เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘กำลังใจ’ จาก ‘องค์ภาฯ’ เจ้าฟ้านักกฎหมาย

18 มิ.ย. 2569 | 08:03น.

ครั้นเจริญพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเริ่มศึกษาที่โรงเรียนราชินีในระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากนั้นเสด็จไปทรงศึกษา ณ โรงเรียน Heathfield ในเมือง Ascot สหราชอาณาจักร ก่อนเสด็จกลับมาทรงศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ที่โรงเรียนจิตรลดา

ในระดับอุดมศึกษา ทรงศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของไทยสองแห่งในสองสาขา คือ ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทรงสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสอง และปริญญารัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ทรงสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ทรงปฏิบัติพระองค์เช่นเดียวกับนักศึกษาทั่วไป ทรงร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งทางด้านกีฬา การบำเพ็ญประโยชน์ และอื่น ๆ

ในปีเดียวกัน เสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยคอร์แนล เมืองอิทากา มลรัฐนิวยอร์ก มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Ivy League อันมีชื่อเสียงของประเทศสหรัฐอเมริกา ทรงใช้เวลาศึกษาในระดับปริญญามหาบัณฑิต สาขานิติศาสตร์ (LL.M.) เพียง 1 ปี จากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต ด้านนิติศาสตร์ (J.S.D.) และทรงศึกษากฎหมายที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาที่ประเทศไทยควบคู่กันไป ทรงสำเร็จการศึกษาดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล ประเทศสหรัฐอเมริกา และทรงเป็นเนติบัณฑิตไทยพร้อมกันในปี 2548

จากนั้นทรงเข้ารับราชการในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด สู่รองอัยการจังหวัด และอัยการจังหวัด ต่อมาทรงโอนย้ายมาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ประจำคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555 สู่เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม ได้แก่ สาธารณรัฐออสเตรีย ประเทศสโลวาเกีย ก่อนทรงกลับมารับตำแหน่งอัยการจังหวัด สู่อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 2 สำนักงานอัยการสูงสุด

ทรงริเริ่มโครงการกำลังใจ (Inspire) เมื่อปี 2550 เน้นการช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขังหญิง และผู้ต้องขังที่ตั้งครรภ์ในเรือนจำ เน้นการช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขังหญิง และผู้ต้องขังที่ตั้งครรภ์ในเรือนจำ ทั้งในด้านวัสดุอุปกรณ์ การฝึกอบรม การบริการทางการแพทย์ ตลอดจนการฟื้นฟูจิตใจ ได้รับความสนใจจากนานาประเทศ

โครงการกำลังใจนั้นทรงได้รับแรงบันดาลใจตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงเป็นนักศึกษากฎหมาย ได้เสด็จเยี่ยมผู้ต้องขังหญิงที่ทัณฑสถานหญิงกลาง แขวงลาดยาว กทม. เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นผู้ต้องขังหญิงและเด็กติดผู้ต้องขังได้รับการดูแลจากรัฐอย่างจำกัด ทรงเห็นว่า “เด็กติดผู้ต้องขังเป็นผู้บริสุทธิ์ และสมควรได้รับการช่วยเหลือดูแล ไม่ให้มีตราบาปติดตัว”

จึงประทานสิ่งของช่วยเหลือ จากนั้นได้ประทานทุนส่วนพระองค์ 3 แสนบาทมาเป็นทุนเบื้องต้น พร้อมประทานความช่วยเหลือด้านสุขภาพอนามัยแก่ผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ และเด็กติดผู้ต้องขัง

โดยเมื่อวาระครบรอบ 10 ปี โครงการกำลังใจ ทรงมีพระดำรัสว่า “ข้าพเจ้าเริ่มโครงการนี้ เพราะได้แรงบันดาลใจ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงงานเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทยมาโดยตลอด”

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาทรงมุ่งมั่นทำงานด้านการกฎหมาย จนเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ทรงผลักดัน “ข้อกำหนดกรุงเทพ” (The Bangkok Rules) หรือข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงเป็นมาตรฐานโลกฉบับแรกที่ให้ความสำคัญกับความละเอียดอ่อนทางเพศสภาวะและการคุ้มครองสิทธิสตรีในเรือนจำ จนได้รับการรับรองโดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2553

นอกจากนี้ยังทรงได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 21 และรองประธานคณะกรรมาธิการยาเสพติด นับเป็นความภาคภูมิใจของพสกนิกรชาวไทย ที่มี “เจ้าฟ้าหญิงนักกฎหมาย”