เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

รวมโรคในเด็กที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน

25 ก.ค. 2566 | 14:29น.

ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่เชื้อไวรัส แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี และแพร่ระบาดได้ง่าย ทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะเด็กที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อและเกิดโรคต่าง ๆ ได้ง่าย เพราะภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง ดังนั้นการรู้จักโรคหน้าฝนที่พบบ่อยในเด็กเล็ก จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รู้เท่าทันโรคและเฝ้าระวังได้ทันท่วงที

ฤดูฝน เดือนไหนบ้าง?

ฤดูฝนจะเริ่มต้นกลางเดือนพฤษภาคม – กลางเดือนตุลาคม

6 โรคในเด็กที่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน

6 โรคในเด็กที่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน มีดังนี้

1.โรคไข้หวัด

โรคไข้หวัด (Common Cold) เป็นโรคที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัสกว่า 200 ชนิดที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศ เข้าสู่ร่างกายผ่านช่องทางจมูก ตา และปาก อาการทั่วไปของโรคไข้หวัดธรรมดา คือ มีไข้ต่ำ มีน้ำมูก ไอ จาม และอาจมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายร่วมด้วย โดยจะหายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ เพราะเชื้อไวรัสดังกล่าวเป็นเชื้อไวรัสชนิดไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ไข้หวัดสามารถติดต่อกันง่ายจากการใกล้ชิดกัน เด็กที่มีอายุน้อย ภูมิคุ้มกันต่ำ จึงมีโอกาสติดไข้หวัดจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนสูง

2.โรคไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) มีสาเหตุมาจากไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) สามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัสกับเชื้อไวรัสที่อยู่ในอากาศ น้ำมูก หรือน้ำลาย แม้จะเป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดธรรมดา แต่ทั้งสองโรคมีความแตกต่างกันตรงที่อาการโรคไข้หวัดใหญ่จะรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูง ไอหรือเจ็บคอ ปวดหัวมาก ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย รวมทั้งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นหากลูกน้อยมีอาการหนัก เช่น มีไข้สูง กินอาหารไม่ได้ ไอจนเหนื่อย มีเสมหะสีเหลืองหรือสีเขียว ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที เพราะเด็กอายุน้อยมักเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย

3.โรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก (Hand Foot and Mouth Disease) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโร (Entero virus) พบมากในเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 3 ปี สามารถติดต่อทางการไอ จาม น้ำลาย หรืออุจจาระ โดยเด็กจะมีไข้ อ่อนเพลีย มีแผลในปาก และตุ่มน้ำใสตามฝ่ามือฝ่าเท้า โดยจะเริ่มมีไข้สูงเป็นอาการนำก่อน จากนั้นอาการอื่น ๆ จะตามมาภายใน 1-2 วัน เด็กบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนตามมา คุณพ่อคุณแม่จึงต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดว่าลูกน้อยมีอาการที่น่ากังวลหรือไม่ เช่น หายใจหอบ หายใจเร็ว ชัก เกร็ง มือสั่น หากมีอาการผิดปกติเหล่านี้ ให้รีบพาพบแพทย์ทันที

4.โรคปอดบวม

โรคปอดบวม (Pneumonitis) หรือปอดอักเสบจากการติดเชื้อ เป็นโรคติดเชื้ออันดับต้น ๆ ที่ทำให้เด็กเสียชีวิต เกิดจากการติดเชื้อเฉียบพลันของเนื้อปอดบริเวณหลอดลมส่วนปลายและถุงลม พบได้ทั้งการติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา สามารถติดต่อผ่านการหายใจซึ่งนำเชื้อโรคเข้าปอดโดยตรง โดยผู้ป่วยจะมีอาการไข้หวัดนำมาก่อน 2-3 วัน ตามมาด้วยอาการหายใจเร็ว เจ็บหน้าอกขณะหายใจหรือไอ คลื่นไส้ อาเจียน แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น ซึม หายใจเสียงดัง ไม่ยอมกินนมหรือน้ำ ควรพาไปรับการรักษาจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

