรงและแข็งแกร่งขึ้น ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมก็มีการบ้านใหม่  เนื่องจากตลาดหลักอย่างเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ซึ่งมีซัพพลายเชน 2,000 กว่าราย จะไปในทิศทางใด ชิ้นส่วนนับ “หมื่น” ชิ้น จะเดินไปต่ออย่างไร

ปัจจุบันไทยมีโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์อีวีอยู่ 8 ราย มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 500,000 คัน

ดังนั้นโจทย์หลักคือ ทำอย่างไรจะให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สามารถ “ทรานส์ฟอร์ม” ไปในตลาดรถอีวีได้ ไทยไม่ต้องการเป็นแค่ประเทศฐานการประกอบเท่านั้น

บีโอไอกำหนดเงื่อนไข และหลักเกณฑ์ชิ้นส่วนสำคัญที่จะต้องมีการผลิตจากไทย วันนี้เริ่มเห็นชิ้นส่วนสำคัญๆ ของอีวีเข้ามาตั้งฐานผลิตในไทยแล้ว 

แม้ว่าการเข้าไปอยู่ใน Tier 1 ของผู้ผลิตชิ้นส่วนคนไทยยังยากอยู่ แต่ภาครัฐพยายามส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโยลี การลงทุน และให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยไม่ตกขบวน

อย่างการกำหนดโลคอลคอนเทนต์ บังคับใช้ชิ้นส่วนในไทยอย่างน้อย 40% เพื่อตีกรอบให้ค่ายรถใช้ชิ้นส่วนในไทยมากขึ้น

อย่าง “มอเตอร์” ถือเป็นชิ้นส่วนที่มีความสำคัญ ในฐานะเรายังไม่สามารถทำตรงนี้ได้ อย่างน้อยเราดึงผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนตั้งฐานผลิตก่อน และพยายามให้ซัพพลายเออร์คนไทยเข้าไปมีส่วนร่วม

“ผมก็พยายามขายไอเดีย ใน China ASEAN Summit บอกไปว่าอย่ามาคิดว่าลงทุนไทยเพื่อขายในไทย อยากให้มองในแง่ฐานการผลิตเพื่อการส่งออก ใช้ไทยเป็นฐานแล้วให้ไทยเราเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้วย”

บาลานซ์ ICE-EV

อีกมุมหนึ่ง คือซัพพลายเชนอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) มีชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องมากกว่า 10,000 ชิ้น ขณะที่รถยนต์อีวีใช้ชิ้นหลักพัน มีซัพพลายเออร์น้อยกว่า แน่นอนว่าความเป็นฐานการผลิตไทยมีความเสี่ยง ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ต่างต้องพัฒนาตัวเอง พยายามลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อก่อนการย้ายฐานการผลิตเป็นเรื่องยาก แต่อนาคตใช้ชิ้นส่วนน้อยลง ตรงนี้น่าคิด

วันนี้เริ่มมีค่ายรถจีนเข้ามาตั้งศูนย์ R&D Technical Center ในบ้านเราเพิ่มขึ้น 

อีกทั้งความต้องการใช้รถยนต์มีความหลากหลาย มีประเทศต้องการใช้รถยนต์อีวี และก็มีบางประเทศก็ยังต้องการรถสันดาปภายใน อย่างรถดีเซล, ไฮบริด, ปลั๊ก-อิน ไฮบริด เชื่อว่าทั้งค่ายรถยนต์จีน-ญี่ปุ่น นั้นสามารถไปด้วยกันได้ ในฐานะที่ไทยเป็นฐานผลิต  ทุกคนต้องปรับตัว

ไทยยังเป็นฮับผลิตรถยนต์

“ไทย” ยังคงเป็นฮับการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของโลก เพียงแต่จะยืนอยู่อย่างไรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงมากกว่า สถาบันยานยนต์มองเรื่องการ “ทรานส์ฟอร์ม”

วันนี้เริ่มมีผู้ประกอบการเข้ามาลงทุน ทำอย่างไรจะให้ผู้ผลิตคนไทยเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้น อีกโอกาสที่มีความเป็นได้คือ Future Mobility ที่มี ระบบ CASE วันนี้มีแต่การพูดถึง  Electric  พลังงานไฟฟ้า 

แต่ส่วนที่เหลือยังไม่มีการพูดถึง ไทยยังขาด Connected Autonomous กลุ่ม Smart Function ในรถยนต์ ยังไม่มีระบบนี้ อนาคตรถยนต์จะเป็น แต่เป็น SDV – Software Defined Vehicle รถที่ถูกจัดการโดยซอฟต์แวร์ ไทยต้องเตรียมความพร้อม

สถาบันยานยนต์เตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ต้องเตรียม ทรัพยากร บุคลากรเพื่อไปให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงนี้

แยกโจทย์ใหญ่

ต้องแยกโจทย์ออกเป็น 2 ข้อใหญ่ คือ 1.การทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของโลก ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของการปรับตัว อาจจะมีการนำเข้าชิ้นส่วนบ้าง แต่ท้ายที่สุดต้องพยายามผลักดันให้เกิดการผลิตในประเทศไทย ดึง R&D ของค่ายรถจีนเข้ามาตั้งฐานในไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะ Software และ Smart Function

2. ชิ้นส่วนต้องทรานส์ฟอร์ม รถยนต์สันดาปภายในก็จะไม่หมดไป แต่ผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องพยายามพัฒนาตัวเองไปยังชิ้นส่วนอื่น ๆ เช่น เครื่องมือแพทย์, รถไฟระบบราง, อากาศยาน ฯลฯ เพื่อเพิ่มมูลค่า และโอกาสทางธุรกิจ

ท้ายสุดผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ยังเชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงมีโอกาส และตลาดให้ไปต่อ อีกทั้งความแข็งแกร่งของซัพพลายเชนของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยยังเป็นจุดแข็ง และจุดขายสำคัญ ในการต่อยอดความสำเร็จและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด