เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

EV Battery Recycling : ก้าวต่อไปของไทย จาก ‘ฐานการผลิต’ สู่ ‘EV Circular Economy Hub’

12 มิ.ย. 2569 | 14:21น.
pok

pok

คอลัมน์ : มองข้ามชอต
ผู้เขียน : ฐิตา เภกานนท์/ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)/SCB EIC Online : www.scbeic.com

ไทยประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งในด้านการดึงดูดค่ายรถยนต์ต่างชาติให้เข้ามาตั้งฐานการผลิต และการกระตุ้นการเปิดรับของผู้บริโภคภายในประเทศ ทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐานการผลิต EV และมีตลาดรถ BEV เติบโตโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ก็กำลังนำมาซึ่งโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรม EV โดยเฉพาะการพัฒนาระบบจัดการซากแบตเตอรี่ EV โดยสมาคมเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) คาดว่า ไทยจะมีปริมาณซากแบตเตอรี่ EV สะสมสูงถึง 800,000 ตันในปี 2038 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านตันในปี 2043

ในหลายประเทศ การพัฒนาอุตสาหกรรม EV มิได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มกำลังการผลิตหรือเร่งอัตราการเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการวางรากฐานกิจกรรมรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV อย่างเป็นระบบ อาทิ จีน กำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องรับผิดชอบการจัดเก็บ ถอดแยก และรีไซเคิลแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ รวมถึงการนำแร่ธาตุยุทธศาสตร์ เช่น Lithium, Nickel และ Cobalt กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ ซึ่งถือเป็นการสร้าง Closed-loop Supply Chain ภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่สหภาพยุโรปได้ออกมาตรการ EU Battery Passport เพื่อยกระดับมาตรฐานการติดตามและตรวจสอบแบตเตอรี่ EV ตลอดวงจรชีวิต อีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ สิงคโปร์ แม้จะไม่ได้มีฐานการผลิตรถ EV เป็นของตนเอง แต่กลับสามารถสร้างบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าได้ผ่านการเป็น Regional Recycling and Waste Management Hub จนทำให้หลายประเทศในอาเซียนจำเป็นต้องพึ่งพาสิงคโปร์ในการรวบรวม คัดแยก และกำจัดแบตเตอรี่รถยนต์

กรณีศึกษาในต่างประเทศเหล่านี้สะท้อนว่าธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV กำลังก้าวขึ้นเป็น “อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่” ที่ไม่ได้มีบทบาทเพียงด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันผ่านการสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรม EV ที่ครบวงจรเพื่อรองรับการเติบโตของตลาด EV ในระยะยาว

สำหรับประเทศไทยธุรกิจจัดการและรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ อาทิ NUOVO Plus บริษัทร่วมทุนระหว่าง PTT และ Global Power Synergy ความร่วมมือระหว่าง Energy Absolute และ Amita Technology รวมถึงความร่วมมือระหว่าง SCG International กับ TES จากสิงคโปร์

โดยผู้เล่นเหล่านี้อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้นแบบสำหรับการรวบรวม คัดแยก และแปรรูปซากแบตเตอรี่ เพื่อนำวัสดุหรือชิ้นส่วนที่ยังมีมูลค่ากลับมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมอุตสาหกรรมรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ของไทยนับว่ายังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น และยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • ข้อจำกัดด้านปริมาณซากแบตเตอรี่ EV ที่ปัจจุบันยังมีไม่มากเพียงพอที่จะรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการยังไม่สามารถสร้าง Economies of Scale ได้ในระยะสั้น และอาจต้องใช้เวลาอีก

อย่างน้อย 5-7 ปีกว่าธุรกิจจะทยอยเข้าสู่จุดคุ้มทุน แตกต่างจากจีน ที่มีตลาด EV ขนาดใหญ่จนสามารถสร้าง Closed-loop Recycling Ecosystem ภายในประเทศให้เกิดขึ้นได้รวดเร็วและครบวงจร

-ข้อจำกัดด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน การรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV จำเป็นต้องใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีเฉพาะทาง เครื่องจักรต้นทุนสูง และระบบจัดการวัตถุอันตรายที่ได้มาตรฐานสากล ขณะที่ไทยยังขาดทั้งระบบขนส่งแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ศูนย์คัดแยกมาตรฐาน และระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ชัดเจน ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่มี Ecosystem

