ชัชชาติ เล็งยกระดับการให้บริการประชาชนจาก On-site สู่ Online
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
กทม. ยกระดับศูนย์ BFC 50 เขตสู่การให้บริการระบบออนไลน์พร้อมเฝ้าระวังฝีดาษลิงและรับมือโควิด-19 ในพื้นที่ใกล้ชิดต่อเนื่อง
วันที่ 1 สิงหาคม 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 15/2565
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้ได้มีการพูดถึงเรื่องการดำเนินงานของศูนย์บริหารราชการ ฉับไวใสสะอาด (BANGKOK FAST & CLEAR ) หรือศูนย์ BFC ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เหมือนกับศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service : OSS)
ทั้ง 2 ศูนย์มีหลักการเดียวกันคือ ให้ประชาชนมารับบริการที่เขตแล้วจบที่จุดเดียวได้ ทำให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดความโปร่งใสมากขึ้น
“ปัจจุบันเขตที่มีความพร้อมทำต่อเนื่องจำนวน 16 เขต ให้ดำเนินการต่อเนื่องได้เลย ส่วนที่เหลืออีก 34 เขต ให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี รวมทั้งให้ปรับการบริการเป็นดิจิทัลมากที่สุด ทั้งการยื่นเอกสารและการขออนุญาต ต่อไปอาจไม่ต้องมี One Stop Service (OSS) ซึ่งก็มีหลายกระบวนการที่เริ่มเข้าสู่การใช้ระบบออนไลน์แล้ว” นายชัชชาติกล่าว
ผลตรวจผู้สัมผัสเสี่ยงฝีดาษลิง 17 ราย ไม่ติดเชื้อ
ด้าน รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงเรื่องสถานการณ์ของโรคฝีดาษลิงว่า มีข้อมูลใน 3 เรื่อง ได้แก่
1.การสอบสวนโรคต่อเนื่องถึงกลุ่มผู้สัมผัสและมีความเสี่ยงทั้ง 17 ราย ที่เป็นคนแวดล้อมของผู้ป่วย ซึ่งได้มีการตรวจโรคและมีผลยืนยันจากห้องแล็บว่าไม่ติดเชื้อ ทางศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) สำนักอนามัย ได้เข้าทำการฆ่าเชื้อบ้านพักและบริเวณโดยรอบ พร้อมทั้งทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่าจะปฏิบัติตนอย่างไร มีความเข้าใจที่ถูกต้องอย่างไร ส่วนชาวต่างชาติอีก 1 รายอยู่ระหว่างติดตามตัว
2.สถานะของผู้ป่วยปัจจุบันที่อยู่ที่วชิรพยาบาล ตอนนี้อาการดีขึ้น มีการกักตัวต่อเนื่องตามระยะเวลา และอยู่ในห้องความดันลบ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
3.ได้มีการประชาสัมพันธ์ 2 ส่วน แบ่งเป็น
ภาคประชาชน ลักษณะของฝีดาษลิงเป็นอย่างไร เฝ้าระวังอย่างไร จะดูแลอาการเบื้องต้น และดูว่ามีความเสี่ยงแบบไหนที่อาจเกิดโรคได้ ฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อที่ไม่ได้ติดต่อได้โดยง่าย มาตรการที่เราใช้กับโควิด-19 สามารถใช้ได้ การรักษาระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัยช่วยได้ ที่สำคัญที่สุดเพิ่มเติมคือการล้างมือให้บ่อยขึ้น ทางการแพทย์บอกว่าให้ล้างมือนานหน่อยจะดีมากในการป้องกันการติดเชื้อ
การประชาสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งคือ ภาคบุคลากรทางการแพทย์และสถานพยาบาล กรณีมีผู้สงสัยเวลามีผื่นหรือมีตุ่มแล้วไปตรวจที่สถานพยาบาล ให้บุคลากรทางการแพทย์เฝ้าระวังและตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติม เพราะถ้าเห็นตั้งแต่แรกก็สามารถช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจายและทำเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น
