เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา กับภารกิจการขับเคลื่อนธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ไทย

04 ก.ย. 2566 | 17:13น.
ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา กับภารกิจการขับเคลื่อนธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ไทย

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา กับภารกิจการขับเคลื่อนธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ไทย

ท่ามกลางการแข่งขันด้านธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ถูกจับตามองของนักลงทุน ในฐานะ 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 1 ใน 5 อุตสาหกรรม New S-Curve ที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคตของประเทศ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่การขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านชีววิทยาศาสตร์ของภูมิภาคเอเชีย และเป็น Medical Hub ของอาเซียน ซึ่งหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบในภารกิจนี้ก็คือ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลส์

ศาตราจารย์ นายแพทย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา ประธานกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) กล่าวถึงแนวโน้มของธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ในปัจจุบันว่า “ธุรกิจชีววิทยาศาสตร์เป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผ่านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ และเป็นเครื่องมือในการแก้ 1 ใน 5 ปัญหาใหญ่ของโลก อันได้แก่ โลกร้อน ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน น้ำ และสุขภาพ นอกจากนี้นวัตกรรมที่เกิดจากเทคโนโลยีชีวภาพมีบทบาทสำคัญในการวินิจฉัยอาการของโรคและรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจชีววิทยาศาสตร์จึงเป็นธุรกิจแห่งอนาคตของมนุษยชาติ”

การระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของโลกได้อย่างแจ่มชัด พร้อมๆ กับที่ทุกคนต่างตระหนักถึงความเชื่อมโยงของปัญหาเรื่องสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ ว่าวิกฤติโรคระบาดสามารถสร้างความเสียหายให้แก่มวลมนุษยชาติได้ในทุกๆ องคาพยพ ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ของประเทศไทยหลังโควิด-19 จึงต้องเพิ่มความเข้มข้นในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่สามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานจริง เพื่อสร้างการพึ่งพาตนเอง รวมถึงสร้างโอกาสด้านธุรกิจใหม่ให้แก่ประเทศ

นายแพทย์ประสิทธิ์ กล่าวว่า “สำหรับประเทศไทย ชีววิทยาศาสตร์เป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจชีวภาพ (bioeconomy) ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 เรื่องการพัฒนานวัตกรรมและการนำมาใช้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการพัฒนาในทุกมิติเพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศในทุกด้าน สอดคล้องกับกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566-2570 ที่มุ่งการพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยการนำความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อทำให้เกิดสิ่งใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจทั้งในเรื่องกระบวนการผลิตและรูปแบบผลิตภัณฑ์และบริหารใหม่ โดยเฉพาะนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยาศาสตร์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและส่งเสริมขีดความสามารถของมนุษย์ ขีดความสามารถของผู้ประกอบการรวมถึงช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยอย่างยั่งยืน”

โดยตั้งแต่ปี 2566 ทีเซลส์ได้มีการปรับเปลี่ยนบทบาทใหม่ ให้มีกลไกการทำงานที่หลากหลาย และบริการด้านการสนับสนุนการขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงรุก เสริมสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ ด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และส่งเสริมการเข้าถึงนวัตกรรม บริการด้านการแพทย์และสุขภาพของคนไทยอย่างเท่าเทียม

นายแพทย์ประสิทธิ์ กล่าวว่า “ทีเซลส์มีบทบาทหน้าที่ที่ต้องบรรลุในปี 2570 คือการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง โดยใช้การพัฒนาตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมีเป้าหมายให้ไทยสามารถพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรเพิ่มมากขึ้น ผลิตยาและเครื่องมือแพทย์ รวมถึงพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) เพื่อทดแทนการนำเข้าในสัดส่วนที่สูงขึ้น”

“เพื่อที่จะไปถึงขั้นนั้น เราจึงต้องสร้างโอกาส ซึ่งธุรกิจของไทยเองมีโอกาสมากมาย เนื่องจากความเจริญรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมด้านนี้ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ โดยในระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน นี้ ทางทีเซลส์ได้เตรียมจัดงาน BIO ASIA PACIFIC 2023 ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนในธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ ทั้งผู้ประกอบการ นักวิจัย นักลงทุน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งในสายงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ ที่จะได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความร่วมมือเชิงพาณิชย์ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไปสู่ระดับสากล” นายแพทย์ประสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ที่มีความพร้อมและมุ่งมั่นสู่ระดับสากล สามารถเข้าร่วม งาน Bio Asia Pacific 2023 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2566 ณ ฮอลล์ 102-104 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยเป็นการจัดร่วมกับงาน Thailand LAB INTERNATIONAL และงาน FutureCHEM INTERNATIONAL 2023 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://bioasiapacific.com