เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
Economic เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
เจ้าพระยาพ้นช่วงวิกฤต เร่งระบายน้ำออกทุ่ง จับตาฝนใหม่ 2-6 พ.ย. น้ำทะเลหนุนซ้ำ
Economic เจ้าพระยาพ้นช่วงวิกฤต เร่งระบายน้ำออกทุ่ง จับตาฝนใหม่ 2-6 พ.ย. น้ำทะเลหนุนซ้ำ
เกษตรฯ ปัดฝุ่น “Mr./Mrs. รายสินค้า” คุมข้อมูล-บริหารตลอดห่วงโซ่ เชื่อม Big Data
Economic เกษตรฯ ปัดฝุ่น “Mr./Mrs. รายสินค้า” คุมข้อมูล-บริหารตลอดห่วงโซ่ เชื่อม Big Data
ปศุสัตว์ตั้ง 6 ชุดเฉพาะกิจ ลุยตาก-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สกัดโค กระบือ เถื่อน
Economic ปศุสัตว์ตั้ง 6 ชุดเฉพาะกิจ ลุยตาก-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สกัดโค กระบือ เถื่อน
“วัชระพล” ลงเลย หนุนอ้อยสดลดเผา เร่งแก้ที่ดิน ส.ป.ก.-แหล่งน้ำ
Economic “วัชระพล” ลงเลย หนุนอ้อยสดลดเผา เร่งแก้ที่ดิน ส.ป.ก.-แหล่งน้ำ
ความคุ้มค่า ‘โซลาร์ภาคประชาชน’
Columns ความคุ้มค่า ‘โซลาร์ภาคประชาชน’
ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
กรรมของผี
คุยกับเอกราช กรรมของผี
ธอส.ลุย 2 โปรเจ็กต์รัฐปล่อยกู้บ้าน 3 ล้าน-ติดโซลาร์
Finance ธอส.ลุย 2 โปรเจ็กต์รัฐปล่อยกู้บ้าน 3 ล้าน-ติดโซลาร์
สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
ดูทั้งหมด

Dark Tourism พระนครสีเทา พาท่อง 2 วัดใน “ตรอกเต๊า”

12 ก.ค. 2565 | 18:13น.
พระนครสีเทา
ผู้เขียน : ปนัดดา ฤทธิมัต

สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครมีมากมาย แต่ละแห่งล้วนมีประวัติความเป็นมาที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะสังคมในสมัยนั้น ๆ ที่ไม่ได้มีเพียงมุมขาวบริสุทธิ์ แต่ยังมีมุมมืดที่ยังคงทิ้งร่องรอยให้หวนระลึกถึง วันนี้ KTC ได้พาเราไปเรียนรู้เรื่องราวในอดีตของแต่ละสถานที่ ภายใต้ธีม Dark Tourism พระนครสีเทา

ย่านเยาวราช ซอย 8 หรือ “ตรอกเต๊า” มีวัดจีนเล็ก ๆ ตั้งอยู่ นั่นคือ “วัดบำเพ็ญจีนพรต” หรือ “วัดย่งฮกยี่” ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2338 ถือเป็นวัดจีนแห่งแรกของไทย ลักษณะตัวอาคารวัดเป็นตึกเก่ายุคต้นสงครามโลกครั้งที่ 1 แบบตะวันตกที่สร้างล้อมวิหารจีนไว้

โครงสร้างอาคารเป็นไม้แบบจีน ผนังก่ออิฐฉาบปูน หลังคาจั่วมุงด้วยกระเบื้องดินเผากาบกล้วย สันหลังคาก่ออิฐปั้นปูนเป็นจั่วปั้นลมตามแบบช่างจีนแต้จิ๋ว

ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธาน 3 องค์ ได้แก่ พระศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภะพุทธเจ้า และพระไภษัชยะคุรุพุทธเจ้า ด้านข้างล้อมด้วย 18 พระอรหันต์ที่เป็นศิลปะ “ท๊กทอ ท๊กชา” ผ้าป่านอาบน้ำยาลงรักปิดทองที่มีแห่งเดียวในประเทศ

บริเวณด้านข้างยังมีบันไดขึ้นชั้นบนที่เป็นกุฏิ โถงประดิษฐานพระโพธิสัตว์ ห้องสมุดที่เก็บสะสมหนังสือต่าง ๆ ทั้งหนังสือธรรมะ หนังสือภาษาจีนเก่าแก่ และห้องเก็บป้ายวิญญาณของพุทธศาสนานิกชนที่ล่วงลับไปแล้ว

