เปิดแนวคิดบอร์ด BOI ปักธงไทยแลนด์ฮับรถ “อีวี”
รถยนต์ “อีวี” คีย์หลักคือ “แบตเตอรี่-มอเตอร์ไฟฟ้า ดังนั้น ไทยต้องพยายามจับคู่นี้ให้ได้ ทำอย่างไรก็ได้ให้สามารถ “ซัพพอร์ต” เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแจ้งเกิดได้
การที่รถยนต์จากจีนเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และมีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าออกสู่ตลาด เราเดาว่าจีนจะเข้ามาเป็นตัว “นำ” ในส่วนของรถอีวีในประเทศไทย
นี่คือคำบอกเล่าถึงมุมมองและความชัดเจนของ “ชนินทร์ ขาวจันทร์” รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เปิดโอกาสให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษถึงมุมมองและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเพื่อดึงภาคการลงทุนเข้ามายังประเทศไทย โดยเฉพาะโอกาสของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกัน
Q : แนวทางรุกของบีโอไอ
หลังจากบีโอไอได้ประกาศส่งเสริมการลงทุนสำหรับโครงการรถยนต์ไฮบริด, รถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และรถอีวี ซึ่งได้ปิดรับการส่งเสริมไปเมื่อ 3 ปีก่อน ถึงตอนนี้เริ่มมีค่ายรถยนต์ที่สมัครได้มีการแนะนำรถยนต์ออกสู่ตลาดแล้ว ทั้งรถไฮบริด และปลั๊ก-อิน ไฮบริด
ส่วนรถยนต์ไฟฟ้านั้นล่าสุดบีโอไอได้ประกาศส่งเสริมการลงทุนยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท รวมถึงเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า อัพเดตกรอบการส่งเสริมโดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาและเพิ่มประเภทของยานยนต์ให้หลากหลาย ที่สำคัญเน้นการส่งเสริมให้เกิดการผลิตแบตเตอรี่ในบ้านเรา ต่างจากแพ็กเกจแรกที่ไม่ได้กำหนด ซึ่งผู้ประกอบการก็จะใช้วิธีนำเซลส์เข้ามาแพ็กเอง แต่รอบนี้เราต้องการให้เกิดการผลิตแบตเตอรี่ทำเป็นโมดูลเลย ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่พร้อมทำตามเงื่อนไข หรือใครจะเลือกแบบใดก็สามารถทำได้ ซึ่งมีกรอบการลงทุนไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และหากมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาก็สามารถได้รับสิทธิเพิ่ม และส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการส่งสัญญาณไปยังค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ว่าประเทศไทยเอาแน่กับเรื่องยานยนต์ไฟฟ้า เราจึงไม่กำหนดระยะเวลาเหมือนเมื่อครั้งเปิดแพ็กเกจของอีโคคาร์
Q : ใครจะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน
ตอนนี้จะเห็นว่าค่ายรถยนต์ที่ขับเคลื่อนตลาดรถยนต์อีวีในประเทศไทย คือ ค่ายรถจีนที่มีการเปิดตัวและทำตลาดอย่างจริงจังอย่าง “เอ็มจี” ที่มีรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด และรถอีวีออกสู่ตลาดแล้ว ส่วนอีกค่ายที่เข้ามาลงทุน คือ เกรท วอลล์ฯ ก็น่าจะเป็นไดรฟ์ตลาด ในบ้านเรา เพราะ “โซลิด-สเตต” (solid-state battery) จะเป็นเกมเชนจ์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ทำอย่างไรที่จะใช้ได้ยาวนานขึ้น มีระยะ ทางวิ่งไกลขึ้น, ไม่ระเบิด นี่คือโจทย์สำคัญ และเราคงต้องใช้ค่ายรถจีนในการขับเคลื่อนตรงนี้
