เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
Business TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
“ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
Politics “ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
Finance SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
Uncategorized DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Politics วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
Automotive Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
Uncategorized มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
Finance ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
Economic CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Finance กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
ดูทั้งหมด

“รักแรกพบ” คืออะไร มีอยู่จริงไหมในทางวิทยาศาสตร์

13 ก.พ. 2566 | 19:32น.

 

คนอินเลิฟ

Getty Images

เหตุการณ์แสนโรแมนติกที่คนสองคนมาประสบพบเจอกันโดยบังเอิญ แล้วต่างก็ตกหลุมรักอีกฝ่ายเพียงในชั่ววินาทีที่ได้มองตากัน อาจฟังดูเหมือนนิยายชวนฝัน แต่ก็มีหนุ่มสาวหลายคู่ที่ออกมายืนยันว่า เคยมีประสบการณ์รักแรกพบที่เกิดขึ้นกับตัวเองมาแล้ว

เรื่องราวของความรักที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เช่นนี้ ชวนให้สงสัยว่าอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้งจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันกับคนเราได้หรือไม่ หลักการทางวิทยาศาสตร์อธิบายอย่างไร เพื่อพิสูจน์ว่ารักแรกพบนั้นเป็นของจริงแท้หรือเพียงภาพลวงตา

รักหรือใคร่ ?

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรัตเจอร์สของสหรัฐฯ ชี้ว่าความรักสามารถแบ่งย่อยออกได้เป็นอารมณ์ความรู้สึกสามประเภทในสามช่วงเวลา ได้แก่ราคะ (lust) หรือความต้องการทางเพศ, ความรู้สึกดึงดูดใจ (attraction), และความผูกพันยึดติด (attachment)

อารมณ์ทั้งสามประเภทนี้ผสมปนเปในสัดส่วนที่แตกต่างกัน แต่ก็มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงและส่งเสริมกันและกัน โดยจะค่อย ๆ มีพัฒนาการจากราคะไปสู่ความผูกพัน จนสามารถประกอบสร้างขึ้นมาเป็นรักแท้ได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม บทความทบทวนงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Indian Journal of Endocrinology and Metabolism เมื่อปี 2016 ระบุว่าอารมณ์ทั้งสามที่เป็นองค์ประกอบของความรักนั้น ต่างแยกกันเกิดขึ้นในกระบวนการทางสมองที่ไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง โดยแต่ละอารมณ์มีวงจรการทำงานของสมองและสารสื่อประสาทเป็นของตนเอง

กุหลาบ

Getty Images

ฮอร์โมนเพศอย่างเอสโตรเจนและเทสโทสเตอโรน ซึ่งควบคุมโดยสมองส่วนอะมิกดาลาที่เป็นศูนย์ควบคุมอารมณ์ความรู้สึก ทำให้คนเราเกิดความใคร่หรือความต้องการทางเพศขึ้นได้ ส่วนความรู้สึกดึงดูดใจที่มีต่อเพศตรงข้าม ถูกควบคุมโดยศูนย์การให้รางวัลและความเครียดในสมอง โดยมีสารสร้างความสุขโดพามีน, ฮอร์โมนนอร์อะดรีนาลีน, และฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอลเป็นสารสื่อประสาท สำหรับความรู้สึกผูกพันยึดติดนั้น ฮอร์โมนออกซิโทซินและวาโซเพรสซินจะเข้ามามีบทบาทอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงมองว่ารักแรกพบนั้นยังไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึกของรักแท้ แต่เป็นเพียงการถูกดึงดูดใจโดยฝ่ายตรงข้ามในระยะแรก ซึ่งยังไม่ครบองค์ประกอบของกระบวนการทางสมองที่จะก่อให้เกิดความรักโดยสมบูรณ์

ดร. เดบอราห์ ลี ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพการเจริญพันธุ์ชาวอังกฤษ กล่าวอธิบายในประเด็นนี้กับเว็บไซต์ Live Science ว่า “ความรักต้องใช้เวลาในการก่อกำเนิดและพัฒนาไปสู่ความรู้สึกที่มั่นคงลึกซึ้ง นักจิตวิทยาส่วนใหญ่จึงมองว่า รักแรกพบที่เกิดขึ้นเมื่อเพียงแรกสบตากันนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน คุณอาจหลงใหลในรูปลักษณ์และรู้สึกถึงแรงดึงดูดทางเพศอย่างมากในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปคนเราจะตกหลุมรักกับนิสัยใจคอ รวมทั้งคุณค่าที่ยึดถือและทักษะต่าง ๆ ที่คนผู้นั้นมีอยู่แทน”

ด้าน ดร.อีริก ไรเดน นักจิตวิทยาคลินิกชาวอังกฤษฟันธงว่า รักแรกพบนั้นที่แท้เป็นเพียงความใคร่หรือราคะเท่านั้น “ความรู้สึกหลงใหลเหมือนต้องมนต์อยู่ได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว ถ้าหากคุณกำลังมองหาคู่ชีวิตที่จะอยู่กันไปนาน ๆ รักแรกพบไม่ใช่สัญญาณที่บ่งบอกว่าเขาหรือเธอคือคนที่ใช่ มันเป็นเพียงแรงดึงดูดทางกาย มากกว่าจะเป็นความรักโรแมนติกที่ยั่งยืน”

รักหรือเสพติด ?