โดยมีการสลักชื่อไว้บนป้ายไม้ ซึ่งคนจีนเชื่อว่าเป็นตัวแทนรำลึกถึงบรรพบุรุษ เพื่อให้ลูกหลานมากราบไหว้ ส่วนชั้นบนสุดในห้องโถงบูชาพระ เป็นที่เก็บป้ายชื่อเก่าของวัด หรือป้ายย่งฮกอำ

วัดแห่งนี้ล้อมรอบด้วยโรงโคมเขียว โคมแดง หรือสถานที่ค้าประเวณี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นที่ตั้งโรงหญิงหากินของยายแฟง ซึ่งมีลูกสาวชื่อ “กลีบ” ภายหลังกลีบมารับช่วงต่อจากยายแฟง จึงเรียก “โรงแม่กลีบ” ในเวลาต่อมา

ยายแฟงมีลูกสาว 2 คน ได้แก่ นางเชย และนางกลีบ ซึ่งนางเชยได้เเต่งงานกับข้าราชการ คือ “พระยามุขมนตรี” ส่วนนางกลีบ เป็นต้นตระกูล “สาครวาสี” และมีที่ดินเกือบ 7 ไร่ อยู่ในตรอกเต๊า โดยนางกลีบทำเป็นสวนดอกไม้ ต่อมาได้อุทิศสวนนี้สร้างเป็นวัดขึ้นมา

บุตรของนางกลีบ คือ พระดรุณรักษา (กัน สาครวาสี) ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ 4 เมื่อสร้างวัดเสร็จแล้ว นางกลีบได้น้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “วัดกันมาตุยาราม” อันหมายถึง “วัดที่มารดาของนายกันเป็นผู้สร้าง” เป็นวัดราษฎร์ขนาดเล็ก สังกัดธรรมยุตินิกาย

ภายในวัดมีเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบลังกา สร้างเลียนแบบธัมเมกขสถูปในประเทศอินเดีย ซึ่งในไทยมีเจดีย์ลักษณะนี้เพียง 2 วัด คือที่วัดกันมาตุยาราม และวัดโสมนัส ในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานนามว่า “พระอริยกันต์มหามุนี”

ซึ่งสร้างขึ้นด้วยศิลปะสัจนิยมแบบธรรมยุติกนิกาย มีลักษณะใกล้เคียงมนุษย์จริง ๆ บนพระเศียรจะไม่มีพระอุษณีษะ (ส่วนนูน ๆ บนเศียรพระ เรียกว่าจุก) แต่พระเกตุมาลาที่เป็นเปลวเพลิงจะปักลงบนพระเศียรไปเลยตรง ๆ เนื่องจากรัชกาลที่ 4 ทรงเห็นว่า การมีพระอุษณีษะนั้นดูไม่งาม

นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ มีช่องประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ทั้งหมด 37 รูป บานประตูหน้าต่างประดับมุก บานประตูหน้าอุโบสถด้านในมีรูปอกัปปิยมังสะ คือเนื้อสัตว์ที่ห้ามทางพระวินัยมิให้ภิกษุฉันรวม 10 ชนิด

ขณะที่บานประตูหลังอุโบสถด้านในมีภาพผลไม้ที่ใช้ทำน้ำอัฏฐบานได้ ภาพแทรกในอุโบสถระหว่างที่เปิดปิดหน้าต่างเป็นรูปพระภิกษุทำกัมมัฏฐาน เพ่งนิมิตต่าง ๆ ถัดลงมามีภาพสุภาษิตไทย ซุ้มประตูหน้าต่างด้านนอกอุโบสถมีรูปปั้นลายดอกไม้ปิดทองงดงาม พื้นภายในและภายนอกอุโบสถปูด้วยศิลาอ่อน

ทั้งยังมีรูปปั้นอนุสาวรีย์ของนางกลีบอยู่ในโคม เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้ก่อตั้งวัด ในโคมนั้นเป็นที่เก็บอัฐิของคนในตระกูลสาครวาสี วัดนี้ยังเคยเป็นที่จำพรรษาของ “สุชีโวภิกขุ” หรือ อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาอีกคนหนึ่งของประเทศไทย