เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดีเคเอสเอช อาสาร่วมองค์การเภสัชฯ กระจายวัคซีนโควิด ล็อตแรกฟรี

19 ก.พ. 2564 | 18:27น.

องค์การเภสัชกรรม (GPO) ร่วมมือกับบริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด ในการจัดเก็บบรรจุ วัคซีนโควิด-19 ล็อตแรก 2 ล้านโดสกระจายให้โรงพยาบาล

วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2564) ที่องค์การเภสัชกรรมได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือว่าด้วย การจัดเก็บ จัดบรรจุ และกระจายวัคซีนโควิด-19 ระหว่างองค์การเภสัชกรรม โดย นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม และบริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด โดย นาย จอห์น แคลร์ รองประธานฝ่ายบริหารหน่วยธุรกิจ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ประเทศไทยและอินโดจีน (เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว) บริษัท ดีเคเอสเอช

นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้จัดหาวัคซีนเร่งด่วน จำนวน 2 ล้านโดส รองรับระบาดโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ เพิ่มจากแผนจัดหาเดิมที่กรมควบคุมโรคสั่งซื้อจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า โดยเจรจากับบริษัทซิโนแวคซึ่งเป็นบริษัทที่สามารถส่งวัคซีนได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 มอบให้องค์การฯ เป็นผู้ดำเนินการ นำเข้าและขึ้นทะเบียนยา กรมควบคุมโรคเป็นผู้จัดซื้อและกระจายผ่านองค์การฯ ไปสู่ประชาชนต่อไป โดยประชาชน 1 คนจะได้รับการฉีดวัคซีน จำนวน 2 โดส รวมทั้งจะได้รับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำนวน 26 ล้านโดส ในเดือนมิถุนายน 2564 และนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติวัคซีนเพิ่มเติมอีก 35 ล้านโดส รวมวัคซีนที่จะฉีดให้คนไทยคือ 63 ล้านโดส ครอบคลุมได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของคนไทย

ด้านนายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า วัคซีนโควิด 19 ที่องค์การฯ สั่งซื้อ จากบริษัท ซิโนแวค ไลฟ์ไซเอน ประเทศจีน จำนวน 2 ล้านโดส จะแบ่งการส่งมอบเป็น 3 งวด งวดแรก จำนวน 200,000 โดส ซึ่งจะมาถึงประเทศไทยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ งวดที่ 2 จำนวน 800,000 โดส ส่งมอบในเดือนมีนาคม งวดที่ 3 จำนวน 1 ล้านโดส ส่งมอบในเดือนเมษายน 2564 รวมทั้งสิ้น จำนวน 2 ล้านโดส

โดยวัคซีนทั้งหมด 2 ล้านโดสนี้ องค์การฯ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บ บรรจุ ภายในห้องจัดเก็บยาเย็น และกระจายภายใต้มาตรฐานสากลไปยังโรงพยาบาลตามแผนการฉีดให้กับประชาชนที่กำหนดไว้ โดยบริษัท ดีเคเอสเอช ได้ให้การสนับสนุนแก่รัฐบาลไทยในการดำเนินงานด้านการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

สำหรับวัคซีนจำนวน 200,000 โดสแรกจากจีนจะมาถึงไทยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อดำเนินพิธีการศุลกากร และเจ้าหน้าที่อย.ตรวจแล้ว จะขนส่งไปยังคลังสำรองวัคซีนโควิด-19 ที่ศูนย์กระจายสินค้าของบริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) สำหรับเตรียมการจัดส่งกระจายต่อไป

นายจอห์น แคลร์ รองประธานฝ่ายบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ประเทศไทยและอินโดจีน (เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว) บริษัท ดีเคเอสเอช กล่าวว่า ความสัมพันธ์อันยืนยาวระหว่างดีเคเอสเอชและองค์กรชั้นนำด้านสุขภาพในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจของหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่มีต่อประสบการณ์ของเราในด้านการกระจายวัคซีนให้แก่คนไทยอย่างต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งเราได้ดำเนินการและร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรม ในหลายๆ โครงการมากว่า10 ปี บริษัทมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนประเทศไทยอีกครั้งในการขนส่งและกระจายวัคซีนโควิด-19 จึงถือได้ว่าได้รับเกียรติ ได้รับความไว้วางใจ ทั้งจากองค์การเภสัชกรรม ให้โอกาสดำเนินภารกิจสำคัญในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือพิสูจน์ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสิทธิภาพอันเป็นที่ประจักษ์ของเรา

อย่างไรก็ตาม สำหรับบริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด หรือที่เคยเป็นที่รู้จักในนาม “ดีทแฮล์ม” ได้อยู่คู่กับประเทศไทยมากกว่า 114 ปี พร้อมทั้งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้เครื่องหมายตราครุฑตั้งห้าง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการให้บริการและความมุ่งมั่นในการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัทมีพันธกิจหลักคือการให้บริการแก่ผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล โรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยา ด้วยการทำงานร่วมกับคู่ค้าทางธุรกิจเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ยา และเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นทั่วประเทศไทย

นายจอห์น แคลร์ กล่าวาต่อว่า บริษัทมีความพร้อมด้วยบรรจุภัณฑ์พิเศษ “Brilliant Box”ที่ใช้เทคโนโลยีพิเศษในการควบคุมอุณหภูมิของสินค้าในกล่อง เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการบรรจุและขนส่งยาเย็น เช่น วัคซีนโควิด-19 ที่ต้องคุมอุณหภูมิไว้ไม่เกิน 2 – 8 องศาเซลเซียส ตลอดการขนส่งเพื่อรักษาคุณภาพ บรรจุภัณฑ์ Brilliant Box ยังมีน้ำหนักเบา ทนทาน และสามารถนำมาใช้ซ้ำได้เพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ รถขนส่งปรับอากาศของบริษัทยังมีระบบเก็บความเย็นเพื่อควบคุมอุณหภูมิในรถ เหมาะกับการขนส่งยาเย็นโดยเฉพาะ โดยมีการติดตั้ง Data Logger ที่สามารถตรวจวัดอุณหภูมิภายในรถได้ตลอดการขนส่ง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน วิธีการที่ดีในการกระจายยา และมาตรฐานสูงสุดด้านการกำกับดูแลและการประกันคุณภาพ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนโควิด