เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 67,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 67,100 บาท
SET แกว่งสร้างฐาน จับตาจ้างงานสหรัฐ-น้ำท่วม ชูหุ้นพลังงาน-AI-สื่อสาร
Finance SET แกว่งสร้างฐาน จับตาจ้างงานสหรัฐ-น้ำท่วม ชูหุ้นพลังงาน-AI-สื่อสาร
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม สหรัฐเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 เข้าสู่พื้นที่ความขัดแย้ง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม สหรัฐเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 เข้าสู่พื้นที่ความขัดแย้ง
ส่องเทรนด์ REIT ทั่วโลก พลิกเกมดอกเบี้ยสูง-ค่าเช่าโต KS เปิด 5 กองเด่นในไทย
Finance ส่องเทรนด์ REIT ทั่วโลก พลิกเกมดอกเบี้ยสูง-ค่าเช่าโต KS เปิด 5 กองเด่นในไทย
เขย่าพอร์ตไฟฟ้า GPSC ชู SMR ตอบโจทย์ 3 สมดุล
Economic เขย่าพอร์ตไฟฟ้า GPSC ชู SMR ตอบโจทย์ 3 สมดุล
ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ธปท. เร่งปิดทางเงินเทา เทรด USDT หลายแสนล้าน จ่อคุม Payment
Finance ธปท. เร่งปิดทางเงินเทา เทรด USDT หลายแสนล้าน จ่อคุม Payment
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.51% อยู่ที่ 84,750 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.51% อยู่ที่ 84,750 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
“การบินไทย” ประกาศ 3 ตุลาคม พร้อมให้บริการได้ครบทุกเที่ยวบิน
Business “การบินไทย” ประกาศ 3 ตุลาคม พร้อมให้บริการได้ครบทุกเที่ยวบิน
ดูทั้งหมด

เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย

14 ส.ค. 2569 | 17:52น.

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เปิดเผยความคืบหน้าการส่งเสริมงานเครื่องเบญจรงค์ไทย ผ่านชุมชน “หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี” อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งสืบทอดภูมิปัญญาการทำเครื่องเบญจรงค์มานานกว่า 50 ปี

บุคคลสำคัญของชุมชนคือ ครูอุไร แตงเอี่ยม ครูศิลป์ของแผ่นดินประจำปี 2569 สาขาเครื่องเบญจรงค์ ผู้มีประสบการณ์ด้านงานเบญจรงค์กว่า 50 ปี ตั้งแต่การทำเครื่องขาว การเผาเคลือบ การเขียนลายคราม จนถึงการเขียนลายเบญจรงค์ และมีบทบาทในการอนุรักษ์ลวดลายโบราณ เช่น ลายเทพพนม ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายครุฑยุดนาค และลายบัวสมเด็จ

ลูกศิษย์ของครูอุไรคือ ครูณัฏฐ์ณรัณกร แตงเอี่ยม ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2568 ประเภทเครื่องดิน (เบญจรงค์) ประยุกต์ ผู้สร้างผลงาน “โถน้ำต้นลายบัวเจ็ดสี” ซึ่งได้รับคัดเลือกเข้าสู่ SACIT Craft Collection 2025 กลุ่ม Master Craft

อีกหนึ่งกรณีตัวอย่างคือ ครูทวี พันธ์ศรี ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2558 ประเภทเครื่องปั้นดินเผา (งานเบญจรงค์) ซึ่งชนะเลิศการประกวด International Craft Creation Concept Award 2026 (ICCA 2026) จากนั้น SACIT ได้ส่งไปศึกษาดูงานที่เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น ประเทศจีน แหล่งเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิกที่มีชื่อเสียง

ครูทวีนำเทคนิคที่ได้เรียนรู้ เช่น การผสานสีใต้เคลือบกับสีบนเคลือบ และการเขียนลายด้วยปากกาแทนพู่กัน กลับมาทดลองผสมผสานกับทักษะงานเบญจรงค์เดิม โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ลวดลายไทยไว้

บทบาทของ SACIT

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า เครื่องเบญจรงค์เป็นหนึ่งในงานหัตถศิลป์ที่สะท้อนเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของไทยได้อย่างโดดเด่น ด้วยกระบวนการสร้างสรรค์ที่ต้องอาศัยทักษะ ความชำนาญ และประสบการณ์ของช่าง ตั้งแต่การเตรียมชิ้นงาน การเขียนลวดลาย การลงสี ไปจนถึงการลงน้ำทอง ซึ่งองค์ความรู้จำนวนมากไม่ได้อยู่เพียงในตำราหรือแบบลาย หากเกิดจากทักษะที่ครูช่างสั่งสมและถ่ายทอดผ่านการลงมือทำจากรุ่นสู่รุ่น