ดร. ไรเดนอธิบายเพิ่มเติมว่า “ความรักส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจอย่างมาก ในขณะที่เกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้มผสมกับความคิดหมกมุ่น ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขหรือโดพามีนเพิ่มมากขึ้น ส่วนฮอร์โมนออกซิโทซินนั้นได้ชื่อว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความรัก เพราะเกี่ยวข้องกับความรู้สึกอบอุ่น ผูกพัน และไว้เนื้อเชื่อใจกัน”

“สารเคมีเหล่านี้มักจะเพิ่มสูงขึ้น ในช่วงเวลาที่คนสองคนเกิดความรู้สึกผูกพันระหว่างกันขึ้นมาแล้ว มากกว่าจะเพิ่มขึ้นในระยะต้นที่มีแต่ความต้องการและแรงดึงดูดทางเพศ”

ดร. ลี กล่าวเสริมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในระยะแรกของความรักหรือที่บางคนคิดว่าเป็นรักแรกพบนั้น มีความคล้ายคลึงกับการติดสารเสพติดอยู่ไม่น้อย โดยสมองของคนที่เริ่มมีความรักจะถูกกระตุ้นในบริเวณเดียวกันกับสมองของคนที่เสพโคเคน

“เมื่อคนที่เริ่มมีความรักใส่ใจหมกมุ่นอยู่แต่เรื่องของคนที่ใฝ่ฝันหา อารมณ์จะเหวี่ยงสลับขั้วไปมา รู้สึกคลั่งไคล้คล้ายจะเป็นบ้า กระทำสิ่งต่าง ๆ อย่างหุนหันพลันแล่น ใช้ชีวิตอยู่ในโลกของความฝันมากกว่าความเป็นจริง บางคนอาจถึงกับมีพฤติกรรมต้องพึ่งพาอาศัยคนรักอย่างมาก ไม่ต่างจากคนติดยาเสพติด” ดร. ลีกล่าว

คนอินเลิฟ

Getty Images

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontier in Psychology เมื่อปี 2016 ชี้ว่าอาการคล้ายติดยาเสพติดเช่นนี้จะจางหายไปเองได้ เมื่อความสัมพันธ์ของคู่รักได้พัฒนาจนล่วงเลยขั้นตอนนี้ไป หลังจากที่คบหากันเป็นเวลานานหลายปี

นอกจากนี้ ความทรงจำที่ถูกบิดเบือนเมื่อเวลาผ่านไป ยังอาจทำให้คู่รักที่อยู่ด้วยกันมานานหลงผิด คิดว่าพวกตนต่างก็ตกหลุมรักกันและกันตั้งแต่แรกเห็นได้ ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขาใช้เวลาและความพยายามเนิ่นนานกว่าจะมีรักแท้

งานวิจัยเมื่อปี 2012 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Neuroscience ชี้ว่าความทรงจำของคนเราอาจผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงเมื่อหวนรำลึกถึงความหลัง และจะยิ่งผิดพลาดคลาดเคลื่อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลาที่ผ่านไป เนื่องจากได้รับอิทธิพลของอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นพร้อมกันในเหตุการณ์นั้น

งานวิจัยเมื่อปี 2018 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Human Neuroscience ชี้ถึงความเป็นไปได้ที่ว่า คู่รักซึ่งอยู่ด้วยกันมานานบางรายอาจมีภาวะ “ภาพลวงตาเชิงบวก” (positive illusion) จนทำให้ทัศนคติที่มีต่ออีกฝ่ายนั้นดีเกินความเป็นจริง โดยพวกเขามองข้ามความขัดแย้งและข้อระแวงสงสัยต่าง ๆ ไปจนหมด เสมือนว่ามองโลกผ่านแว่นสีชมพูกุหลาบอยู่ตลอดเวลา

ภาวะเช่นนี้อาจทำให้คู่รักฟ้าประทานเข้าใจไปเองว่า พวกตนเกิดมาเพื่อกันและกันตั้งแต่ต้น และพรหมลิขิตทำให้ตกหลุมรักกันอย่างง่ายดายตั้งแต่แรกพบ โดยมองไม่เห็นความเป็นจริงที่ว่า พวกเขาต้องใช้เวลาและความพยายามปลูกต้นรักและฝ่าฟันอุปสรรคกันมานานขนาดไหน

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว