เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
Business เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
ปิดจ็อบก่อสร้าง ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
Real Estate ปิดจ็อบก่อสร้าง ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
Automotive นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
Economic พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ดูทั้งหมด

ปลัด มท. ประกาศจุดยืนในการเสริมสร้างความยั่งยืนร่วมกับ UN Thailand

17 พ.ย. 2566 | 13:00น.
ปลัด มท. ประกาศจุดยืนในการเสริมสร้างความยั่งยืนร่วมกับ UN Thailand

ปลัด มท. ประกาศจุดยืนในการเสริมสร้างความยั่งยืนร่วมกับ UN Thailand

ปลัด มท. ประกาศจุดยืนการเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญในการเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบเดียวนี้ร่วมกับ UN Thailand เน้นย้ำ ผู้ว่าฯ นายอำเภอ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับประชาชน

“สังคมไทยเราเป็นสังคมที่มีเอกลักษณ์ที่ดีงามที่สังคมอื่นไม่มี คือ “เรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ” และเป็นหลักชัยที่สำคัญยิ่งในการผลักดันให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำสิ่งที่ดี (Change for Good) ให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UN) ประจำประเทศไทย หลังร่วมคุณกีต้า ซับบระวาล (Ms. Gita Sabharwal) ผู้ประสานงาน UN ประจำประเทศไทย เป็นประธานร่วมงานหุ้นส่วนการพัฒนาระหว่างกระทรวงมหาดไทยและองค์การสหประชาชาติเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ทีมฝ่ายความร่วมมือสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ผู้แทนหน่วยงานหลัก UN 21 หน่วยงานในประเทศไทย อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมอย่างเนืองแน่น

นายสุทธิพงษ์  กล่าวว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และข้าราชการมหาดไทยทุกคนต่างมีความเชื่อมั่นว่า “เราเป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ที่มีหน้าที่ต้องไปดูแลพี่น้องประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมา เราได้บูรณาการแก้ปัญหาความเดือดร้อนทุกเรื่องให้กับพี่น้องประชาชน อาทิ เราสามารถทำให้คนที่ไม่มีบ้านอยู่ได้มีบ้านอยู่เกือบ 2 แสนครอบครัว เราสามารถทำให้คนที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่มีบ้านเลขที่ ได้มีบัตรประชาชน ได้มีเลขที่บ้านเป็นจำนวนหลายหมื่นคน รวมถึงปัญหาความเดือดร้อนอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เราช่วยกันขับเคลื่อนด้วยความตระหนัก ด้วยใจรุกรบ

ในปี 67 นี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและท่านนายอำเภอ จะใช้เวลาช่วงเดือน พ.ย. 66 ถึง 15 ม.ค. 67 ทำการสำรวจ ตรวจสอบ ลงพื้นที่เดินไปเคาะประตูบ้านคนไทย 20 ล้านครัวเรือนใน 76 จังหวัด เพื่อสำรวจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลนครและเขตเทศบาลเมืองอีก 6 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมจากการเมื่อปีที่ผ่านมา รวมทั้งทำการ Re X-ray 14 ล้านครัวเรือน ที่เคยเดือดร้อนและเราได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วไปควบคู่กัน เพื่อจะติดตามผลการช่วยเหลือว่ามีปัญหาความเดือดร้อนอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมาหรือไม่ และที่เคยช่วยไปแล้วนั้นสำเร็จจริงหรือไม่ เพื่อที่ทีมมหาดไทยจะลงมือแก้ไขปัญหาเหล่านั้นร่วมกับภาคีเครือข่าย ทำให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน”

พร้อมกันนี้ได้ขอบคุณ UN Thailand ภายใต้การนำของคุณกีต้า และ 21 หน่วยงานภายใต้ UN Thailand ที่ได้ร่วมกับ มท. ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การลงนามประกาศเจตนารมณ์เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน (Statement of Commitment to Sustainable Thailand) เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 65 ซึ่งวันนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ชาวมหาดไทยผู้เป็นบุคคลที่มีความสำคัญยิ่งต่อความอยู่รอดของพี่น้องประชาชนคนไทยและมวลมนุษยชาติ ในฐานะ “ผู้นำการบูรณาการร่วมกับทุกภาคีเครือข่าย” ทั้งที่จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน โดยคำนึงถึงความยั่งยืนหรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย เป็นกรอบในการทำงาน