โจทย์สำคัญของการพัฒนางานเครื่องเบญจรงค์ในวันนี้ จึงอยู่ที่การรักษาองค์ความรู้และทักษะเฉพาะเหล่านี้ให้มีผู้สืบทอด ขณะเดียวกันต้องเปิดพื้นที่ให้ครูช่างได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ทั้งด้านการออกแบบ เทคนิคการสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้งานที่มีรากฐานจากภูมิปัญญาดั้งเดิมสามารถนำมาสร้างสรรค์ในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น และเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดร่วมสมัยได้

“เป้าหมายของ SACIT คือการทำให้งานหัตถศิลป์ไทยเติบโตไปพร้อมกับครูช่างและชุมชน เมื่อครูช่างมีโอกาสพัฒนาฝีมือ มีตลาดรองรับ ชุมชนสามารถสร้างรายได้ และคนรุ่นใหม่เห็นโอกาสในการประกอบอาชีพ ภูมิปัญญาที่สืบทอดมายาวนานก็จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น เราจึงเดินหน้าสร้างคน พัฒนางาน และเชื่อมโยงโอกาสทางการตลาด เพื่อให้งานหัตถศิลป์ไทยเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยในระยะยาว”

ด้าน นางสาวแสงระวี สิงหวิบูลย์ รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวเสริมว่า หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นการสืบทอดและพัฒนางานเครื่องเบญจรงค์จากฐานภูมิปัญญาของชุมชนได้อย่างชัดเจน ความสำเร็จของดอนไก่ดีไม่ได้อยู่เพียงการเป็นแหล่งผลิตเครื่องเบญจรงค์ที่เป็นที่รู้จัก แต่สำคัญคือองค์ความรู้และทักษะเชิงช่างยังคงได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น มีครูช่างเป็นผู้ส่งต่อความรู้ และมีช่างรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้และพัฒนาต่อยอด จนทำให้ภูมิปัญญาเครื่องเบญจรงค์ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพและวิถีของคนในชุมชน

ปัจจุบัน ดอนไก่ดียังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเครื่องเบญจรงค์ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และผู้สนใจ ได้เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์จากช่างผู้มีประสบการณ์โดยตรง ทั้งการเขียนลวดลาย การลงสี และเทคนิคเฉพาะของงานเบญจรงค์ ทำให้องค์ความรู้ที่สั่งสมมายาวนานไม่ได้หยุดอยู่กับครูช่างรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่ยังคงได้รับการส่งต่อ พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่สามารถนำภูมิปัญญาเดิมไปพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบของตนเอง

นางสาวแสงระวีกล่าวต่อว่า อีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการพัฒนาครูช่างของ SACIT คือการเปิดโอกาสให้ครูช่างที่มีพื้นฐานและทักษะที่เข้มแข็ง ได้ต่อยอดศักยภาพผ่านการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากต่างประเทศ ทั้งด้านเทคนิค วิธีคิด และกระบวนการสร้างสรรค์ ก่อนนำประสบการณ์ที่ได้รับกลับมาประยุกต์ใช้กับภูมิปัญญาและพัฒนาผลงานของตนเอง

ทั้งนี้ ครูอุไรและครูทวีสะท้อนให้เห็นการพัฒนางานเครื่องเบญจรงค์ในสองมิติที่เชื่อมโยงกัน ด้านหนึ่งคือ “การสืบสาน” ผ่านครูช่างที่รักษาองค์ความรู้ เทคนิค และลวดลายดั้งเดิม พร้อมถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น ขณะที่อีกด้านคือ “การต่อยอด” ด้วยการเปิดโอกาสให้ครูช่างได้เพิ่มพูนทักษะ เรียนรู้เทคนิคและมุมมองใหม่จากต่างประเทศ ก่อนนำองค์ความรู้กลับมาประยุกต์กับทักษะเดิมและพัฒนาเป็นผลงานที่หลากหลายยิ่งขึ้น

นางสาวแสงระวีกล่าวทิ้งท้ายว่า บทบาทนักปั้นของ SACIT คือการสร้างโอกาสให้ครูช่างและชุมชนสามารถเติบโตต่อจากต้นทุนภูมิปัญญาที่มีอยู่ เราต้องรักษาองค์ความรู้ที่มีคุณค่าให้ได้รับการส่งต่อ ขณะเดียวกันก็ต้องเปิดโอกาสให้ครูช่างได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มพูนทักษะ การสร้างเครือข่าย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับต่างประเทศ ตลอดจนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ภูมิปัญญาที่สั่งสมมาสามารถต่อยอดเป็นผลงานที่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน 

สร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ และทำให้งานหัตถศิลป์ยังคงมีคนทำ มีคนสืบทอด และเติบโตต่อไปได้ในอนาคต