เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สุรศักดิ์ จ่อชง ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เข้า ครม. 22 ก.ย. วงเงิน 4 พันล้าน
Politics สุรศักดิ์ จ่อชง ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เข้า ครม. 22 ก.ย. วงเงิน 4 พันล้าน
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 68,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 68,750 บาท
หอการค้าเปิดเวที “Unlocking New Growth” ปลดล็อกธุรกิจไทย
Economic หอการค้าเปิดเวที “Unlocking New Growth” ปลดล็อกธุรกิจไทย
EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
Finance EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
ส.อ.ท. หนุนปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ใช้ดึงลงทุน-ผลิตในประเทศเชื่อมซัพพลายเชนถึง SMEs
Economic ส.อ.ท. หนุนปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ใช้ดึงลงทุน-ผลิตในประเทศเชื่อมซัพพลายเชนถึง SMEs
ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
Real Estate ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
แสนสิริปั้น ‘คอมมิวนิตี้ดอนเมือง’ 175 ไร่  ฮับโซนเหนือ-แลนด์มาร์กใหม่การอยู่อาศัย 
Real Estate แสนสิริปั้น ‘คอมมิวนิตี้ดอนเมือง’ 175 ไร่  ฮับโซนเหนือ-แลนด์มาร์กใหม่การอยู่อาศัย 
เตือนส่งออกไทยรับกฎฮาลาลอินโดนีเซีย 18 ต.ค.นี้ เร่งต่อ MRA ลดอุปสรรคการค้า
Economic เตือนส่งออกไทยรับกฎฮาลาลอินโดนีเซีย 18 ต.ค.นี้ เร่งต่อ MRA ลดอุปสรรคการค้า
ส.ป.ก.เปิดผลตรวจ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” บุรีรัมย์ ยันยังไม่ออก ส.ป.ก.4-01
Economic ส.ป.ก.เปิดผลตรวจ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” บุรีรัมย์ ยันยังไม่ออก ส.ป.ก.4-01
“สุริยะ” สั่งชลประทานเฝ้าระวังฝนหนักทั่วประเทศ จับตาน้ำหลาก-ลุ่มต่ำ เจ้าพระยายังรับน้ำได้
Economic “สุริยะ” สั่งชลประทานเฝ้าระวังฝนหนักทั่วประเทศ จับตาน้ำหลาก-ลุ่มต่ำ เจ้าพระยายังรับน้ำได้
ดูทั้งหมด

ย้อนรอย เตาเผาขยะ 1.3 หมื่นล้าน เปิดเบื้องหลังรองผู้ว่าฯกทม.ไขก๊อก-ไม่อยากเสี่ยงคุก

23 ก.ค. 2562 | 15:05น.

ตะลึง มึนงง กันไปทั้งศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อมีข่าวว่า “จักกพันธุ์ ผิวงาม” รองผู้ว่าฯกทม. ได้ยื่นหนังสือลาออกจากเก้าอี้ อย่างไร้ปี่-ไม่มีขลุ่ย ต่อ “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ผู้ว่าฯ กทม.เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สะพัดกันให้แซ่ดว่า เหตุที่ “จักกพันธุ์” ไขก๊อก อาจเพราะถูกกดดันหนักให้เซ็นอนุมัติโครงการประกวดราคาจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน เพื่อผลิตไฟฟ้า ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและหนองแขม โครงการละ 6,570 ล้านบาท รวม 13,140 ล้านบาท

หากเป็นเหตุจากเรื่องนี้จริง ก็มีคำถามตามมาว่า โครงการนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล ถึงกับทำให้ “จักกพันธุ์” ตัดสินใจไขก๊อก

ย้อนไป เมื่อวันที่ 13-16 พฤศจิกายน 2561 ทางกองกำจัดมูลฝอย สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.ลงประกาศร่างทีโออาร์ประกวดราคาจ้างเหมาเอกชนโครงการดังกล่าว ผ่านเว็บไซต์ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ www.gprocurement.go.th ของกรมบัญชีกลาง เพื่อรับฟังคำวิจารณ์เพียงแค่ 4 วัน