มีเตียงพร้อมรองรับผู้ป่วยโควิด
ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ในกรุงเทพมหานคร ผศ.ดร.ทวิดาเปิดเผยว่า จำนวนผู้ป่วยในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา มีรายงานการเข้าไปรักษาที่สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และวชิรพยาบาล อยู่ที่เกือบ 3,000 ราย เป็นสัดส่วนล้อกับของทั้งประเทศ
ข้อมูลคร่าวๆ คาดว่าเมื่อรวมกับผลตรวจอย่างอื่นด้วย ผู้ป่วยจะอยู่ที่ไม่เกิน 10,000 ราย ถ้าเราช่วยกันทั้งในการฉีดวัคซีน ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย น่าจะอยู่ในเส้นทางที่สามารถช่วยควบคุม หรือลดจำนวนผู้ป่วย หรือผู้ติดเชื้อลงไปได้ หรืออย่างน้อยที่สุดให้ผู้ป่วยไม่มีอาการ รองผู้ว่าฯกทม. ผศ.ดร.ทวิดากล่าว
ผศ.ดร.ทวิดายังเปิดเผยอีกว่า จำนวนการครองเตียงของโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครยังสามารถให้บริการประชาชนได้ โดยโรงพยาบาลที่อยู่ในเมืองยังมีเตียงรองรับได้ประมาณ 70-80% ส่วนโรงพยาบาลรอบนอกยังสามารถรับได้ ซึ่งมีอัตราการครองเตียงไม่เกิน 40% โรงพยาบาลสนามที่เปิดมีอัตราการครองเตียงประมาณ 10%
ยังสามารถรับผู้ป่วยได้ โดยผู้ป่วยจำนวนมากสุดจะเป็นสีเขียว เหลืองหน่อยๆ ที่ต้องการแยกตัวจากครอบครัว หรือมีอาการบ้าง ยาที่มีสำรองอยู่ในโรงพยาบาลและระบบสาธารณสุขยังพออยู่ มีการวิเคราะห์การใช้ยาล่วงหน้า 3 วัน 5 วันอยู่แล้ว รองผู้ว่าฯกทม. ผศ.ดร.ทวิดากล่าว
ปัจจุบันศูนย์บริการสาธารณสุขเปิดให้บริการวันเสาร์ด้วย เพื่อให้บริการเพิ่มเติมการรักษาโควิด-19 การฉีดวัคซีน การจ่ายยา นอกจากนี้ โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครได้เปิดให้บริการส่งผลตรวจ ATK พร้อมบัตรประชาชนออนไลน์ได้ด้วย ยืนยันสิทธิมาที่โรงพยาบาลก็จะจ่ายยาให้ พร้อมกันนี้ได้มีการกำชับให้ศูนย์บริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลในสังกัด ติดตามผู้ป่วยกลุ่ม 608 ที่อาจรักษาตัวอยู่ที่บ้าน หรือติดต่อโรงพยาบาลผ่านระบบออนไลน์ บางครั้งอาจมีความซับซ้อนทางร่างกายและอาการ หรือความเจ็บป่วยก่อนหน้าอยู่ ให้มีการติดตามใกล้ชิด เป็นการเฝ้าระวัง เพราะอาการอาจดีขึ้นตอนรับยา แต่ผ่านไป 2-3 วัน อาจมีเงื่อนไขอื่นเกิดขึ้นได้ ผศ.ดร.ทวิดากล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีช่วงที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อค่อนข้างมากและยาค่อนข้างตึง กรุงเทพมหามหานครได้มอบหมายให้สำนักงานเขตสำรวจพื้นที่และเตรียมอุปกรณ์พร้อมไว้กรณีจำเป็นต้องเปิดศูนย์พักคอย (CI) โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีประชาชนหนาแน่น แต่ช่วงนี้โรงพยาบาลสนามเอราวัณเปิดหมด รวมถึงประสานความร่วมมือกับเครือข่ายประชาสังคมเพื่อไม่ให้มีเคสหลุด ความสามารถของระบบหลักยังดีอยู่ ตอนนี้โรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนามของกรุงเทพมหานครยังรับได้ทั้งหมด ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวช กล่าวทิ้งท้าย