5.โรคติดเชื้อทางเดินหายใจไวรัส RSV

โรคติดเชื้อทางเดินหายใจไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) พบบ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี เกิดจากการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบทและส่วนล่าง ติดต่อผ่านสารคัดหลั่งต่าง ๆ เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือการสัมผัส เมื่อติดเชื้อ RSV จะมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา ทำให้แยกไม่ออก แต่หากมีอาการหอบ ไอหนัก หายใจลำบากร่วมด้วย ให้สันนิษฐานว่าอาจเป็นติดไวรัส RSV ได้ หากผู้ป่วยมีอาการหนัก มีโอกาสเสียชีวิตจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลวสูง โดยกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสทรุดตัวอย่างรวดเร็ว ได้แก่ ทารกคลอดก่อนกำหนด อายุครรภ์น้อยกว่า 29 สัปดาห์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคปอด

6.โรคอุจจาระร่วง

โรคอุจจาระร่วง (Diarrhoeal Diseases) พบบ่อยในเด็ก โดยเฉพาะเด็กอายุ 2 ปี เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มาจากของเล่น อาหาร หรือของใช้ใกล้ตัวเด็ก ท้องเสีย ถ่ายเหลว 3 ครั้งขึ้นไปใน 1 วัน อาเจียน บางรายจะมีไข้สูง หากมีอาการมากกว่า 2 วัน ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้

วิธีดูแลสุขภาพสำหรับเด็กเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคในฤดูฝน

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร และหลังขับถ่าย
  • รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ไม่รับประทานอาหารแบบสุก ๆ ดิบ ๆ
  • ดื่มน้ำสะอาด
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • เคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ หรือฝึกทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำลายสุขภาพ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของในที่สาธารณะ

 

“ประกันสุขภาพเด็ก” อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ห้ามละเลย

ประกันสุขภาพเด็ก ตัวช่วยรับมือกับโรคยอดฮิตในเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลย เพราะเราทราบดีว่าเด็กมีโอกาสเจ็บป่วยมากกว่าวัยอื่น ๆ และอาจจะใช้เวลาในการรักษานาน ดังนั้นการบริหารความเสี่ยงด้วยการทำประกันสุขภาพให้กับลูกน้อย จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่หายห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งมีลูกน้อยโอกาสหายเร็วขึ้นเพราะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

สำหรับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองที่กำลังมองหาประกันสุขภาพเด็กที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ เราขอแนะนำ ประกันสุขภาพเด็ก จากพรูเด็นเชียล อย่าง พรูซูเปอร์ เฮลท์ การ์ด ประกันสุขภาพที่คุ้มครองหลากหลาย ครอบคลุมทั้งค่ายา ค่าห้อง หรือค่ารักษาพยาบาล อายุรับประกันภัย 1-75 ปี (คุ้มครองถึงอายุ 85 ปี) ตอบโจทย์ทั้งคนที่มองหาประกันสุขภาพเด็กและประกันสุขภาพผู้ใหญ่

สรุปเรื่องโรคในเด็กที่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน

6 โรคในเด็กที่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน ในระยะแรกอาจจะไม่อันตราย สามารถรักษาตามอาการให้หายได้ แต่หากโชคร้ายเป็นหนักขึ้นมา ย่อมสร้างความไม่สบายใจให้ทั้งลูกและคุณพ่อคุณแม่ ดังนั้นการใส่ใจสุขอนามัยของลูกจึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญ นอกจากนี้ไม่ควรละเลยการทำประกันสุขภาพให้กับลูก เพียงหนึ่งกรมธรรม์ก็สามารถเพิ่มความอุ่นใจเรื่องสุขภาพของลูกน้อยในช่วงหน้าฝนได้เป็นอย่างดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรคในฤดูฝน โรคในเด็ก