รองรับแล้ว

-ช่องว่างด้านกฎหมายและมาตรการสนับสนุน ปัจจุบันไทยยังไม่มีมาตรการภาคบังคับที่ชัดเจน เช่น หลักความรับผิดชอบของผู้ผลิตรถยนต์ (Extended Producer Responsibility : EPR) หรือมาตรฐานกลางสำหรับการจัดการซากแบตเตอรี่ EV อีกทั้งยังไม่มีหน่วยงานหลักที่ดูแลรับผิดชอบด้านนี้โดยตรง

ขณะเดียวกันนโยบายภาครัฐส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการผลิตและกระตุ้นยอดขายรถ EV มากกว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิล ทำให้แรงจูงใจด้านการลงทุนยังมีจำกัด

แม้อุตสาหกรรมรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ของไทยจะเผชิญกับข้อจำกัดหลายประการ แต่การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการเงิน และภาคเอกชน จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการผลักดันให้ประเทศไทยสามารถพัฒนา EV Battery Recycling Ecosystem ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตสอดรับกับความต้องการที่กำลังเร่งตัวขึ้นทั้งในประเทศและในภูมิภาคอาเซียน โดยมาตรการที่ควรเร่งรัดผลักดันสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 มิติสำคัญ ดังนี้

1.การเร่งส่งเสริมการลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง ภาครัฐควรออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนหรือร่วมทุนเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรม EV Battery Recycling ควบคู่ไปกับเงื่อนไขการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพื่อยกระดับไทยจากผู้รับจ้างแปรรูปซาก ไปสู่การเป็นผู้มีศักยภาพในการสกัดและผลิตแร่บริสุทธิ์กลับเข้าสู่ Supply Chain ได้ด้วยตัวเองในระยะข้างหน้า

2.การเร่งปฏิรูปกฎหมายและระบบติดตามซากแบตเตอรี่ ภาครัฐควรเร่งออกกฎหมาย EPR และพัฒนาระบบ Battery Traceability เพื่อให้สามารถติดตามแบตเตอรี่ EV ตลอดวงจรชีวิต ลดความเสี่ยงการลักลอบทิ้งขยะอันตราย และเพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมซากแบตเตอรี่เข้าสู่ระบบรีไซเคิลอย่างถูกต้องและมีมาตรฐาน

3.การพัฒนาเครื่องมือทางการเงินรองรับธุรกิจในระยะตั้งไข่ ภาคการเงินควรออกแบบ Green Finance หรือ Transition Finance ที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจรีไซเคิล ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีเวลาคืนทุนยาว

โดยควรมีเงื่อนไขด้านอัตราดอกเบี้ย ระยะปลอดหนี้ และการค้ำประกันที่ยืดหยุ่นและผ่อนปรนมากขึ้น

4.การเชื่อมโยง SME และแรงงานดั้งเดิมเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมใหม่ ภาครัฐและเอกชนรายใหญ่ควรร่วมกันพัฒนา Ecosystem ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ในกลุ่มธุรกิจอู่ซ่อม และธุรกิจจัดการ

ของเสีย ให้สามารถเข้ามามีบทบาทในระบบรวบรวม คัดแยก และขนส่งแบตเตอรี่ EV ซึ่งไม่เพียงจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของโรงงานรีไซเคิลหลัก แต่ยังช่วยรักษาและยกระดับแรงงานจากอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมให้สามารถปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนได้

หากประเทศไทยต้องการรักษาบทบาทการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาคที่กำลังไปสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า การเร่งพัฒนา EV Battery Recycling Ecosystem จะไม่ใช่เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป

แต่กำลังกลายเป็น “ความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์” ของประเทศในระยะข้างหน้า เพราะท่ามกลางการเร่งเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ปริมาณซากแบตเตอรี่ EV กำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากไทยสามารถเร่งวางระบบกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และแรงจูงใจทางการเงินได้อย่างทันท่วงที ก็จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ

จากการเป็นเพียงฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไปสู่การเป็น “EV Circular Economy Hub” ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมได้ครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การใช้งาน การจัดการซาก ไปจนถึงการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

EV ฐานการผลิต