เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
ดูทั้งหมด

เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์

01 พ.ย. 2569 | 10:30น.

เปิดข้อมูลธุรกิจในเขต EEC 9 เดือนแรกปี 2569 จัดตั้งธุรกิจใหม่ 7,491 ราย ลดลง 14.14% ทุนจดทะเบียน 19,565.22 ล้านบาท หดตัว 42.13%  “ชลบุรี” แชมป์จัดตั้งใหม่กว่า 72% ขณะที่นิติบุคคลคงอยู่ทั้งพื้นที่มี 106,411 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 2.3 ล้านล้านบาท ส่วนมูลค่าการถือหุ้นของต่างชาติในนิติบุคคลไทยอยู่ที่ 1.39 ล้านล้านบาท “ญี่ปุ่น” มากสุด ตามด้วยจีน-สิงคโปร์  ส่วนใหญ่ลงทุนธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ข้อมูลธุรกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง พบว่า ในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2569 มีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่รวม 7,491 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 19,565.22 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ 8,725 ราย ทุนจดทะเบียน 33,810.90 ล้านบาท พบว่าจำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ลดลง 1,234 ราย หรือ 14.14% ขณะที่ทุนจดทะเบียนลดลง 14,245.68 ล้านบาท หรือ 42.13% โดยจังหวัดชลบุรีมีจำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 5,418 ราย คิดเป็น 72.33% ของจำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั้งหมดในพื้นที่ EEC

สำหรับประเภทธุรกิจที่มีการจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 620 ราย คิดเป็น 8.28% ของธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั้งหมด มีทุนจดทะเบียน 2,921.35 ล้านบาท รองลงมาคือ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 606 ราย คิดเป็น 8.09% ทุนจดทะเบียน 2,144.38 ล้านบาท และธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคารและร้านอาหาร 435 ราย คิดเป็น 5.81% ทุนจดทะเบียน 871.83 ล้านบาท

นายกิตติวัฒน์กล่าวว่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 พื้นที่ EEC มีนิติบุคคลคงอยู่รวม 106,411 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 2,300,118.68 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อจำแนกรายจังหวัดพบว่าชลบุรีมีนิติบุคคลคงอยู่มากที่สุด 77,757 ราย คิดเป็น 73.07% ทุนจดทะเบียน 1,124,611.01 ล้านบาท หรือ 48.89% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด รองลงมาคือ ระยอง 19,891 ราย คิดเป็น 18.69% ทุนจดทะเบียน 932,936.56 ล้านบาท หรือ 40.56% และฉะเชิงเทรา  8,763 ราย คิดเป็น 8.24% ทุนจดทะเบียน 242,571.11 ล้านบาท หรือ 10.55%

เมื่อจำแนกตามประเภทธุรกิจ พบว่าธุรกิจบริการมีสัดส่วนสูงสุด 61.10% รองลงมาคือ ธุรกิจขายส่งและขายปลีก 24.28% และธุรกิจการผลิต 14.61% ขณะที่เมื่อพิจารณาตามขนาดธุรกิจ พบว่าธุรกิจในพื้นที่ EEC ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ SMEs คิดเป็น 98.17% โดยแบ่งเป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) 99,694 ราย คิดเป็น 93.69% ธุรกิจขนาดกลาง (M) 4,772 ราย คิดเป็น 4.48% และธุรกิจขนาดใหญ่ (L) คิดเป็น 1.83%

สำหรับข้อมูลการถือหุ้นของต่างชาติในนิติบุคคลที่จัดตั้งในประเทศไทยและมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC พบว่ามีมูลค่าการถือหุ้นรวม 1,396,007.44 ล้านบาท คิดเป็น 60.74% ของมูลค่าทุนจดทะเบียนทั้งหมดในพื้นที่ เมื่อจำแนกตามสัญชาติพบว่าญี่ปุ่นมีมูลค่าการถือหุ้นสูงสุด 380,061.50 ล้านบาท คิดเป็น 27.22% ของมูลค่าการถือหุ้นต่างชาติทั้งหมด รองลงมาคือ จีน 301,033.02 ล้านบาท คิดเป็น 21.56% และสิงคโปร์ 206,283.56 ล้านบาท คิดเป็น 14.78%