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์กันขรมว่าส่อจะล็อกสเปกให้บางรายหรือไม่ เพราะกำหนดเงื่อนไขแบบละเอียดยิบ แถมยังมีกำหนดเวลาให้ยื่นซองอย่างกระชั้นชิด ที่แทบจะปิดประตูไม่ให้บริษัทจากต่างประเทศร่วมประมูล แม้จะมีเทคโนโลยีดีแค่ไหนก็ตาม เพราะเวลากระชั้นชิดมาก ไม่สามารถแปลเอกสารเป็นพันๆ หน้าให้เป็นภาษาไทย แล้วต้องวิ่งไปขอการรับรองจากสถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ อีก

ถึงขนาดสถานทูตญี่ปุ่นทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย และ กทม.ขอให้ยืดเวลาการประมูลออกไปเพื่อให้เอกชนของญี่ปุ่นมีโอกาสเข้าร่วม แต่ก็ไม่ได้การตอบรับ ทาง กทม.ยืนยันเดินหน้าประมูลตามเดิม

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องราคากลางค่าจ้างกำจัดขยะตันละ 900 บาท ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าสูงกว่าการจ้างในระบบเดียวกันอย่างภูเก็ต แค่ตันละ 300 บาท/ตัน หรือที่ขอนแก่นก็เพียงตันละ 250 บาท

อีกประเด็นที่ทำให้มึนงงกันเป็นแถว คือการสืบราคากลางอ้างอิงจากบริษัทค้าปลีก-ค้าส่งบุหรี่ ที่ตลอด 5 ปีของการทำธุรกิจมีรายได้มากสุดแค่ 30 บาท แต่ กทม.ดันเอามาสืบราคากลางอ้างอิงโครงการที่มีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท

แต่ กทม.ก็ไม่สนเสียงนกเสียงกา ออกประกาศเชิญชวนให้เอกชนมาร่วมประมูลเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 มีเอกชนร่วมยื่นซองประมูลโครงการที่หนองแขม 5 ราย ส่วนโครงการที่อ่อนนุช 8 ราย

มีหลายปมที่ดูท่าจะไม่ชอบมาพากล จนมีการร้องเรียนไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบ

ทาง ป.ป.ช.ก็ทำเรื่องถึงปลัด กทม. เมื่อวันที่ 4 มีนาคม เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว อาทิ หลักเกณฑ์และพิธีพิจารณาการกำหนด ทีโออาร์ หลักเกณฑ์และที่มาการอ้างอิงและกำหนดราคากลาง และสำเนาทะเบียนประวัติข้าราชการ (ก.พ.7) ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอน

ไม่รู้ว่า เพราะ ป.ป.ช.เริ่มเข้ามาตรวจสอบหรือไม่ ทำให้มีข้าราชการ 3 คนที่เป็นกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาโครงการดังกล่าว ขอลาออก โดยระบุเหตุลาออกว่าติดภารกิจอื่น และไม่มีความรู้ความสามารถพอที่จะพิจารณาเรื่องนี้

แต่ทาง กทม.ก็ยังเดินหน้าต่อ ด้วยการตั้งข้าราชการ 3 คนเข้าไปเป็นกรรมการแทน เพื่อดันทุรังโครงการนี้ให้ได้

กระทั่งกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ก็มีมติตามที่รู้ๆ กันอยู่ แล้วส่งเรื่องไปถึง “จักกพันธุ์ ผิวงาม” รองผู้ว่าฯกทม.ในฐานะที่กำกับดูแลเป็นคนเซ็นอนุมัติ

แต่ด้วยโครงการที่ส่อว่าไม่ชอบมาพากลในหลายเรื่อง “จักกพันธุ์ ผิวงาม” จึงเลือกที่ลาออกจากเก้าอี้รองผู้ว่าฯกทม. ดีกว่าเซ็นไปแล้วเสี่ยงกับคุกตะราง

 

ที่มา : มติชนออนไลน์