ที่สำคัญเป็นระยะเวลากว่า 4 ปีที่กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับสมาคมแม่บ้านมหาดไทยขับเคลื่อนการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีแก่โลกใบเดียวนี้ ผ่านการขับเคลื่อน “ถังขยะเปียกลดโลกร้อน” ในทุกครัวเรือนทั่วประเทศกว่า 14 ล้านครัวเรือน ซึ่ง “ผลแห่งความมุ่งมั่นตั้งใจนี้เอง” ปรากฏผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม “เป็นชาติแรกของโลก” ที่สามารถประกาศความสำเร็จการจัดการขยะอาหารจากครัวเรือนเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบรรลุเป้าหมายประเทศไทยที่ยั่งยืน เพราะพวกเราทุกคนมี Passion โดยคำนึงถึงความสำคัญของ Partnership ที่อยู่ในพื้นที่ และช่วยกัน Action Now สนับสนุน ทุ่มเท พูดคุย สร้างความเข้าใจกับภาคีเครือข่ายที่สำคัญในพื้นที่ คือ ผู้บริหาร อปท. ผู้นำท้องที่ และพี่น้องประชาชน ทำให้ทุกวันนี้เป้าหมายในการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ประมาณ 1.6 ล้านตันที่ทั่วโลกประกาศร่วมกันว่าจะสำเร็จในปี 2573 แต่กระทรวงมหาดไทยภายใต้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายได้ทำทะลุเป้าหมายแล้ว คือ ภายในปี 2569 เราจะลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศถึง 1.8 ล้านตันเศษ ซึ่งเป้าหมายในปีนี้ “จะมีการคัดแยกขยะไปสู่ถังขยะเปียกลดโลกร้อนครบถ้วนทุกครัวเรือน” และที่สำคัญที่สุดคาร์บอนเครดิตที่เราจะขายได้จากถังขยะเปียกลดโลกร้อน จะสร้างเงินรายได้กว่า 20,000 ล้านบาท กลับไปสู่ท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีความเดือดร้อน ปลัด มท.ระบุ

“Butterfly effect เกิดขึ้นเสมอ เพราะในขณะที่เรานำขยะเปียกใส่ถังขยะเปียกลดโลกร้อน เราได้น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน” ด้วยการปลูกพืชผักสวนครัว โดยนำผลิตผลจากถังขยะเปียกลดโลกร้อนมาเป็นปุ๋ยอย่างดีที่เป็นมิตรกับสุขภาพพลานามัยของเรา และอีกประการที่สำคัญที่สุด นับเป็นความโชคดีของพี่น้องประชาชนคนไทยใต้ร่มพระบารมีของพระบรมราชจักรีวงศ์ที่พวกเรากระทรวงมหาดไทยได้น้อมนำแนวพระดำริ Sustainable City สู่การขับเคลื่อน “หมู่บ้านยั่งยืน” (Sustainable Village)” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้พระราชทานพระดำรัสเน้นย้ำว่า “หน้าที่ของคนมหาดไทย คือ การทำให้เกิดหมู่บ้านยั่งยืน” เพราะ “คำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน” และคนที่จะทำให้คำตอบนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมได้ คือ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและท่านนายอำเภอ ที่เรากำลังร่วมกันในการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ 72 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ด้วยการทำให้ทุกหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านยั่งยืน เริ่มตั้งแต่ทำให้เกิด Partnership ขึ้นในหมู่บ้าน ผ่านระบบคณะกรรมการหมู่บ้านที่มีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้นำ ผ่านระบบคุ้ม (กลุ่มบ้าน) ที่มีหัวหน้าคุ้ม เป็นผู้นำ ร่วมกันระดมสรรพกำลังสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามในทุกเรื่องให้เกิดขึ้น ทั้งเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด แก้ไขปัญหาความยากจน แก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหาร น้ำ ปัจจัย 4 และเรากำลังจะก้าวไปสู่การเป็นประเทศผู้นำด้านแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยพระดำริ “Sustainable Fashion” ในเร็ววันนี้อีกด้วย ทั้งนี้ ทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ต้องช่วยกัน Action Now แล้วเราจะมีความสุขกับการช่วยกัน Change for Good ให้เกิดขึ้นในแผ่นดินไทย ในผืนโลกใบเดียวนี้ของเรา” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน ดร.วันดีฯ กล่าวว่า เป็นเวลากว่า 1 ปีครึ่งแล้ว ที่สมาคมฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพัฒนาบทบาทสตรีผ่านการขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs ทั้ง 17 ข้อ ของ UN เพื่อพัฒนาในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน โดยเรื่องที่ 1 คือ ความสำเร็จของการคัดแยกขยะครัวเรือน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ขับเคลื่อนโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อนที่ได้รับการรับรอง Methodology พร้อมทั้งได้ขึ้นทะเบียนภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ถือว่าเป็นโครงการแรกของไทยที่เป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีขอบเขต และส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมกว่า 13 ล้านครัวเรือน ช่วยกันคัดแยกขยะอาหารจากครัวเรือน

“นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังได้น้อมนําแนวพระดําริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ด้วยพระองค์ทรงมีพระวินิจฉัยและทรงมุ่งมั่นในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยในภูมิภาคต่าง ๆ ที่กําลังจะสูญหายให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง นํามาซึ่งการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างชีวิตที่ดีให้กับช่างทอผ้า และครอบครัว ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์ และพัฒนาผ้าทอประเภทต่าง ๆ ของไทยให้ผ้าทอของไทยกลับฟื้นคืนชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก โดย มท. และสมาคมแม่บ้าน มท. สามารถสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท/คน/เดือน ทั้งมีการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมด้วยการไม่ใช้สารเคมีตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ด้วยการส่งเสริมให้คนในชุมชนพึ่งพาตนเองได้ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ปลูกพืชให้สีเพื่อย้อมสีธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นการดําเนินงานตามเป้าหมาย SDGs จนทำให้เราสามารถก้าวข้ามมหากาพย์แห่งความยากลำบาก “เป็นหนึ่งเดียวในอาเซียน” ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรม และสมาคมแม่บ้าน มท. จะร่วมกันขับเคลื่อนด้วยพลังของสตรี ด้วยความมุ่งมั่น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ UN ประจำประเทศไทย และทุกภาคีเครือข่ายตลอดไป”17