และเมื่อพิจารณามูลค่าการถือหุ้นของต่างชาติจำแนกตามจังหวัด พบว่าระยองมีมูลค่าสูงสุด 658,475.39 ล้านบาท คิดเป็น 47.17% รองลงมาคือ ชลบุรี 614,632.09 ล้านบาท คิดเป็น 44.03% และฉะเชิงเทรา 122,899.96 ล้านบาท คิดเป็น 8.80%

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าการลงทุนจากญี่ปุ่นสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ สำหรับยานยนต์ มูลค่าการลงทุน 83,539.44 ล้านบาท รองลงมาคือ ธุรกิจผลิตอะลูมิเนียมและผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม 39,186.51 ล้านบาท และธุรกิจผลิตยางล้อและยางใน 31,797.30 ล้านบาท ด้านการลงทุนจากจีน ธุรกิจที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ สำหรับยานยนต์ 30,784.17 ล้านบาท รองลงมาคือ ธุรกิจผลิตยางล้อและยางใน 16,838.67 ล้านบาท และธุรกิจผลิตเหล็กและเหล็กกล้า 16,746.56 ล้านบาท

นอกจากนี้ จากข้อมูลนิติบุคคลที่มีที่ตั้งในพื้นที่ EEC และนำส่งงบฯ การเงินประจำปี 2568 จำนวน 72,876 ราย พบว่ามีรายได้รวม 7,011,884.26 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 262,216.19 ล้านบาท เมื่อจำแนกรายจังหวัดพบว่าชลบุรีมีรายได้รวมสูงสุด 3,502,769.81 ล้านบาท กำไรสุทธิ 149,718.13 ล้านบาท รองลงมาคือระยอง มีรายได้รวม 2,757,981.60 ล้านบาท กำไรสุทธิ 82,792.77 ล้านบาท และฉะเชิงเทรา มีรายได้รวม 751,132.85 ล้านบาท กำไรสุทธิ 29,705.28 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจการผลิตที่มีผู้ประกอบการจำนวนมากในพื้นที่ ได้แก่ ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ สำหรับยานยนต์ จำนวน 707 ราย มีรายได้รวม 892,065.34 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 61,603.62 ล้านบาท รองลงมาในกลุ่มธุรกิจที่มีผู้ประกอบการจำนวนมาก ได้แก่ ธุรกิจกลึงกัดไสโลหะ 682 ราย รายได้ 10,916.67 ล้านบาท กำไรสุทธิ 573.10 ล้านบาท และธุรกิจติดตั้งเครื่องจักรอุตสาหกรรมและอุปกรณ์ 543 ราย รายได้ 12,078.22 ล้านบาท กำไรสุทธิ 482.56 ล้านบาท

 ส่วนกลุ่มธุรกิจขายส่งและขายปลีก ได้แก่ ธุรกิจขายส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์อื่น ๆ จำนวน 1,396 ราย มีรายได้ 34,407.69 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,792.70 ล้านบาท ธุรกิจขายส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรม 935 ราย รายได้ 20,031.14 ล้านบาท กำไรสุทธิ 789.01 ล้านบาท และธุรกิจขายปลีกสินค้าอื่น ๆ ในร้านค้าทั่วไป 580 ราย รายได้ 12,828.68 ล้านบาท กำไรสุทธิ 75.82 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มธุรกิจบริการที่มีจำนวนผู้ประกอบการสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15,115 ราย มีรายได้รวม 63,753.95 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,666.19 ล้านบาท รองลงมาคือ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 3,894 ราย มีรายได้รวม 95,039.48 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,072.50 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคารและร้านอาหาร มีผู้ประกอบการ 2,131 ราย รายได้รวม 11,160 ล้านบาท แต่มีผลขาดทุนสุทธิรวม 294.57 ล้านบาท 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน ญี่ปุ่น