Q : ปัญหารถอีวีทำไมเกิดยาก
โดยส่วนตัวแล้วผมว่าไม่ใช่ปัญหาจากฝั่งผู้ผลิต แต่น่าจะเป็นเรื่องของพลังงานไฟฟ้าที่จะนำมาใช้ในการชาร์จนั้นจะต้องมีการจัดตั้งให้เพียงพอลูกค้าที่สนใจซื้อรถอีวีวันนี้ยังไม่มั่นใจเรื่องจุดชาร์จ ซึ่งอาจจะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล โดยเฉพาะหากเป็นไปตามแผนการที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้วางไว้ น่าจะช่วยเป็นอีกแรงขับให้รถอีวีในประเทศไทยเกิดได้เร็วขึ้น เพราะสำหรับค่ายรถยนต์ผมไม่เชื่อว่าไม่มีโปรดักต์ เหมือนเมื่อครั้งที่เราเริ่มโครงการรถอีโคคาร์ ซึ่งเมื่อถึงเวลาตลาดให้การตอบรับ สุดท้ายค่ายรถก็ต้องมีโปรดักต์ออกมา เพียงแต่ทุกวันนี้ทุกคนอาจจะยังมองไม่เห็นภาพที่ชัดเจน ลองมองย้อนกลับไปสมัยที่เราเริ่มใช้โทรศัพท์มือถือใหม่นั่นเอง
Q : ทำอย่างไรให้ไทยเป็นฮับอีวี
สิ่งสำคัญเราต้องมองอะไรที่ดึงดูดค่ายรถยนต์ แน่นอนไทยมีความแข็งแกร่งเรื่องของระบบซัพพลายเชนมาตรฐานคุณภาพการประกอบของฝีมือแรงงาน ซึ่งเราสามารถซัพพอร์ตเขาได้ แต่ในโลกยานยนต์สมัยใหม่เราต้องติดตามอย่างเข้าใจ มีความยืดหยุ่น
อย่างรถยนต์ไฟฟ้าคีย์หลักสำคัญ คือ แบตเตอรี่ และมอเตอร์ ซึ่งเราก็พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นในบ้านเราจากแพ็กเกจล่าสุด แต่ต้องไม่ลืมว่ารถยนต์ไฟฟ้านั้นยังต้องมีระบบสาธารณูปโภครองรับ เราจะไปหวังให้ค่ายรถยนต์มาลงทุนเพื่อใช้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกก็อาจจะลำบากหน่อย เพราะยังต้องมีองค์ประกอบหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะตลาดของรถประเภทนี้ด้วย หรืออย่างแผน 30@30 ที่ตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 ประเทศไทยจะต้องมีรถยนต์ xEV อย่างน้อย 30% นั้นเชื่อว่าอาจจะเร็วขึ้น 5 ปีก่อนเป้าหมายแน่นอน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องเดินหน้าอย่างจริงจัง และรัฐบาลต้องจริงจังด้วย
Q : รัฐบาลโฟกัสกลุ่มไหนพิเศษ
เราหวังว่าเมื่อค่ายจีนเข้ามาลงทุนในไทยแล้ว จากนี้จะมีค่ายรถตามเข้ามาอีก 2-3 ราย และอีกมุมอยากให้รัฐบาลโฟกัสไปที่กลุ่มรถบัสไฟฟ้า เนื่องจากบ้านเรามีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ อย่าง “สกุลฎีซีฯ” หรืออย่าง “พลังงานบริสุทธิ์” มีมาตรฐานหากช่วยกันผลักดันตรงนี้ เริ่มจากดีมานด์ของรัฐมาเป็นมาตรฐานก่อน กระตุ้นการผลิตอย่างจริงจัง ผู้ผลิตชาวไทยมีศักยภาพไม่ใช่เขาผลิตออกมาแล้วไม่มีคนซื้อ อย่างน้อยทีโออาร์ของบัสอีวีรัฐจะต้องช่วยเหลือคนไทยก่อน
อย่างนโยบาย “สมาร์ทบัส” ตามหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อสร้างดีมานด์ ขสมก.อาจจะมาร่วมด้วยช่วยกัน เราต้องปักธงรถยนต์อีวีในส่วนของบัสอีวีให้ชัดเจน ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าน่าสนใจและเป็นโอกาสที่เราสามารถก้าวข้ามไปได้อย่างแน่นอนแบบเดียวกับไอโฟนโมเดลซึ่งผลิตในจีนและสามารถกระจายไปทั่วโลก